Quote Originally Posted by muouan View Post
กราบขออภัยทุกท่าน ตั้งแต่เที่ยงคืนวันนี้จะไม่มาอีกแล้วค่ะ
Quote Originally Posted by muouan View Post
ขอโทษทุกๆท่านเลยค่ะ
ไม่ต้องลบค่ะ คุณหมูอ้วน เพราะเราปริ๊นท์และเซฟไว้หมดแล้ว
อีกอย่างมีคน quote ของคุณเก็บไว้แล้ว แล้วเราก็ quote ต่ออีกครั้ง
ไม่งั้นทาง สน. เค้าจะรับแจ้งได้ยังงัย


แล้วตอนนี้เวลา 0:42 วันที่ 21 พ.ค. 2552
คุณบอกเมื่อวาน (20 พ.ค.) ว่าจะไม่มาแล้ว ยังเห็นคุณออนไลน์อยู่เลยค่ะ

อีกเรื่องที่อยากขอ...คือเลิกอีเมล์ก่อกวนชาวบ้านได้แล้ว



Quote Originally Posted by rdg View Post
Quote Originally Posted by muouan View Post

จบไม่จบ ด่าแล้วแต่ทุกท่านค่ะ

ก่อนอื่นไปดูลิ้งค์เลยค่ะ

http://www.zabzaa.com/uppic/iz/5wkgd.jpg
http://www.zabzaa.com/uppic/ia/a4zd2.jpg
http://www.zabzaa.com/uppic/ij/j0yd3.jpg
http://www.zabzaa.com/uppic/io/oygd4.jpg
http://www.zabzaa.com/uppic/ih/4r8d5.jpg
http://www.zabzaa.com/uppic/it/0thetruth.jpg

เอาล่ะค่ะ ถึงเวลาที่18มงกุฏ นางสตอเบอรี่ คนนี้ จะแถไป ต่อไปนี้จะพูดความจริงนะคะ เล่ายาวนา เเอาผ้าปิดจมูกด้วย เพราะมันเน่ามาก
ก่อนอื่น ต้องขอบอกทุกท่านเป็นครั้งที่ล้าน
ต้องขอโทษจริงๆโดยเฉพาะคุณสุ คุณหมอ และทุกท่านที่ทำให้อารมณ์เสีย ต่อไปนี้ เรื่องน้ำเน่าเรื่องจริงว่าทำไม อ้วนจึงทำแบบนี้ จะเผย

ให้ฟังค่ะ
ก่อนจะฟังช่วยไปเช็คที่เว็บพลอยและกดอีเมล์ไปหาเค้า journal_w@hotmail.com และโทไปตามเบอร์นั้นแหละ ซึ่งไม่เคยรู้จัก บอกเค้า

ก็ได้ว่าจะเสนองานให้ ถามชื่อเค้าด้วยนะคะว่า มาณวิกา รึเปล่าค่ะ มันไม่ใช่

ที่อยากพบคุณหมอเพราะตอนนี้มีปัญหากับทางบ้านค่ะ คุณหมอบอกมีเอกสารอะไรให้นำส่งอีเมล์ได้ ที่ขอปิดกระทู้เพราะลิงค์ต่างๆที่มีคน

นำมาลงมันมีชื่อเราน่ะค่ะ

ทำไม อ้วนจึงทำแบบนี้ เอาล่ะ
ความจริงคือ
เมื่อก่อน เราเซ้งร้านของชำจากแม่1แสน ดอกเดือนละ4000 และจ่ายครบ จนเมืออาการผื่นออก ไปตรวจที่ประมาณรักษาสิวใกล้บ้าน คุณ

หมอดูแล้วว่า มันไม่ปกติ รุ่งขึ้นจึงนัดไปตรวจและขออนุญาตเจาะเลือด นั่งรอ จนได้ผล คุณหมอเรียกไปในห้องและบอกผล อ้วนโทเรียกแฟน

มาเจาะ ปรากฏไม่มี และได้ไปตรวจซ้ำสองครั้งที่จุฬาหลังจากนั้นหกเดือน วันที่รู้ผลทุกคนต่างนึกว่าตรวจผิด จึงไปตรวจที่มงกุฏวัฒนะแถว

