ตอนนี้คุณไม่มีภาระที่จะดูแลใครใช่ไม๊คะ มีเพียงคุณพ่อ สามี และก็คุณ สามคนน่าจะไม่มีใครห่วงข้างหลัง แนะนำให้ไปที่
http://web.nkc.kku.ac.th/manit/watromphothitham.htm

รายละเอียดคงมีพร้อมอยู่แล้วค่ะ เราไปมาหลายรอบแล้ว หลวงพ่อท่านมีเมตตามาก เราไปโดยไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายนะคะ จะอยู่เป็นอาทิตย์ก็ได้นะคะ ตอนเช้าฟังธรรมจากหลวงพ่อ ทานอาหารซึ่งทางแม่ครัวของทางวัดจัดเตรียมไว้ให้แบบบุฟเฟ่ อาหารเที่ยงเราก็ห่อไว้ถ้าเราต้องการจะทานอีก หาปิ่นโตไปตักไว้ค่ะ เย็นเรามีอะไรก็ทำทานได้ ท่านไม่ได้ให้ถืออดขนาดนั้นนะคะ ต้มมาม่าหรือผัดผัก อะไรเราพอมีก็ทำทานได้ค่ะ ไม่มีอะไรขอกับใครก็ได้ ที่วัดมีที่พักให้ส่วนตัว บ้านเป็นหลัง ๆ เพราะฆราวาสไปสร้างไว้เพื่อปฏิบัติธรรม และเวลาเค้าไม่อยู่จะให้กุญแจทางวัดไว้ ให้คนอื่นไปพักได้
ทีนั่นสงบ ร่มเย็น เย็นใจ สบาย ทุกคนที่นั่นคือ กัลยาณมิตร เข้าหาใครก็ได้ จะได้รับความสะดวกไม่เลือกชั้น วรรณะ เข้าไปที่นั่นจะเสมอภาคกัน และเราจะรู้ว่าสวรรค์บนดินมีจริง(ความคิดเห็นส่วนตัว)

ภาระกิจประจำวัน

6-7 โมง เข้าลานธรรม รับธรรมะจากหลวงพ่อ
รับประทานอาหาร ห่อกลับกุฎิ(บ้านพัก)ในกรณีที่จะทานเที่ยง
พักผ่อนตามอัธยาศรัย กวาดเก็บ ดายหญ้าที่พัก อ่านหนังสือ พักใจ พักกาย ทำใจให้ว่างปล่อยวาง
18.00 น. - 19.00 น. เข้าลานธรรมรับธรรมะ
พักผ่อน

ธรรมะของหลวงพ่อจะไม่เหมือนที่อื่น ท่านสอนแต่เราปฏิบัติได้ สอนง่าย ๆ ทำง่าย ๆ ทำให้เราสว่างขึ้น ปลงได้เยอะนะ กับชีวิต ทุกคนสามารถไปได้ค่ะ ถือว่าไปพักผ่อน ไปเที่ยวก็แล้วกัน บรรยากาศดีมากเลยนะคะ ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดขาว แต่ขอว่าอย่าสีฉูดฉาดก็แล้วกันค่ะ เพราะมันไม่เหมาะเท่าไหร่ ถ้าได้ชุดขาวก็เรียบร้อยดีค่ะ สีน้ำตาลก็ได้นะคะ

ก็ขอบอกบุญสำหรับทุกท่านนะคะ เพื่อน ๆ ชาว sbn ลองไปดูนะคะ ไม่เสียหายหรอกค่ะ ธรรมะหลวงพ่อสบาย ๆ อยู่ที่ใจค่ะ ใจว่าง ปล่อยวาง สบายๆๆๆๆ นิพพานอยู่แล้ว เกิดดับในตัวมันเองค่ะ

ที่สำคัญ.........วัดของหลวงพ่อจะไม่มีตู้รับบริจาคทั้งสิ้น และไม่เคยขอรับบริจาคจะสร้างอะไรเลย แล้วแต่จิตศรัทธาที่เราจะถวายกับหลวงพ่อเองค่ะ

ท่านคือ "พระผู้ให้"

คุณหมูอ้วนพอจะเข้าใจแล้วนะคะ มองไปข้างหน้าเอาอดีตมาเป็นบทเรียน ทำดีต่อไปย่อมได้ดีในภายหน้าค่ะ สู้ ๆ ค่ะ