บทเรียนราคาแพง..แพงจริงๆค่ะ หนูควรได้รับขนาดนี้หรือเปล่าคะ

กรณีฉ้อโกงต้องการเอกสารดำเนินคดีทางกฎหมายทำอย่างไร       การสร้าง สินค้าแฟชั่น สู่สินค้าแฟชั่นแบรนด์เนม ความรู้ที่ได้จากชุมชน SBN บทที่1       สมาชิกเก่า สมาชิกใหม่ อ่านหรือยัง สำคัญมากครับ <--"คลิ๊กที่นี่"             
Previous
Next
Downtown
กระทู้แนะนำล่าสุดจาก Downtown
กระทู้แนะนำล่าสุดจาก
กระทู้แนะนำล่าสุดจาก
Page 1 of 6 123 ... LastLast
Results 1 to 10 of 119

Hybrid View

  1. #1
    kikalicious's Avatar
    kikalicious is offline Registered Member SBN Exclusive Master Brandname

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Sep 2008
    Posts
    3,591

    Default

    พูดยากอ่ะค่ะ เข้าใจว่าคนเป็นแม่ค้า ที่ปล่อยขายก็เพราะต้องการใช้เงินส่วนนั้น
    และอารมณ์ที่คาดหวังว่าในแต่ละเดือน (แต่ละงวด) จะได้เงินตรงนี้มาหมุนใช้จ่ายมันไม่ได้เป็นไปตามแพลน ก็คงจะไม่ต้องการรอ รับความเสี่ยง น่ะค่ะ

    ไม่ได้ว่าคุณจขกท. นะคะ แต่เราว่าการหัก 5000 จาก 10000 ถือว่าไม่แย่นะคะ
    เพราะบางคนเค้าหักไปเลย 10000 เต็ม ๆ ด้วยซ้ำ ถือเป็นค่าเสียเวลา/เสียโอกาส/ผิดสัญญา น่ะค่ะ
    คือบางคนเขียนไว้ชัดเจนเลยตรงกติกาการซื้อขายว่า ผิดนัด ผิดสัญญา โอนไม่ครบ จะริบส่วนที่โอนมาแล้วทั้งหมด

    อยากทราบว่ากติกาของแม่ค้าเป็นไงบ้างได้แจ้งไว้ก่อนป่าว แต่ว่าตามหลักทั่วไปแล้วมันก็ต้องมีการหักค่าเสียเวลาเสียโอกาสบ้าง
    Last edited by kikalicious; 04-07-09 at 09:11.

  2. #2
    cocoa's Avatar
    cocoa is offline Registered Member Master Brandname

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
    รับผิดชอบต่อชุมชน
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Oct 2007
    Location
    SG
    Posts
    2,745

    Default

    อืมมม ถ้าเป็นผ่อนอะไรจริงๆ จังๆ ข้างนอก
    ผิดนัด 2 เดือน บางที่ริบมัดจำหมดเลยค่ะ

    เช่นผ่อนคอนโดเป็นต้น


    เป็นตัวอย่างค่ะ ว่าการทำธุรกรรม
    ต้องรักษาสัจจะ หากมีเหตุขัดข้อง
    ต้องแจ้งคู่ค้าในสัญญา มิฉะนั้นผู้ที่ผิดข้อตกลงก่อน
    จะไม่สามารถโต้แย้งได้เลยค่ะ หากถือวิสาสะเปลี่ยนแปลงเอง

    ตกลงกันดีๆ ละกันนะคะ
    บทเรียนราคาแพงเลยค่ะ โชคยังดีที่แค่หมื่นเดียว
    ถ้าเป็นคอนโดวางมัดจำสามแสนจะทำยังงัยคะเนี่ย...
    ----:: Brief Olive / Vert Fonce ... i'm !oving u ::----

  3. #3
    SweetHoney is offline Trusted Member Brandname Fan
    SweetHoney's Bank Account
    • Bank Account 1: 236X6X9X5X
    • Bank Account 2: 285X2X5X0X