บิ๊กซี ประมาณวันที่3-5 กพ.48ไม่แน่ใจ เชื่อว่าคนในนี้สามารถเจาะประเด็นและรู้จักคนเยอะ ลองไปถามดูค่ะถึงผล เจาะทั้งคู่ ผลเหมือนเดิม

อ้วนบอกให้แฟนกลับบ้านไปซะ เพราะอย่ามามีภาระกับเรา (เราติดมาจากแฟนคนแรก)เค้าพูดว่า จะอยู่ดูแลเราตลอดไป
เมื่อตื่นขึ้นมา ก็อาการคนที่เพิ่งรู้น่ะค่ะ เข้าเน็ท ขอเบอร์โทคุณแก้ว คุณแก้วแนะนำ แต่น้ำตาก็ไม่หยุด มันต้องการใครก็ได้ที่ไม่รู้จักมาปลอบใจ

โง่จริงๆนะคะ แต่ทำไมจึงลงอีเมล์ไป เพราะหมดอาลัยตายอยากจริงๆ และมีคนแอดมาจริงๆ หลายคนที่เป็น แนะนำหลายอย่าง ตอน

นั้นcd4มี 40 ไปหาหมอครั้งแรกเป็นผู้หญิง แต่โต๊ะข้างๆโดนหมออีกคนดุเพราะไม่มาตามนัด จำแม่นว่า "คุณอยากตาบอดหรือไง" ทำให้

เราใจฝ่อมาก หมอบอกซีดีโฟร์ต่ำกว่า อยากให้รับยา แต่เราก็ขอเวลา และเดินจากจุฬาไปคลีนิคนิรนาม จากนั้นจึงตัดสอนใจเมื่อมาบ้านว่า จะ

รับยา ตัวแรกที่ได้เท่าที่จำได้คือ stocrin d4t และอะไรอีกตัวจำไม่ได้ แถมท้ายด้วยยานอนหลับอ่อนๆ ยังจำได้เลยค่ะ ว่าวันนั้น ซื้อแผ่นเอน

โดนฟินมา แล้วบอกสามีว่า ช่วยฟังหน่อยนะ ร้องเพลง "สิ่งสำคัญ" จนจบ และกอดคอร้องไห้กัน

ทุกทีคนที่ทานยาจะแพ้หรือดื้อเนี่ย มันต้องเป็นปี แต่พอหกเดือน เรามีอาการอาเจียน กินข้าวไม่ได้ กินน้ำไม่ได้ และคลีนิคโรคอิมมูนนี้ เปิด

เฉพาะวันอังคาร เมื่อไปถึง ไม่เจอหมอที่เคยรักษา แต่เจอหมอชายซึ่งจำชื่อได้แม่น เค้าไม่ขอเจาะอะไร ให้ยาแก้อาเจียนและแก้ไอ จำประโยค

นี้ได้ขึ้นใจว่า "เป็นเอดส์ก็แย่อยู่แล้ว ยังมาเป็นโรคลมชักอีก" วันนั้นน้ำตาไหล กลับมาทานยาก็ไม่ได้ช่วยเลย กลับมากกว่าเดิม จนทนไม่ไหว

แล้ว ในหนังสือคุณแก้วบอกถึงโรงพยาบาลคามิลเลียน จึงไปเพราะวันนั้นไม่ใช่วันอังคาร นอนโรงพยาบาล เจาะเลือดแล้วเจาะอีก กินอะไรไม่

ได้ ให้น้ำเกลือหลายอาทิตย์ น้ำหนักลดไปยี่สิบโล หมอลองเปลี่ยนยาเป็นสูตรสามค่ารักษาตอนนั้นแปดหมื่น และเนื่องจากนอนนาน เมื่อลุกจาก

เตียงไม่มีแรงเดินเลย พอกลับบ้านรู้ตัวว่าเดินไม่ได้
ใช้ก้นไถเข้าห้องน้ำ ถ้าจะขึ้นบนชักโครก สามีก็ประคองรักแร้ขึ้นมา เดินและกินไม่ได้เกือบปี แต่ระหว่างนั้นก็พยายามเดินล้ม เดินล้ม ใช้ไม้

