วันนี้มีคดีเด็ดที่เพื่อนเจอเองกับตัวเลย แต่เรื่องยังไม่จบลงเอยนะค่ะ แต่อยากเขียนมาเป็นเล่าสู่กันฟัง ว่าเดี๋ยวนี้มันมีรูปแบบใหม่ๆในการโกง เตือนทั้งคนซื้อ และก็เตือนทั้งคนขาย เรื่องนี้ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนฟ้องศาลนะค่ะ เพราะยังตกลงกันไม่ได้

เรื่องนี้เกิดเมื่อปลายปีที่แล้วนะค่ะ ที่เพื่อนโดนตำรวจมาตามหาถึงบ้าน ว่าเพื่อนได้โกงเขา เพื่อไม่ให้พาดพิงหรือกล่าวหาฦ่ายใด ขออนุญาต เปลี่ยนชื่อผู้เสียหายดังนี้ค่ะ มาทำความเข้าใจกันก่อนค่ะ

A = ผู้ที่ฟ้องเพื่อนโอ๊ดอยู่ตอนนี้ และเป็นคนเดียวกับที่ตั้งใจจะซื้อกระเป๋าและเป็นผู้โอนเงิน
B = มิจฉาชีพ
C = เเทนชื่อเพื่อนโอ๊ดนะค่ะ

เรื่องมีอยู่ว่าคุณ A ได้เห็นรูปกระทู้กระเป๋า Celine Mini ของคุณ B ใน SBN และได้โทรหาทำการตกลงซื้อขายกระเป๋าใบนี้ในราคา 47000 และเนื่องจากคุณ A อยู่ต่างจังหวัด การส่งกระเป๋าจึงต้องส่งทางไปรษณีย์ เมื่อตกลงรายละเอียดกันเรียบร้อยแล้วคุณ B ก็ให้เลข บช. ของคุณ C ไป ซึ่งคุณ A เข้าใจว่าเป็นชื่อจริงและเป็น บช.ของคุณ B โดยไม่ได้คิดถามอะไร เพราะตอนคุยตกลงจะซื้อขายกันก็ทางโทรศัพท์และเรียกชื่อเล่นกันปกติ เมื่อคุณ A โอนเงินเรียบร้อยก็ส่งที่อยู่ในการจัดส่งไปให้คุณ B ปกติ และได้โทรแจ้งว่าโอนเงินเรียบร้อยแล้ว
โดยเกินหน้านี้ก่อนที่นาย B จะส่งเลขที่ บช.ให้คุณ A คุณ B ได้โทรมาถามคุณ C ว่ามีกระเป๋า Celine ไหม และทำการตกลงซื้อขาย โดยบอกกับคุณ C ว่าตัวเองอยากขอรับของเองและตกลงซื้อขายกันในราคา 55000 โดยจะขอโอนก่อน 47000 และรับเป๋าตอนเย็นจ่ายเพิ่มอีก 8000 และขอเลขบัญชีของคุณ C เพื่อจะโอนเงินให้ พอได้เลขบัญชีก็ส่ง SMS ไปหาคุณ A ให้โอนเงินเข้าที่บัญชีนี้
ตกเย็นเวลา 6 โมงเย็นได้นัดส่งเป๋าที่ทองหล่อ และเย็นนั้นฝนตก เมื่อไปถึงสถานที่นัดด้วยความที่คุณ C เห็นฝนตกก็โทรบอกให้มารับตรงริมถนน เพราะคุณ C ไม่อยากเปียกฝน เลยยื่นกระเป๋าให้คุณ B จากในรถและรับเงินส่วนที่เหลือมา 8000 จากคุณ B โดยที่คุณ C ก็เห็นหน้าไม่ชัด เพราะฝนตกคุณ B ได้ป้องหน้า แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะคุณ C ก็คิดว่าได้รับเงินเรียบร้อยตามที่ตกลงกัน
ผ่านมาเกือบ 3 เดือนจากวันที่ส่งกระเป๋า ก็มีตำรวจมาหาที่บ้านพร้อมกับคุณ A กล่าวหาว่าคุณ C ไม่ได้ส่งกระเป๋าให้ตน ซึ่งคุณ C ก็งงว่าไม่รู้จัก และงงว่าซื้อกระเป๋าใบไหนอย่างไร ถามไปถึงรายละเอียดจึงรู้ว่า คุณ A สั่งซื้อกระเป๋ากับคุณ B แต่ไม่สามารถติดต่อกับคุณ B ได้เลย จึงให้ทางตำรวจสืบจากเลขที่บัญชีที่ตัวเองโอนเงินไปว่าที่อยู่ที่ไหนจึงมาตามถึงที่ โดยอ้างกับทางตำรวจว่าตนได้โอนเงินเข้าบัญชีชื่อนี้และไม่ได้รับของ ซึงคุณ A รู้อยู่เต็มอกว่าไม่ได้คุยหรือตกลงซื้อขายกับคุณ C แต่ด้วยความที่ฉันโอนเงินชื่อคนนี้ ดังนั้นคุณ C จะต้องรับผิดชอบโอนเงินคืนให้เขา
ฝ่ายคุณ C ก็ไม่ยอมคืนเงินให้ โดยคุณ C บอกว่าตนได้ทำการซื้อขายถูกต้องและได้ส่งกระเป๋าให้เรียบร้อยเเล้วในวันนั้น และคนที่เขาตกลงซื้อขายกันก็ไม่ใช่คุณ A แต่เป็นคุณ B จึงเข้าใจว่าคุณ A โดนโกง แต่ก็ไม่ใช่ตนที่โกง แต่เป็นคุณ B เพียงแต่คุณ A ไม่สามารถต่มตัวคุณ B ได้ จึงมากดดันอ้างว่าฉันโอนเงินเข้า บช.นี้ ดังนั้นคุณ C จึงต้องเป็นคนรับผิดชอบ แต่คุณ C ก็ไม่ยอมเหมือนกัน โดยบอกไปว่าเรื่องอะไรฉันจะต้องมารับผิดชอบกับการสะเพร่าของคนอื่น