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Dec 2008
    Posts
    369

    Default

    คุณ Little Princess จะโกรธมั้ยเนี่ย ถ้าเราจะบอกว่า เท่าที่อ่านนนะคะ เราคิดว่าแม่ค้ามีสิทธิหักทั้ง 10,000 บาทเลย หักได้ตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย. และขายกระเป๋าให้คนอื่นได้เลย ไม่จำเป็นต้อง SMS มาถามด้วยค่ะ (ถึงแม้ว่าถ้าเราเป็นแม่ค้า เราอาจจะไม่หัก หรือหักนิดหน่อยให้ลูกค้ารู้สึกว่า ผิดสัญญาก็ต้องมีภาระ มีบทลงโทษ จะได้ไม่ไปสัญญาอะไรกับใครแบบไม่รับผิดชอบ)

    เงินมัดจำคือเงินที่จ่ายเพื่อเป็นประกันในการทำตามสัญญานะคะ ถ้าลูกค้าผิดสัญญา แม่ค้าต้องคืนมัดจำ แล้วมัดจำคืออะไรคะ จะมัดจำทำไม

    ทีนี้ลองมองกลับในมุมแม่ค้านะคะ สมมติว่าคนตั้งกระทู้ก่อนไม่ใช่ลูกค้า แต่เป็นแม่ค้า.. จะเห็นว่าลูกค้าผิดนัดหลายรอบ ไม่มีทางทราบเลยค่ะว่าที่คุณสัญญา (อีกครั้ง) ว่าจะโอนวันที่ 1 หรือ 2 นั้น จะโอนจริงหรือไม่ แล้วถ้าโอน แต่โอนไม่ครบ แล้วบอกให้รออีก เท่ากับว่าแม่ค้าจะต้องมาเกรงใจว่าโอนมาก็ตั้งเยอะแล้ว ก็ต้องรอไปเรื่อยๆ

    อืม.. แต่ตามที่ตกลงกันตอนแรก ให้ 3 เดือน แต่เอ๊ เดือนแรกก็ผิดนัด อ่ะเลื่อนนัดให้ อ่าว ยังผิดนัดอีก แล้วถ้าเลื่อนให้อีก จะผิดนัดอีกรึป่าว แล้วยิ่งกว่านั้น จะผิดนัด ยังไม่บอกอีกต่างหาก ต้องให้ถามเอง

    เข้าใจค่ะ ว่ามองในมุมของลูกค้า (อีกที) ว่า เราก็ไม่ได้จะเบี้ยวหนิ แค่ไม่ว่าง แล้วก็โอนผ่าน ATM ไม่เป็นเท่านั้นเอง แต่อย่าลืมนะคะ แม่ค้าไม่ได้ทราบเจตนาของคุณเลย

    ปกติไม่ค่อยตอบกระทู้นะคะ แต่อ่านแล้วงงเลย.. ตั้งทำไมหว่า
    อาจจะดูรุนแรงไปสำหรับเรื่องที่คุณอาจจะเห็นว่า เรื่องแค่นี้เอง.. ทำไมต้องว่าว่าไม่รับผิดชอบ แต่มันสื่อให้เห็นถึงปัญหาในสังคมนะคะ เท่าที่อ่าน คุณ Little Princess ยังเด็ก ควรจะสร้างความรู้สึกรับผิดชอบขึ้นนะคะ จำไว้ว่า เราไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาล ที่ทุกคนจะต้องมาคอยเข้าใจและให้อภัยเวลาเราไม่ทำตามข้อตกลง เพราะเรามีเหตุผลของเรา และเหตุผลของเราถูกต้องเสมอ ความคิดนี้ใช้ได้กับแฟนเท่านั้นค่ะ

  4. #4
    Meesook's Avatar
    Meesook is offline Trusted Member SBN Exclusive Master Brandname
    Meesook's Bank Account
    • Bank Account 1: 003X3X2X7X
    • Bank Account 2: 096X2X4X7X

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
    รับผิดชอบต่อชุมชน
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Sep 2007
    Location
    Bangkok, Thailand
    Posts
    4,545