สามขากับอีกแบบที่ทรงตัวได้ และห้าโมงเย็นของทุกวัน จะถีบจักรยานออกกำลัง
จนเมื่ออาการทานข้าวและน้ำไม่ได้มันไม่หายไปเลย จึงกลับไปจุฬาอีกครั้ง พบหมอคนเดิมและเธอตกใจมากเมื่เห็นเราในสภาพนั่งรถเข็น เมื่อ

เข้ามาถามอาการ จึงรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่า วันที่หมอไม่อยู่และเจอหมอผู้ชายคนนั้น ความจริงเราจะต้องเจาะแลคเตส ใครพอทราบมาอธิบาย

หน่อยนะคะ สามเดือนเจาะที เปลี่ยนยา ทดลองไปเรื่อย นั่นคือช่วงหกเดือนในปีแรก ขาไม่มีความรู้สึก มีแต่ชา จนหมอใจดีมากๆ ให้ค่ะ ให้

ยาreyataz มาหนึ่งกระปุก บอกหมอเองก็รู้สึกผิด สรุปว่า ต้องทาน reyataz stocrin norvir จากค่ายาเดือนละสามพันกว่า เป็นเดือนละ

หมื่นห้า ตอนนั้นมีบัตรเครดิตสองใบ สามีบอกจะสู้ แต่ร้านของชำค่ะ ตอนนั้นยังไม่มีพวกมินิมาร์ทต่างๆ สามีเริ่มเอาใจเรามากที่สุดเท่าที่

ชายคนนึงจะทำได้ พาไปกินบุฟเฟ่ท์ตามโรงแรม วันพ่อ วันแม่ วันเกิดพ่อแม่เรา เค้าก็ให้เราพาไป ส่วนเค้าก็ขายของอยู่ร้าน
เวลาไปซื้อยาก็ใช้บัตรรูด

ระหว่างนั้น ลืมบอกไปว่าก่อนที่จะมาทำร้าน แม่เอาบ้านหลังใหญ่ไปจำนองแบ๊งค์เพื่อออกเงินกู้ ซึ่งตามเก็บไม่ได้ซักราย และไม่ให้เราบอกพ่อ

เกรงพ่อจะหัวใจวาย เมื่อแบงค์จะยึด แม่ให้เรามาค้ำแบบกู้ร่วมอะไรเนี่ยไม่ค่อยรู้หรอกค่ะ เพื่อแม่จะได้จ่ายดอกน้อยๆ แต่เรามันอกกตัญญู

เพราะนึกถึงค่ายาและค่าซื้อของเข้าร้าน เพราะตอนนั้น มินิมาร์ทต่างๆเริ่มมาเปิดแล้ว จึงไม่สามารถทำให้แม่ แม่โกรธเพราะนึกว่าสามีบอก

ไม่ให้เราทำ ทั้งที่สามีบอกแล้วแต่เรา

จนวันนึง ความแตก แม่พาน้องหนีออกจากบ้านไป เราไปหาแม่นัดเจอกัน พาแม่ทานข้าวและให้เงินสดไว้ใช้และมาเดินห้าง แถมซื้อเบียร์ให้

อีกถาด เรื่องยาวววววว เมื่อแม่กลับมากราบเท้าพ่อ พ่อไม่ได้ตบตีแม่หรืออย่างไร คิดแต่แก้ปัญหา โดยขายบ้านหลังเล็กๆ ซึ่งแม่ให้เจ้าของ

บ้านเขียนเช็คสองล้าน ให้พ่อ อีกเจ็ดแสน แม่เก็บไว้และตัดที่สนามขายให้คนข้างบ้าน เพื่อเอาบ้านไว้
เวลาล่วงเลยจนมินิมาร์ทเต็มไปหมด ลูกค้าหาย และเราไม่สามารถจ่ายค่ายาต่อไป แฟนเครียดทุกวัน บัตรเครดิตเต็มวงเงิน ไม่มีปัญญาจ่าย

แฟนทานยาความดัน ทานๆหยุดๆ เราไปโรงพยาบาลจุฬาครั้งสุดท้าย บอกพยาบาลว่า เราไม่มีเงินจ่ายค่ายาแล้ว เค้าให้เราเข้าไปคุยกับห้อง

