ได้มีโอกาศคุยกับคนซื้อแล้วครับ (แฟนคนขายครับ)
เรียงตามข้อชี้แจงนะครับ
1.คนขายจะขอนำกระเป๋ากลับไปตรวจสอบโดยที่ยังไม่ให้เงินคนซื้อท่านนี้
- ซึ่งไม่น่าจะถูกต้องในเรื่องการเอาของไปก่อนโดยยังไม่จ่ายเงิน
ทำการแลกเปลี่ยน กระเป๋าแและเงินเรียบร้อยแล้วครับ ซึ่งคงไม่มีอะไรติดใจกัน
2. ดูคนขายเองก็ยังไม่มั่นใจว่าแท้หรือไม่แท้ ( แต่ถ้าแท้Gucciราคา4,500บาทก็จัดว่าไม่แพง)
- ดูคนซื้อเองก็มีเจตนาบริสุทธิ์ใจที่ให้มารับกระเป๋าถึงที่บ้าน ถ้าพิสูจน์ได้ว่าแท้ก็ไม่น่าจะมีปัญหารับคืน
จากเจตนาคงไม่มีปัญหาเพราะขายอย่างยริสุทธิ์ใจ แต่ ผู้ซื้อมั่นใจได้อย่างไรว่าเป็นของปลอม ในเมื่อ ยังไม่รู้ข้อเท็จจริง
และทางเราได้ทำธุรกรรมตามข้อ 1 เพื่อนำสินค้ามาตรวจสอบให้โดยรับผิดชอบ โดยการถ้าเป็นของปลอมก็จะไม่เอากระเป๋าไปคืน เพราะได้ให้เงินไปตามข้อ 1 แล้ว
และยอมรับผิดว่าขายของปลอม เพราะเราก็ซื้อต่อเขามาอีกที (ต้องขออภัย ณ ที่นี้ด้วยครับ)
3. ส่วนเรื่องตำรวจที่คนซื้อกล้าให้ชื่อและเบอร์โทรของตำรวจไปเพราะตอนที่คุย ตอนแรกคนขายบอกว่าจะแจ้งความเอาเรื่องกับคนที่ซื้อต่อมาคนซื้อจึงแนะนำให้ไป หาท่านนี้
- พอดีคนซื้อคุยในที่ทำงานซึ่งมีกล้องวงจรปิดก็เลยทำให้คนซื้อมั่นใจว่าพูด อะไรไปและก็ไม่ได้พูดว่าสนิทสนมตามที่คนขายกล่าวอ้าง (เพียงแต่แนะนำให้ไปพบร้อยเวรท่านนี้ )
เรื่องของคุณตำรวจนี้ได้คุยจบไปแล้วนะครับ ไม่มีอะไรติดใจ กรุณาลบตามสิทธิ์ของผมด้วยครับ เพราะเรื่องจบไปแล้ว ขอบคุณครับ
4. กระทู้นี้ถึงไม่ได้ระบุชื่อว่ากล่าวถึงใคร ก็เข้าข่าย "ความผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ " " หมิ่นประมาททำให้ผู้อื่นเสียหายและถูกเกลียดชัง" ค่ะ
เรื่องนี้ผมไม่มีปัญหาครับ ยินยอมและลบตามความเหมาะสมเรียบร้อยแล้วครับ จบไปอีกเรื่องนะครับ ขอบคุณครับ
แต่ในกรณี กล่าวหาว่าที่เราขายของปลอมให้นั้น ผมก็สามารถเอาผิดได้เช่นกัน ว่ากันตามกฎหมายครับ
5. อันที่จริงถ้าพิสูจน์ได้ว่า " เป็นของแท้ " และคนซื้อไม่ยอมรับกลับ คนขายค่อยเอามาโพสลงดีมั้ยค่ะ การที่คนขายรับกระเป๋ากลับเป็นการกระทำที่แสดงถึงความรับผิดชอบค่ะ
แต่ถ้าคนซื้ออุตส่าห์ช่วยแนะนำหาทางออกร่วมกันแล้ว ยังถูกกระทำแบบนี้คงไม่ถูกต้องนะคะถ้าผู้ขายเป็นนักศึกษาก็จัดว่าเป็น ปัญญาชน ก่อนจะทำอะไรควรคิดถึงความเป็นเหตุเป็นผลให้รอบครอบ