    Default

    น้อง Little Princess จ๋า หนูอาจจะยังไม่เข้าใจการซื้อของเงินผ่อน อาจจะเป็นการซื้อของเงินผ่อนครั้งแรกของหนูหรือเปล่าจ้ะ? แต่ยังไง หนูก็ต้องจำเรื่องนี้ไว้เป็นบทเรียนนะจ๊ะ ที่สำคัญที่สุด สัญญาต้องเป็นสัญญา แต่ถ้ามีการติดขัด ก็ต้อง "ทำความเข้าใจกันให้ชัดเจน" ค่ะ อย่าปล่อยไว้ โดยคิดเอาเองว่าอีกฝ่ายเข้าใจเหมือนเรา

    ขอโทษก่อนถ้าตอบไม่ถูกใจหนู เพื่อตอบคำถามหัวข้อกระทู้ "หนูควรได้รับขนาดนี้หรือเปล่า" พี่ Meesook ก็ขอตอบว่า "ควร" จ้ะ จริงๆ แล้วถ้าถูกยึดมัดจำไปทั้งหมด ก็ไม่น่าแปลกใจจ้ะ

    เรื่องซื้อของเงินผ่อนนี้ไม่เหมือนกับการยืมเงินเพื่อน หรือยืมพ่อแม่ แล้วค่อยๆ คืนค่ะ หนูอาจจะคิดว่า "ขอจ่ายช้าไปนิดเดียวเองแค่นี้ก็ไม่ได้เหรอ หน่อยก็ไม่ได้" ในโลกแห่งความเป็นจริงจ่ายช้าไม่ได้หรอกค่ะ และที่สำคัญที่สุด สัญญา ก็ต้องเป็นสัญญาค่ะ ขอผ่อนผันได้ แต่ต้องกำหนดว่าจะจ่ายวันไหน และอย่าผิดสัญญาอีกครั้ง

    ยกตัวอย่างให้ดูเพื่อความเข้าใจนะคะ สมมติว่าเจ้าหนี้เอง ก็อาจจะมีแผนที่จะใช้เงินเหมือนกัน เช่น เมื่อหนูสัญญาว่าจะจ่ายวันที่ 15 คนขายก็เชื่อใจหนู และเค้าเองก็อาจจะมีสัญญาที่จะต้องจ่ายเงินให้กับเจ้าหนี้ของเค้าเองในวันที่ 16 ก็ได้นะคะ (คือกะว่าเอาเงินที่ได้จากหนู ไปจ่ายหนี้ของตัวเอง)เพราะฉะนั้น การผิดนัดของลูกหนี้ อย่างนี้เป็นการทำให้เจ้าหนี้เดือดร้อนเป็นลูกโซ่ค่ะ เพราะเจ้าหนี้เองก็ไม่ได้รับเงินเพื่อไปจ่ายเจ้าหนี้ของตัวเองอีกทอดนึง - นี่ก็เป็นแค่ตัวอย่างนึง ที่ทำให้ "จ่ายเงินช้า ไม่ได้"

    การซื้อของเงินผ่อนเนี่ย ตามปรกติ จะมีการคิดดอกเบี้ยด้วยนะคะ คือถือว่าคนขายเสียโอกาสที่จะได้เงินจำนวนเต็มนั้น ไปทำการลงทุนต่อไป เช่น คนขายสามารถนำเงิน 35000 ไปซื้อกองทุน ทำกำไรได้ 15% ใน 3 เดือน (อันนี้ยกตัวอย่างเฉยๆ นะคะ ตัวเลขสมมติทั้งหมด)แต่เมื่อลูกค้าขอผ่อน คนขายก็เสียโอกาสที่จะได้กำไร 15% นั้นไป เพราะฉะนั้น ในธุรกิจจริงๆ การซื้อเงินผ่อน ก็จะต้องจ่ายดอกเบี้ยให้กับเจ้าหนี้ เพื่อเป็นการชดเชยการเสียโอกาสในการนำเงินไปลงทุนให้งอกเงิน ในกรณีของหนู แม่ค้าให้ผ่อนโดยไม่คิดดอกเบี้ย ก็ถือว่าใจดีแล้วค่ะ