ประกันสังคม แต่เรามีแต่สามสิบบาท โชคดีที่ปีนั้น คุณอะไรไม่รู้ ดันยานี้ให้เป็นยาบัญชีหลัก เราจึงมารักษาที่โรงพยาบาลบัตรทองใกล้บ้าน

โรงพยาบาลก็ได้เบิกยามาให้เราได้
แต่สถานการณืร้านเริ่มเลยร้ายลง ตอนอยู่ร้าน เราชักบ่อยมาก หัวกระแทก(ถึงจำรายละเอียดไม่ค่อยได้)บ่อยมากๆ
ปีที่แล้วนี้เองปลายปี เราตัดสินใจเซ้งร้าน และเพิ่งมารู้ว่าพี่ชายเป็นด้วย พี่มีประกันสังคมของเวชธานี(พี่ชายเราไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่เด็กเพราะ

เค้าอยากอยู่กับยาย)
เมื่อจะเซ้งร้าน มีคนสนใจมาก แต่แม่บอกจะเซ้งเอง เราขอเซ้งทุกคนแสนห้าถึงสองแสน แต่กับแม่เราให้แสนเดียวเพราะต้องการเงินทุน รอ

แล้วรอเล่า ระหว่างนั้นได้งานถ่ายภาพกับหนังสือฉบับหนึ่ง เมื่อเสร็จงานที่สอง เค้าไม่เรียกเราไปอีก และเราไม่มีเงินเพราะร้านปิดแล้ว
อ๊ะ..เราเคยบอกมั้ยว่าแม่เคยจ้างนักเลงที่เคยทวงหนี้และออกจากคุกมาขู่ยิง แฟนเราถึงที่ร้าน เราก็อยู่ วันรุ่งขึ้นเราไปหาหมอ แม่เดินมา แฟน

เรไม่พูดจึงเกิดปะทะคารมว่า
ถ้าชั้นจะทำ ชั้นจะทำเอง ไม่ต้องจ้างคนมาขู่เธอหรอก
แฟนเราหมดความอดทน จึงตะโกนและร้องไห้ว่า ทำเลยครับ ฆ่าผมเลย ผมก็ไม่อยากอยู่แล้ว ผมไม่รู้ว่าผมผิดอะไร ผมอยู่นี่เพราะผมรักลูกแม่

ฆ่าเลยครับ

แม่เราเกลียดแฟนเรามากนะ เพราะเค้าจน

เมื่อไม่มีทีท่าว่าแม่จะมาเซ้ง และยังบอก จะเซ้งให้คนอื่นก็เซ้งไป อ้าว ไอ้คนที่สนใจแต่แรกมันไปหมดแล้ว ไม่มีใครแล้วอ่ะ จึงตัดสินใจขาย

ของในร้าน ตู้และอื่นๆ ได้เงินมาสองหมื่น ย้ายบ้านมาหมื่นนึง ใช้หนี้เค้าอีกหมื่น เงินหมด

พักหายใจก่อนนะคะ
เราเริ่มหาทาง เพราะแฟนเราสามารถทำเว็บไซท์ได้ ได้งานมาสามงานพอประทัง เราก็แรกๆ แอบขายกระเป๋าก่อน เพื่อจ่ายค่าไฟ และต่างๆ

จนไม่พอ
วันหนึ่งแม่รู้ว่าเราอยู่ที่นี่ จึงไปเจอกันอีก โดยไม่รู้แม่คิดอะไร ตอนนั้นน้องเริ่มเข้ามหาวิทยาลัยที่นครปฐม ทั้ง พ่อ แม่ น้อง เลยไปเช่าบ้านอยู่

ที่นั่น ก็ต่างคนต่างอยู่

จนกระทั่ง

วันที่6 กพ คุณพ่อโดนคุณแม่วางยานอนหลับไปส่งศรีธัญญาโดยไม่บอกใคร หมอรับตัวไว้ และแม่ให้มีรหัสและห้ามใครมารับ ไม่ให้ใครรู้

(พ่อเป็นลิ้นหัวใจรั่ว .)พอครบอาทิตย์ให้แม่มารับ แม่ไม่มา จนล่วงเลยไป22วัน วันที่เรารู้ เพื่อนพ่อที่อยู่เตียงข้างๆลูกชายเค้ามารับ พ่อเลย

