Quote Originally Posted by accuracy View Post
ขอรียนชี้แจงเป็นครั้งสุดท้ายนะคะ ให้ทุกท่านทราบว่าไม่ได้บีบบังคับขู่เอาเงินคืนใดๆทั้งสิ้นนะคะ..เพราะตอนแรกไม่ทราบด้วยซ้ำว่าจะได้เงินคืนแต่ทางตร.เป็นคนบอกเพราะกรณีแบบนี้เรามีหลักฐานในการโอนจิง มันต้องไล่เบี้ยเป็นกรณีเป็นคดีไป ดิฉันได้บอกไปแล้วว่าจะไม่คืนก็ได้ไม่ว่าไรเพราะแจ้งความไปแล้วก็ว่ากันไปตามกฎหมาย ตร.บอกดิฉันไม่ต้องมากับคู่กรณีที่สน.ก็ได้เพราะคดีเราก็แจ้งฯไปแล้ว และดิฉันก็ไม่มีสิทธิ์ไปบังคับขู่ใครให้เอาเงินคืนได้นะคะ ถ้ากฎหมายไม่ระบุไว้!! พอรู้ความจิงว่าถูกหลอกเหมือนกันยังบอกด้วยซ้ำว่าให้มาพูดจากันดีๆจะได้มาร่วมมือช่วยกันสืบหาคนราชบุรีต่อไป..ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์รู้อยู่แก่ใจค่ะว่าเรื่องจิงความจิงเป็นยังไง ก็แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละท่านนะคะ..ขอจบเรื่องและคดีแต่เพียงเท่านี้ค่ะ ไม่ไหวจะอธิบาย&จะเคลียร์จิงๆค่ะ ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของทุกท่านด้วยค่ะ..
ตรรกะพังหรือเปล่าคะ แจ้งความไปแล้วว่ากันตรามกฎหมายอันนี้ใช่อยู่ แต่ที่ตำรวจว่าไล่เบี้ยเป็นกรณีไปคือเค้าพูดถึงการฟ้องศาลค่ะ ตำรวจจะเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาก่อนทำสำนวนฟ้อง อันนั้นคือการไล่เบี้ย คือศาลจะพิจารณาเจ้าของบัญชีเป็นจำเลยที่1อยู่แล้ว ศาลจะตัดสินยังไงคืนเงินหรืออะไรก็ว่ากันอีกที

แล้วที่บอกกฎหมายระบุไว้!! โทษนะคะกฎหมายไม่ได้ระบุไว้ว่า ให้คืนเงินได้เลยเมื่อเจอตัวคนที่เราโอนเงินให้นี่คะ
กฎหมายมันระบุไว้ซอกทวีปไหนวะคะ ไปขุดมาซิ
ที่ตำรวจทำ ไม่ได้บังคับใช้กฎหมายห่าเหวอะไรเลย ตำรวจแค่ไกล่เกลี่ย เข้าใจไหมคะไกล่เกลี่ย เขาขี้เกียจทำสำนวน เขาแค่ให้คุยกัน คืนเงินดีกว่านะ ง่ายดี (ตำรวจขี้เกียจละ มีนัดเมียน้อย จับส่วยเย็นนี้ บลาๆ555)


แล้วที่เขาคืนเงิน เขาไม่ได้ยอมรับผิด แต่เขาแค่อยากตัดปัญหา ไม่อยากมีเรื่องมีราวอะไร แค่นั้นใช่ว่าเขาผิดจริงซะเมื่อไหร่

ตอนนี้ได้เงินคืนแล้ว ก็ไปถอนๆแจ้งความเถอะค่ะ อย่ามามัวส่องอยู่ในนี้เลย ระวังโดนแจ้งกลับไม่รู้ด้วยนะคะ
ถ้าเป็นเรานะ ถ้าตำรวจมีข้อหาหมั่นไส้ให้แจ้ง เราแจ้งจับคุณไปนานละ

เป็นคนพูดตรงๆนะคะ โทษที