    ส่วนเรื่องเงินมัดจำ จริงๆ ก็เป็นการรับประกันว่าลูกค้าซื้อแน่ๆ ให้แม่ค้าเก็บไว้ให้ด้วย แต่ในกรณีของหนู มีสัญญากันเพิ่มเติมว่า ลูกค้าจะขอจ่ายผ่อน เป็นจำนวน x บาท จ่ายทุกวันที่ y จนครบ k เดือน

    ในกรณีนี้ หนูเป็นฝ่ายผิดสัญญานะคะ และแถมยังดูเหมือนหนูไม่ได้แสดงอาการเอาใจใส่ ว่าจะจ่ายเงินตามสัญญา อย่างเช่น หนูไม่ได้ใส่ใจที่จะโทรไปผ่อนผันหนี้กับแม่ค้า แต่กลับลืม ทิ้งไว้ จนแม่ค้าต้องโทรมาตามเอง และพอหนูสัญญาว่าจะจ่ายวันที่ 30 หนูก็ไม่ได้จ่ายอีก... จากการกระทำของหนู แม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจจะทำไม่ดี แต่มันทำให้เห็นว่า หนูไม่ได้ใส่ใจที่จะจ่ายหนี้ก้อนนี้

    พี่ Meesook คิดว่า ถ้าหนู Little Princess ติดขัดเรื่องการจ่ายเงินงวดที่สอง หนูก็ควรจะใส่ใจ เป็นฝ่ายกระตือรือร้น ติดต่อขอผ่อนผันกับแม่ค้าให้ชัดเจน ก่อนจะถึงวันนัดจ่ายเงิน เพื่อทำความเข้าใจกับแม่ค้า และแสดงความมั่นใจให้แม่ค้า ว่าหนูไม่หนีไปไหนแน่นอน ถ้าหากหนูมีการติดต่อ และมีความชัดเจนให้แม่ค้า ให้เหตุผลที่มีน้ำหนัก พี่คิดว่า ก็อาจจะตกลงกันได้ แม่ค้าอาจจะเก็บของไว้ให้หนู หรือถ้าเค้าจำเป็นต้องขายไปก่อน เค้าก็อาจจะไม่ยึดตังค์หนู ก็ได้ แล้วแต่จะตกลงกัน

    การที่หนูคิดเอาเอง ว่า "เดี๋ยวก็ไปจ่ายให้น่ะ ไม่หนีไปไหนหรอก เดี๋ยวจ่ายรวมให้หมดเลยด้วย" นั้น แม่ค้าเค้าไม่สามารถมั่นใจอย่างนั้นได้เลยนี่คะ ยิ่งหนูผิดนัดจ่ายตังค์ตั้ง 2 ครั้ง โดยไม่มีการติดต่อบอกแม่ค้าก่อนด้วย ก็ยิ่งทำให้ไว้ใจได้ยากหน่อยค่ะ

    และอย่างนี้ เมื่อแม่ค้าเค้าไม่มั่นใจ เค้าก็ต้องหาทางป้องกันให้ความสูญเสียของเค้าน้อยที่สุด และในเมื่อสัญญาที่หนูทำกับแม่ค้า ไม่ได้เป็นไปตามสัญญาแล้ว เพราะหนูผิดสัญญาเอง แม่ค้า ก็มีสิทธิคิดค่าเสียเวลา เสียโอกาสด้วยค่ะ จริงๆ จะยึดมัดจำทั้งหมดก็ได้ค่ะ

    อย่างเช่น ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ เมื่อไม่จ่ายตามสัญญา เค้าก็คิดดอกเบี้ย และถ้ายังไม่จ่ายค่างวดไปอีกซักพัก เค้าก็มายึดบ้าน ยึดรถไปเลย โดยไม่สนใจว่าคุณจ่ายค่าบ้าน ค่ารถไปเท่าไหร่แล้ว

    พี่ Meesook เข้าใจว่าหนูไม่ได้ตั้งใจจะโกงอะไรหรอก เพียงแต่หนูไม่ได้คิดว่า สัญญานั้น ต้องเป็นสัญญา ซึ่งหนูก็ต้องเรียนรู้จากเรื่องนี้ค่ะ ต่อไปจะได้ไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก

    เรื่องนี้ก็เอาไว้เป็นบทเรียนนะคะ พี่ Meesook เป็นกำลังใจให้หนูนะคะ (ในฐานะรุ่นน้องโรงเรียนเดียวกันด้วย) ขอให้ยังมีโอกาสตกลงกันได้นะคะ
    Last edited by Meesook; 04-07-09 at 15:33. Reason: เปลี่ยนสีตัวอักษร
    วิธีตั้งกระทู้ตรวจสอบที่ได้ผล เพื่อคำตอบที่รวดเร็ว และมั่นใจ


  5. #5
    -=Jfk=-'s Avatar
    -=Jfk=- is offline Trusted Member Newbie Brandname
    -=Jfk=-'s Bank Account
    • Bank Account 1: 236X0X7X9X

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Jun 2009
    Location
    Thailand
    Posts
    74

    Default

    เห็นใจทั้งสองฝ่าย

    งานนี้ คุณคนซื้อผิด ตรงที่ ไม่ทำตามสัญญา คือไม่โอนให้เค้าตามที่ตกลงกัน

    และ เมื่อไม่โอนแล้ว ยังไม่ติดต่อโทรบอก เค้าด้วยคิดเอง ว่าจะโอนรวบด้วยกัน ในงวดต่อไป ซึ่งจริงๆแล้วไม่เหมาะสม

    การจะให้คนเชื่อถือ ควรตรงตามนัด ถ้าจำเป็นผิดพลาดต้องแจ้งให้เค้าทราบก่อน(ไม่ใช่ทราบหลัง) นี่ คุณปล่อยให้เลย แล้ว ยังนิ่งเฉย คนขายย่อมต้อง เริ่มไม่พอใจ

    และ เมื่อ โทรติดต่อกันแล้ว เค้าก็ยังใจดี ให้โอกาศคุณอีกครั้ง ให้โอนสิ้นเดือน แต่คุณก็ยัง ปล่อยให้มันผ่านไปอีก แล้ว ค่อยติดต่อเค้าไปหลังเกินกำหนด

    ซึ่ง ต้องบอกวา เป็นบทเรียน ของการผิดสัญญา และ ไม่ติดตาม ไม่รับผิดชอบต่อเวลา

    ที่คนขาย บอกคุณแม่คุณภายหลัง เมื่อวันที่ 2 ว่าไม่ต้องโอนมาแล้ว ขายไปตั้งแต่วันที่ 30 แล้วนั้น อาจจะขายไปจริง หรือ บอกปัด แบบว่า ไม่อยากคุย ไม่อยากติดต่อขายให้คุณอีกแล้ว เพราะว่าผิดนัดติดๆกันขาดความน่าเชื่อถือ

    อันนี้ คงเป็นบทเรียน (จะแพงหรือ ไม่ อยู่ที่คุณตัดสินใจ)

    ส่วนเรื่องแม่ค้าหัก 5000 ดูๆ ก็โหดเหมือนกัน แต่จริงๆแล้ว เค้ามีสิทธิ์หักทั้งหมดด้วยซ้ำ ถ้าอีกฝ่ายผิดสัญญา

    แต่ ถ้าเอาเรื่องความเป็นเพื่อนๆ กัน การหักระดับนั้นก็ถือว่าเยอะมากเกินไป

    อยู่ที่น้ำใจ ที่จะมีให้กัน

    คนเราเปลี่ยนคนอื่นได้ยาก ต้องเปลี่ยนที่ตัวเราเองก่อน ดีกว่า
    ตะลุยมาหลายเว็บทั่วไทย แต่มาตกม้าตายโดนตัดแต้มที่ SBN
    http://siambrandname.com/forum/image.php?type=sigpic&userid=36731&dateline=1246286316

  6. #6
    oum_ja's Avatar
    oum_ja is offline Trusted Member SBN Exclusive Master Brandname
    oum_ja's Bank Account
    • Bank Account 1: 528X0X2X7X
    • Bank Account 2: 776X0X1X7X

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Sep 2008
    Location
    In my heart ^____^
    Posts
    3,875