เจอคดีเข้าไปเท่ากับคนโกงได้กระเป๋าไปในราคา 8000 และสันนิฐานว่าคงเอาไปขายต่อ ได้เงินไปแล้ว

เดี๋ยวนี้มันมีวิธีโกงกันแบบใหม่ๆ เจอคดีนี้เข้าไปคุยกับทนาย ทนายยังบอกไม่เคยเจอแบบนี้เลย เลยไม่รู้ว่าศาลจะตัดสินยังไง

** และขอเตือนภัยอีกรูปแบบใน Instagram เนื่องจากโอ๊ดเองได้ถ่ายรูปสินค้าของตัวเองลงขายไว้ แต่ไม่ได้มีคาดชื่อตัวเอง เพราะเจตนาจะให้ผู้ชมได้เห็นสินค้าแบบชัดเจนไม่มีอะไรบัง แต่มีมือดีขโมยรูปของโอ๊ดไปลงใน Instagram ของเขา และทำเป็นเหมือนของเขาเอง และมีน้องคนนึงสนใจ จึงโทรไป แต่คนขายบอกของยังไม่เข้า แต่ถ้าจะเอาให้โอนเงินมัดจำไป 50% ก่อน ซึ่งโชคดีที่น้องคนนั้นบอกขอคิดดูก่อน ซึ่งถ้ามองว่าคนนั้นต้องการเอาเงินมาซื้อของโอ๊ด และค่อยเอาไปส่งก็ถือว่ายังดีที่เขาจับชนไม่อยากลงทุน แต่ถ้าเกิดเขาเอาเงิน 50% ไปแล้วหาย คงได้สนุกกันแน่ ยังไงก็ฝากบอกเพื่อนช่วยระวังและรอบครอบกันสักหน่อย แล้วปัญหาจะไม่เกิดจ้า แต่ถ้าเจอแบบเพื่อนโอ๊ด ก็ยากเหมือนกันนะ