....ทีนี้ต่อมาในวันที่ 15 มิ.ย. หนูก็ไม่ได้โอนหรอกค่ะ เพราะยุ่งๆงานเยอะและมีปัญหาหลายๆอย่างด้วย ก็ตั้งใจไว้ว่าจะโอนรวบยอดให้พี่เค้าภายในเดือนหน้ารวม 30,000 บาทไปเลย
(แล้วโทรบอกแม่ค้าหรือเปล่าครับ คิดคนเดียวไม่ได้นะครับเรื่องแบบนี้) แต่เราก็มีส่วนผิดที่ไม่ได้โทรบอกภายในวันนั้นก่อนเพราะยุ่งจนลืม
(แล้วโทรบอกแม่ค้าวันไหนครับ)
หลังจากนั้นพี่เค้าก็ sms มา
(วันไหนครับก่อนหรือหลังคุณโทรบอกเค้าว่าจะโอนอีกทีสิ้นเดือน)บอกว่ามีลูกค้าสนใจอย่างโน้นอย่างนี้ หนูยังจะเอาไหม ซึ่งที่พูดนี่เป็นเหตุการณ์ภายในเดือนมิถุนายนนะคะ ยังไม่พ้นเดือนด้วยซ้ำ หนูเลยโทรกลับไปหาพี่เค้า
(วันไหนครับ โทรเป็นครั้งแรกหลังวันที่ 15 เลยหรือเปล่าครับ) เค้าก็บอกว่าเห็นหนูเงียบหายไป เค้าไม่รู้หนูจะเอายังไง และจะเก็บของไว้ให้ถึง 25 มิ.ย
.(ถ้าหลัง 15จนถึงวันนี้คุณไม่เคยโทรบอกแม่ค้าเลยว่าจะขอต่อรองรวบยอดเป็นสิ้นเดือน จนคุณได้ sms จริงๆแม่ค้ามีสิทธิยึดมัดจำแล้วขายให้คนอื่นตามข้อตกลงนะครับ เพราะเค้าเสียผลประโยชน์)
ทีนี้ปัญหาก็เกิดเพราะว่าวันที่ 30 มิ.ย. หนูไม่ได้ไปโอนหรอกค่ะ
(ควรจะรีบโอนนะครับ เพราะคุณติดยอดงวดที่แล้วอยู่ด้วย โอนก่อน 30 ยิ่งดี จริงๆ)เพราะตัวเองไม่ว่าง เลิกงานก็สี่ห้าทุ่ม เข้างานแต่เช้า (หนูเพิ่งทำงานประจำเดือนนี้เป็นเดือนแรกเองค่ะ) คุณแม่ก็ไม่อยู่ ไปประชุมและตรวจงานต่างจังหวัด ตรงนี้หนูยอมรับว่าหนูไม่ได้ตรงต่อเวลา พอวันที่ 1 กรกฎาคม ก็โทรไปหาเพื่อจะบอกพี่เค้าเพราะเกรงใจมากๆ ว่าขอผัดอีกวันนะคะ เพราะ 1 ก.ค. ธนาคารทุกแห่งเค้าหยุดประจำปีกัน ขอเป็นพรุ่งนี้นะคะ (ซึ่งก็คือวันที่ 2 ก.ค. 52) (และถ้าจะให้โอนผ่าน ATM ก็ทำไม่เป็นจริงๆค่ะ) ....
ไหนบอกผ่อนได้ ทำไมพอมีคนมาขอซื้อหนักๆเข้า ก็เลยอยากรีบขายงั้นหรอคะ ไม่คิดอ่ะว่าจะมาเจออะไรแบบนี้ หนูซื้อขายในนี้มาพอสมควร อาจมีบ้างที่โอนช้าแต่ไม่เคยโกงใครเค้ามานะคะ พี่ๆคิดว่าสิ่งที่หนูได้รับอยู่นี่มันสมควรแล้วหรอคะ?