แอบเขียนจม.ฝากมาให้เรา จนเรากลับห้องมาสามทุ่ม ตกใจมาก และรีบโทรเช็ค วันนั้นรีบไปพบพยาบาลทั้งที่เค้าบอกไม่ต้องมา แต่ห่วงพ่อ

มาก ไปถึงพยาบาลเล่าให้ฟังหมด และ เรานำเสื้อผ้าไปให้พ่อเพื่อรุ่งขึ้นจะได้มารับตัวกลับบ้าน วันนั้นเรากลับถึงบ้านเที่ยงคืนค่ะ

รุ่งขึ้นไปรับพ่อ เสียเงินหมื่นสอง เพราะเอาของไปจำนำ พ่อไม่มีอะไรเลย จำวันนั้นได้สนิทใจ เราเห็นพ่อ พ่อเห็นเรา เรารีบทิ้งกระเป๋าวิ่งไป

กอดพ่อ ร้องไห้ พ่อร้องไห้ เราไปรับพ่อ9โมง แม่ไปร้องเรียนผอ.โรงพยาบาลจะให้พ่ออยู่ต่อแปดโมง แต่เมื่อรู้ว่าเราไปรับ จึงไม่เข้าบ้าน ทั้ง

สมุดบัญชี กุญแจรถพ่อ เงินสด ไม่มี นั่งแท็กซี่กลับบ้าน เหลือเงินสามร้อยบาท ไปถึงเจอพี่เลี้ยงอยู่ที่โรงรถซึ่งแม่จ้างมาให้ดูแลพี่ชายซึ่งเดิน

ไม่ได้ พ่อจึงชวนเรากับแฟนไปหาห้องที่พี่ชายนอนอยู่ ไม่เจออะไร และพี่ชายบอกอยากกลับไปอยู่กับน้องสาวแม่ อยู่นี่อาหารดีแต่ไม่มีกำลังใจ

อยู่นั่นมีกำลังใจ อีกทั้งเวลาไปไหน แม่จะล็อคประตูเหล็กหน้าบ้านไม่ให้ใครเข้าออกได้ วันที่กลับจากโรงบาล เรา พ่อ แฟน ต้องปีนเข้าบ้าน พี่

ชายพี่เลี้ยงเมื่อรู้เค้ารีบแต่งตัว พี่เลี้ยงนำปืนมาให้เรา และพ่อถามพี่ชายแล้วว่า สมัครใจอยู่ไหน พี่ชายอยากไปจากที่นี่ จึงให้น้องสาวแม่มารับ

สองทุ่ม รปภ.ไม่ให้รถน้องแม่เข้ามาเพราะแม่สั่งไว้ พ่อจึงออกมายืนยัน พี่เลี้ยงมอบปืนให้เราเก็บไว้ สามีน้องสาวแม่เป็นคนตัวใหญ่มาก และ

สามารถอุ้มพี่ชายได้ ล้างก้นเช็ดก้นให้ทุกครั้ง จึงปีนมาสะเดาะกุญแจบ้าน
และนั่นคือกระทงแรก ."บุกรุกเคหะสถาน"
จนเราขึ้นไปนอนบนห้องที่พี่ชายนอนตอนสองทุ่ม แฟนหลับไปเลย พอเที่ยงคืน พี่เลี้ยงโทมาบอกว่า แม่บ่นๆว่ามีของเอกสารอยู่ในรถพ่อ เรา

จึงลงไปบอกพ่อ ในขณะที่แฟนเราคร่อกไปตั้งแต่สี่ทุ่ม พ่อกับเราจึงไปงัดรถเพราะกระจกแง้มไว้ พ่อพยายามดันกระจกให้ต่ำสุด เราเอามือ

ล้วงไปเปิดล็อคจนได้
และนั่นคือ กระทงที่สอง" ลักทรัพย์ในเคหะสถาน "
จนเจอกระเป๋าทั้งหมด ปรากฏว่าไม่มีบัญชี มีเครื่องพลอยเพชรของปลอม เพราะของจริงแม่ไปจำนำหมดแล้ว (รวมทั้งกระเป๋าcelineไป