    Default

    ขอออกความเห็นแบบกลางๆเลยนะค่ะ

    เราว่าเคสนี้ผิดทั้งคู่ค่ะ อยากให้มองที่ละประเด็น

    น้องเมษ์ ผิดในแง่ที่จ่ายเงินช้า ไม่ตรงตามนัด

    คุณแม่ค้า ผิดในแง่ที่ มีการตั้งเงื่อนไขให้ผ่อนชำระ ได้ภายในสามเดือน แต่ว่าพอไม่ถึงเดือนก็บีบลูกค้าว่ามีลูกค้าสนใจ และต้องการขาย ดังนั้นจึงแจ้งให้ทราบที่หลัง

    ถ้ามองในแง่เสียเปรียบ ก็เสียเปรียบทั้งคู่

    น้องเมษ์ โดนหักไปถึงครึ่งหนึ่งของเงินมัดจำ โดยที่ไม่ได้ของอะไรเลย

    คุณแม่ค้า เสียเวลาในการค้าขาย แทนที่จะได้เงินมาหมุนเร็ว

    มองในแง่การได้เปรียบ

    น้องเมษ์ ไม่ได้เปรียบอะไรทั้งสิ้น เสียเวลาไม่พอ ก็เสียเงินฟรีๆไปห้าพันบาท

    คุณแม่ค้า ได้เงินมาห้าพันบาท โดยที่ของก็ยังไม่สึกหรอ แถมยังขายใบนั้นให้คนอื่นๆได้อีก

    เท่าที่อ่านดู เหมือนว่าทั้งสองฝ่าย คุยกันด้วยวาจา มิได้มีการร่างสัญญาซื้อขายใดๆทั้งสิ้น เป็นเพียงการพูดเพราะความไว้เนื้อเชื่อใจล้วนๆๆ

    เคสนี้ถือว่าเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจมาก เพราะต่อไปนี้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ควรทำข้อตกลงด้วยการเขียนบนสัญญาให้เป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว การที่แม่ค้าจะละเมิดขอขายของก่อนเวลา ก็ไม่มีเหตุผลอันควรที่จะริบมัดจำถึงครึ่งหนึ่งเช่นกัน

    และอีกประเด็นหนึ่งอยากทิ้งท้ายให้คิดในมุมมองกลับกัน ถ้าผู้ขายมีการลงขายของสักสามชิ้น แล้วให้มีการผ่อนชำระได้ ภายในสามเดือน แต่พอถึงเวลาจริงๆ กลับไม่เป็นไปตามที่กล่าว แต่ต้องการขายก่อนเวลา ทั้งที่มีเงินมัดจำของลูกค้าอยู่ แน่นอนว่าลูกค้าโดยมากต้องพยายามหาเงินมาให้ทัน แต่พอไม่ทันก็ริบเงินมัดจำนั้น

    อืม....ถ้าเป็นแบบนี้ สามใบคูณ5000บาท ก็หาเงินได้ง่ายๆถึง 15000บาท เชียวนะเนี้ย ของก็ไม่เสีย แถมไม่ได้โกง กำไรเห็นๆ น่าคิดจริงๆๆ
    Love is life.
    And if you miss love,
    you miss life.


    ความรักคือชีวิต
    ถ้าคุณพลาดโอกาสที่จะรัก ก็เท่ากับ
    คุณพลาดโอกาสที่จะใช้ชีวิต


    Leo Buscaglia


  7. #7
    ladylunar is offline Registered Member Newbie Brandname

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    May 2009
    Posts
    66

    Default

    Quote Originally Posted by oum_ja View Post
    ขอออกความเห็นแบบกลางๆเลยนะค่ะ

    เราว่าเคสนี้ผิดทั้งคู่ค่ะ อยากให้มองที่ละประเด็น

    น้องเมษ์ ผิดในแง่ที่จ่ายเงินช้า ไม่ตรงตามนัด

    คุณแม่ค้า ผิดในแง่ที่ มีการตั้งเงื่อนไขให้ผ่อนชำระ ได้ภายในสามเดือน แต่ว่าพอไม่ถึงเดือนก็บีบลูกค้าว่ามีลูกค้าสนใจ และต้องการขาย ดังนั้นจึงแจ้งให้ทราบที่หลัง

