Quote Originally Posted by tiny View Post
แต่คุณ nichapat ได้ให้เหตุผลว่า ทุกคนเต็มใจซื้อด้วยความอยากได้เอง (ตามนิสัยผู้หญิง) เพราะฉะนั้น ควรจะต้องหาร 3 เราเลยเห็นใจทุกฝ่าย แต่เราว่า หาร 3 มันเยอะไปสำหรับเรา

เราก้อไม่รู้จะพูดยังไงอ่ะ แต่ตอนนี้เราเป็นเจ้าทุกข์คนเดียว เพราะเราเสียเงินไปแล้ว

แต่ซึ่งเราก้อเห็นใจคุณ nichapat เพราะคุณ nichapat บอกว่าซื้อมาจาก catwalk....(หรืออะไรซักอย่าง ฟังไม่ถนัดค่ะ) ที่เป็นคนรู้จักกัน แล้วไปขอซื้อมาเอง เลยไปเอาเงินคืนไม่ได้อ่าค่ะ

โอ๊ย...ไม่รู้จะพูดยังไงค่ะ...สงสารตัวเอง และเห็นใจคนอื่นด้วยค่ะ

PS. เราก้อไม่กล้าให้คุณ metoyou โอนเงินมาให้เราก่อนด้วย ดูจะเห็นแก่ตัวไปไม๊คะ เพราะเค๊าก้อยังไม่รู้เลยว่าคุณ nichapat จะโอนให้เค๊ารึป่าวอ่ะค่ะ....

เราคิดว่าเรื่องนี้ต้องรับผิดชอบไปเป็นคู่สัญญาค่ะ

คุณ tiny ซื้อ คุณ metoyou "ด้วยเข้าใจว่าเป็นของแท้ในราคา ... บาท"
คุณ metoyou ซื้อ คุณ nichapat "ด้วยเข้าใจว่าเป็นของแท้ในราคา ... บาท"
คุณ nichapat ซื้อจาก...

ดังนั้นเมื่อแต่ละคนเข้าใจผิดในสาระสำคัญ
การซื้อขาย ย่อมไม่เกิดขึ้น ทุกอย่างต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิม
โดยการคืนเงินกันเป็นคู่ๆ แล้วให้แต่ละคนไปไล่เบี้ยกันเองจากคู่สัญญา ซื้อขาย ของตัวเอง

ที่อ้างว่าทุกคนเต็มใจซื้อ ก็เพราะเข้าใจว่าเป็นของแท้น่ะสิคะ

อย่างงี้ถ้าเราซื้อ LV จากคุณ ก. ด้วยความเต็มใจอย่างยิ่ง เพราะคิดว่าเป็นของแท้ เป็นรุ่นที่เราอยากได้ ในราคา 30000 บาท
คุณ ก. ซื้อจากคุณ ข. ด้วยความเต็มใจอย่างยิ่ง เพราะคิดว่าเป็นของแท้ เป็นรุ่นที่อยากได้ ในราคา 35000 บาท
คุณ ข. ซื้อจากบุคคลนิรนาม ราคา 40000 บาท
ถ้าเกิดปรากฎว่ากระเป๋าเป็นของปลอม

จะให้เราไปตามล่าหาบุคคลนิรนามเพื่อให้คืนเงินเรา จำนวน 30000 บาท
โดยที่บุคคลนิรนามได้กำไร 10000 บาทไปฟรีๆทั้งๆที่ขายของปลอม
หรือจะให้เราไปตามหาคุณ ข. เพื่อให้คืนเรา 30000 บาท โดยที่คุณ ข. ได้เงินไปฟรีๆ 5000 บาท ทั้งๆที่ขายของปลอม
ทางที่ดีเราควรตามจากคุณ ก. ในราคาที่เราซื้อมาไม่ดีกว่าเหรอคะ?

แล้วยิ่งมาขอหักราคาค่าเสื่อมด้วยแล้ว ไม่ตลกไปเหรอคะ?
ซื้อของปลอมมา แพงก็แพง ใส่ไปคนอื่นซุบซิบนินทาด่าว่าบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้
ชื่อเสียงก็เสีย เงินยังได้ไม่ครบอีก...

กฎหมายเขียนไว้ชัดเจน แต่ถึงกฎหมายไม่เขียนก็น่าจะใช้วิจารณญาณเองได้นี่คะ

ไม่งั้นคงผิดทั้งกฎหมาย ผิดทั้งศีลธรรมเลยค่ะ