ขายได้สองหมื่น) เราเอานาฬิกาเรือนนึงที่เคยใส่ตอนเด็ก ขอพ่อ พ่อก็ให้ บอกเอาไรเอาไป เราเห็นแหวนต่างๆซึ่งจับก็ดูก็รู้ เบาหยอง ด้วย

ความรู้สึกที่เสียใจ น้อยใจ ที่แม่ทำกับพ่อ เราจึงเอาพวกแหวนปลอมไปซ่อนไว้ใต้ลำโพง แฟนเดินลงมานั่งอยู่ห่างๆ แล้วขึ้นห้องตอนตีหนึ่งกว่า
แฟนทำกับข้าวให้พ่อกินทุกวันสองคืนสามวัน จนไม่มีเงินเหลือ มาวันที่สาม โทรหาแม่ ยอมรับสาย เราร้องไห้บอกให้แม่กลับมา แม่ถามถึง

ปืนก่อน เราบอกอยู่ที่เรา แม่หัวเราะเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นบอกเดี๋ยวมา พร้อมขับรถป้ายแดงมา เราเปิดประตูบ้านไว้รอ แม่โทมาว่าถึงหน้า

ซอยบ้านแล้ว ให้เอาปืนมาด้วย เง็งจริงๆ เราก็ยืนอยู่หน้าบ้าน กวักมือให้แม่มา แม่ก็กวักมือให้เราเดินไป พร้อมถามถึงปืน เราเอาไปไว้ท้ายรถ

พร้อมเห็นกับข้าวที่แม่ซื้อมา พ่อก็มารอหน้าบ้าน เราขึ้นรถมา แม่มาจอดหน้าบ้านไม่ดับเครื่อง ไม่ลงจากรถ เพราะไม่กะจะลง แม่บอกให้เรา

ลงไปเอากับข้าวลง เราก็เปิดท้ายไว้ เพราะรู้แน่นอน เราบอกพ่อให้พาแม่ลง แม่บอกเดี๋ยวเอารถไปจอดตรงโน้น พ่อบอก อ้าวก็เอาเข้าบ้าน แม่

ไม่ลงท่าเดียวจนพ่อจูงแขนแม่ลงมา และเราเป็นคนถอยรถเข้าบ้าน
แม่มาดูตู้เย็นบอก ไหนบอกไม่มีกับข้าว นี่ไงกุ้ง โอ๊ย พี่น้อง แข็งเป๊ก มีกลิ่นตุๆ จะทำให้พ่อกินมั้ยเนี่ย แม่เลยว่าเราหลอกให้แม่เข้าบ้าน(โถ่ทั้ง)

(ก่อนหน้าที่แม่จะกลับมา เรานั่งถามพ่อว่า "พ่อคะ ถ้าแม่กลับมา แล้วกราบพ่อขอโทษอีก พ่อจะทำอย่างไร" พ่อตอบว่า." ก็ไม่ทำงัย แก่ๆกัน

แล้ว" เราจึงรู้ว่า พ่อรักแม่เพียงใด)

จากนั้นเราก็กลับบ้าน ซึ้งใจมากที่มื้อเย็นนั้น ปลาที่แฟนเราซื้อมาในวันที่สอง พ่อเอามากินอีก ทั้งที่มีกับข้าวใหม่แล้ว ปลาตัวเดียวกินได้สาม

มื้อนะ เรานั่งดูพ่อกิน แล้วกลับบ้านกัน

จนท่านแม่โวยวายหาของไม่เจอ เราก็บอกไม่ได้เอาไป๊ หารู้ไม่ เดือนต่อมา เราและสามีได้รับหมายเรียกดังที่เห็น แม่แจ้งความคดีอาญาจับลูก

นะ!!! โอ้แม่เจ้า
เราไปโรงพักตามนัด (แม่หนีออกจากบ้านครั้งที่สองแล้ว) เรารอแม่อยู่ด้วยความรู้สึก... ช่างเถอะ พอเห็นแม่ขับรถมาและแม่เห็นรถพ่อ เรารีบ