เพราะกรณีนี้คนซื้อก็ยังยืนยันเจตนารับคืนหากเป็นของแท้ ไม่ได้หนีหาย ยังติดต่อทางโทรศัพท์ได้ตามปกติ และยังรู้จักบ้านอีกด้วย ลองคิดในมุมกลับกันหากเจอคนซื้อที่ไม่มีเหตุผลรู้ว่าเป็นนัก
ศึกษาแล้วไปร้องเรียนถึงมหาวิทยาลัย ชื่อเสียงคนขายก็คงแย่นะคะ ....ลองทบทวนดูดีดีค่ะ
เรื่องแรก นะครับ
1.อันที่จริงถ้าพิสูจน์ได้ว่า " เป็นของแท้ " และคนซื้อไม่ยอมรับกลับ คนขายค่อยเอามาโพสลงดีมั้ยค่ะ
กรณี เป็นของแท้ นะครับ ทางผมได้ยื่นข้อเสนอไปว่า ผมอยากได้หลักประกันโดยใบสัญญา ว่าจะซื้อคืนถ้าเป็นของแท้นะครับ
*เพราะว่าตอนที่ผมเอาไปขาย ผมได้ให้ จดข้อมูลตามบัตรประชาชน เพื่อความบริสุทธิ์ใจ *
และผู้ซื้อไม่ยอมให้หลักประกันว่าจะซื้อคืน เลยทำให้เอะใจว่าเท็จจริงได้นำไปทำความสะอาดที่ช๊อปหรือไม่ตามที่ ผู้ซื้อได้กล่าวมา
กรณี เป็นของปลอม ผู้ซื้อก็ได้เงินคืนไปตามสิทธิ์แล้วเรียบร้อย และเป็นเรื่องของผมที่ต้องดำเนินการกับผู้ที่ขายให้ผม
2.การที่คนขายรับกระเป๋ากลับเป็นการกระทำที่แสดงถึงความรับผิดชอบค่ะ
ส่วนตรงนี้คงไม่ติดใจนะครับเพราะว่าได้เงินไปแล้วเรียบร้อย และผมก้ได้กระเป๋ากลับมาแล้ว
3.แต่ถ้าคนซื้ออุตส่าห์ช่วยแนะนำหาทางออกร่วมกันแล้ว ยังถูกกระทำแบบนี้คงไม่ถูกต้องนะคะถ้าผู้ขายเป็นนักศึกษาก็จัดว่าเป็น ปัญญาชน ก่อนจะทำอะไรควรคิดถึงความเป็นเหตุเป็นผลให้รอบครอบ
ผมว่าอันนี้เป็นสิทธิ์ของผู้ซื้อและขายนะครับ ต่างคนต่างอาชิพ บางคนอาจที่จะคิดไม่เหมือนกัน ไม่ว่าคุณจะทำอะไรถ้ามันบริสุทธิ์ใจ ทุกอย่างจบครับ
4.เพราะกรณีนี้คนซื้อก็ยังยืนยันเจตนารับคืนหากเป็นของแท้ ไม่ได้หนีหาย ยังติดต่อทางโทรศัพท์ได้ตามปกติ และยังรู้จักบ้านอีกด้วย ลองคิดในมุมกลับกันหากเจอคนซื้อที่ไม่มีเหตุผลรู้ว่าเป็นนัก
ศึกษาแล้วไปร้องเรียนถึงมหาวิทยาลัย ชื่อเสียงคนขายก็คงแย่นะคะ ....ลองทบทวนดูดีดีค่ะ
คำว่าเจตนากับหลักประกันมันต่างกันครับ หลักประกันเป็นผลสำเร็จที่ใช้ทางกฏหมายได้อย่างถูกต้อง ซื้อตอนผมขายก็ได้ให้บัตรประชาชนและเปลี่ยนตามที่ขอแล้ว
และที่สำคัญตอนที่จะไปเอากระเป๋า คุณก็ไม่ได้อยู่เพื่อแลกเปลี่ยนกันผมถือว่า ผมดีลฝ่ายเดียวถูกไหมครับ
แล้วผมก็ไม่ได้บอกที่อยู่ หรืออะไรให้กับใครตามสิทธิ์มนุษยชน ของท่านครับ ขอบคุณครับ