หนูยอมรับความผิดของตัวเองที่ว่าเป็นเพราะเราช้าเอง เราไม่ตรงเวลา แต่ค่าเสียเวลาที่ต้องจ่ายนี่ราคานี้มันเหมาะสมแล้วหรอคะ แล้วการถูกบีบให้ต้องจ่ายก่อนเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ในตอนแรกมันยุติธรรมแล้วเหรอคะ
(แล้วลูกค้าได้โทรต่อรองกับแม่ค้ามั้ยครับ หลังวันที่15 ก่อนที่ แม่ค้าจะ text sms มาว่ายังจะเอาของอยู่ไหม เพราะ ที่ผมคิดถ้าคุณโทรไป ต่อรอง วันโอนใหม่กับยอด ใหม่ แม่คงไม่น่าจะ text กลับมาถามว่าจะเอาอยู่ไหม เพราะแม่ค้า 1.ไม่ได้ยอด 2.ไม่มีการติดต่อกลับ
ผมคิดเองนะครับ เพราะขายของเหมือนกัน นอกจาก SBN ด้วยครับ เข้าใจทั้ง 2 ฝ่าย ปัญาคือคุณสื่อสารกันให้เข้าใจว่าจะเอายังไง แม่ค้าเลยตามกฏเดิม ไม่โอน ไม่บอก ก็ขาย แล้วคืนมัดจำบางส่วน ในกรณีนี้แม่ค้าไม่ผิดครับ ส่วนเรื่องการคืนเงินขึ้นกับที่คุณตกลงกัน อาจจะคืนหมด หรือไม่คืนเลย ผมว่าไม่ผิดครับอยู่ที่ แม่ค้ามากกว่า)
ขอพูดตรงๆ
ในส่วนของลูกค้า
ผมว่าการที่บอกว่า 15 หรือ 30ไม่มีเวลา หรือโอนผ่านATM ไม่เป็น ไม่ใช่ข้อแก้ตัวนะครับ เพราะมันง่ายมากๆจริงๆ กด 2-3 ปุ่มก็เสร็จแล้ว โทรถามธนาคารเจ้าของบัตรก็ได้ เบอร์หลังบัตรก็มี
คุณโอนไม่ได้ 15 แต่ 11 12 13 14 หรือ 16 17 18 คุณก็โอนได้นี่ครับ
30 โอนไม่ได้ ในเมื่อคุณรู้ว่า ไม่ว่าง คุณก็ควรจะโอน ก่อนนะครับ ไม่งั้นเท่ากับคุณผิดสัญญา 2 ครั้ง นะครับ เดือนนึงมี 30 วัน คุณจะฝากคุณแม่คุณว่างๆไปโอนให้ก็ยังได้เลย
ในส่วนของแม่ค้า ควรจะตั้งกฏ หรือบอกลูกค้าชัดเจน เช่นว่า ถ้าเลยชำระ กี่วันไม่มียอด จะหักมัดจำเท่าไหร่ เพราะมันเป็นเรื่องที่สามารถพูดได้ ค่าเสียเวลา ค่าเสียโอกาส เพราะในทางธุรกิจ บางทีมันก็ต้องตรงไปตรงมา แต่ก็นะ รุ่นพี่รุ่นน้องถ้าไม่คิดมาก ก็คืนๆไปเถอะครับ
ส่วนในนี้เป็น SBN ถ้าป็นผม หลังลูกค้าผิดงวดแรก ผมจะโทรไปบอกลูกค้าว่า ระหว่างรอยอดถ้ามีคน พร้อมซื้อผมขอขายทันที และคืนมัดจำให้ โดยอาจจะหักค่าโอนกลับผ่าน ATM 20 บาท แต่ถ้าคุณยังโอนเข้ามา กระเป๋ายังเป็นของคุณนะครับ
ประเด็นเรื่องขายไปวันไหนอันนี้ไม่ขอพูด นะครับ เพราะไม่รู้ตื้นลึกหนาบางจริงๆ ควรจะคุยกันเองนะครับ ออกมาตั้งกระทู้แบบนี้โอกาสได้คืน คงน้อยนะครับ เพราะอีกฝ่ายเค้าอาจจะรู้สึกไม่ดีด้วยแน่ๆ ครับ สรุป ไม่ได้ตัดสินว่าใครผิดนะครับ
Ps. ทั้งหมด แค่สรุปจากเนื้อหาในกระทู้นะครับ ไม่รู้จักใคร และไม่มีสวนได้ส่วนเสียกับใครทั้งนั้นครับ