วิ่งออกมา แม่ถอยรถหนี เราออกมาตัวเปล่า เราเห็นมอไซค์รับจ้างคันนึง เรารีบบอก พี่ตามรถคันนั้นไป แต่แม่ไปลิบแล้ว บอก ไปเหอะพี่ หนู

ให้ร้อยนึง ฟ้ายังปราณี แม่ออกมาจอดรถโทรศัพท์ที่ถนนใหญ่ พอเห็นเรา เรารีบกระโดดลงจากมอไซค์ทั้งที่ยังไม่จอดดี รีบเดินไปที่

กระโปรงรถ เอามือวางไว้ ไม่ให้แม่ไปไหน มอไซค์เหวอๆ เราบอกน้องให้ไขกระจกลงเอาเงินมาร้อยนึงให้มอไซค์ แล้วขึ้นรถ พ่อขับรถ

ตามออกมาบอกให้แม่เข้าไปโรงพักด้วยกัน แม่บอกให้พ่อไปก่อน แต่แม่ขับหนี พ่อก็ปาดมาแซงหน้าแล้วปาดซ้ายขวา ไม่ให้แม่หนี(เหมือน

หนังแอ็คชั่นจริงๆ) ในที่สุดไปถึงนั่น เรานั่งลง สายตาแม่มองมาที่เรา เฉยมาก ตำรวจสอบปากคำพี่เลี้ยง เราเลยบอก แม่ หนูยอมเข้าคุก แต่

แฟนเราไม่รู้เรื่องจริงๆ แม่บอก แล้วแต่เธอฮ่ะ เราร้องไห้เลย ตำรวจให้เรากับแฟน พิมพ์ลายนิ้วมือ
จากวันนั้นถึงวันนี้ คดียังอยู่ที่นั่น

และมาเข้าเรื่องกระเป๋า เมื่อก่อนบ้านเราจัดว่ามีฐานะ แม่พาเราไปฮ่องกง ซื้อของในdutyfree ที่เราไม่รู้ราคาเพราะแม่จ่ายไง และเราก็เก็บ

ไว้ตลอด แม่บอกให้เอามาให้น้องสะพาย เราไม่เคยให้เลย เพราะแม่เปลี่ยนไปมาก

เรามาโพสท์ในห้องนี้ นึกว่าจะดูรู้ว่าของแท้ เพราะเราก็ไม่กล้านำของปลอมมาลงเด็ดขาด เราขายกระเป๋าทุกเดือน ใบจิมมี่ชู เราก็บอกลูกค้า

ตรงๆ และได้ราคาไม่เท่าที่ตั้งไว้ ลดไปพันนึงล่ะ

และที่บอกท้อง จริงๆไม่ท้องหรอกค่ะ ขอโทษนะคะที่สตอ เพราะเราอยากมีเงินตั้งตัว ไม่รู้คิดอะไร แต่ตอนนั้นหิวจริงๆ แฟนไม่รู้หรอก แค่

ค่ายาเค้ายังไม่ซื้อเลยกล่องละพัน

ประเด็นคือ เราเป็นเรายอมรับ พี่เป็นเราก็ยอมรับ เราขออภัยทุกท่านที่ทำให้เสียเวลามาพิมพ์ และเสียความรู้สึก เราไม่อยากโกหกอีกแล้ว แต่

เมื่อลงชื่อเรา รุ่งขึ้นมีเพื่อนเราโทมาถาม ป่านนี้กระจายไปหมดแล้ว
เราโทหาอาเขย เค้าอยู่สวนนะคะไม่ใช่เรา ซึ้งใจอามาก และอาได้โอนเงินมาส่วนนึงแล้ววันนี้

ท้ายนี้ ขอโทษทุกท่าน โดยเฉพาะคุณหมอที่อยากช่วย แต่เราไม่อยากเจาะเลือดและนึกถึงวันนั้นอีก รวมทั้งคุณสุ ขอโทษมากๆทั้งคู่ และทุก

คนค่ะ
และขอบคุณทุกท่านที่เข้าใจค่ะ อย่าให้กระทู้ยาววอีกเลยเพราะคนเลวอย่างเราค่ะ
ถ้าอยากด่าหรืออะไร อีเมล์มาด่าเถอะค่ะ
ขอเก็บไว้อ่าน ออกไปประชุมก่อน เดี๋ยวมา