    ถ้ามองในแง่เสียเปรียบ ก็เสียเปรียบทั้งคู่

    น้องเมษ์ โดนหักไปถึงครึ่งหนึ่งของเงินมัดจำ โดยที่ไม่ได้ของอะไรเลย

    คุณแม่ค้า เสียเวลาในการค้าขาย แทนที่จะได้เงินมาหมุนเร็ว

    มองในแง่การได้เปรียบ

    น้องเมษ์ ไม่ได้เปรียบอะไรทั้งสิ้น เสียเวลาไม่พอ ก็เสียเงินฟรีๆไปห้าพันบาท

    คุณแม่ค้า ได้เงินมาห้าพันบาท โดยที่ของก็ยังไม่สึกหรอ แถมยังขายใบนั้นให้คนอื่นๆได้อีก

    เท่าที่อ่านดู เหมือนว่าทั้งสองฝ่าย คุยกันด้วยวาจา มิได้มีการร่างสัญญาซื้อขายใดๆทั้งสิ้น เป็นเพียงการพูดเพราะความไว้เนื้อเชื่อใจล้วนๆๆ

    เคสนี้ถือว่าเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจมาก เพราะต่อไปนี้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ควรทำข้อตกลงด้วยการเขียนบนสัญญาให้เป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว การที่แม่ค้าจะละเมิดขอขายของก่อนเวลา ก็ไม่มีเหตุผลอันควรที่จะริบมัดจำถึงครึ่งหนึ่งเช่นกัน

    และอีกประเด็นหนึ่งอยากทิ้งท้ายให้คิดในมุมมองกลับกัน ถ้าผู้ขายมีการลงขายของสักสามชิ้น แล้วให้มีการผ่อนชำระได้ ภายในสามเดือน แต่พอถึงเวลาจริงๆ กลับไม่เป็นไปตามที่กล่าว แต่ต้องการขายก่อนเวลา ทั้งที่มีเงินมัดจำของลูกค้าอยู่ แน่นอนว่าลูกค้าโดยมากต้องพยายามหาเงินมาให้ทัน แต่พอไม่ทันก็ริบเงินมัดจำนั้น

    อืม....ถ้าเป็นแบบนี้ สามใบคูณ5000บาท ก็หาเงินได้ง่ายๆถึง 15000บาท เชียวนะเนี้ย ของก็ไม่เสีย แถมไม่ได้โกง กำไรเห็นๆ น่าคิดจริงๆๆ

    ตั้งแต่อ่านมา เห็นด้วยกับความคิดเห็นนี้ที่สุดค่ะ
    รู้สึกว่า "เป็นกลาง" อย่างแท้จริง

  8. #8
    titled's Avatar
    titled is offline Trusted Member SBN Exclusive Master Brandname
    titled's Bank Account
    • Bank Account 1: 491X0X3X2X

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
    รับผิดชอบต่อชุมชน
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Mar 2009
    Location
    Paradise KisS
    Posts
    5,038

    Default

    อันนี้ผมว่าก็ต้องนึกถึงใจเค้าใจเรานะครับ การที่แม่ค้าหักเงินก็เป็นสิทธิ์ที่แม่ค้าทำได้
    เพราะในเมื่อตกลงกันว่า3งวด แต่ไม่ทำตามสัญญา ความจริงแล้วแม่ค้าไม่คืนเงินให้คุณเลยก็ได้นะครับ
    ถือว่าเป็นบทเรียนละกัน ยังโชคดีที่เค้าหัก5000 ยังไงก็ต้องทำใจ

  9. #9
    doctor_top's Avatar
    doctor_top is offline Trusted Member Brandname Fan
    doctor_top's Bank Account
    • Bank Account 1: 482X1X5X1X
    • Bank Account 2: 805X2X9X8X
    • Bank Account 3: 033X5X9X0X
    • Bank Account 4: 374X2X4X2X

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Feb 2009
    Location
    PHUKET.
    Posts
    779

    Default

    Quote Originally Posted by oum_ja View Post
    ขอออกความเห็นแบบกลางๆเลยนะค่ะ

    เราว่าเคสนี้ผิดทั้งคู่ค่ะ อยากให้มองที่ละประเด็น

    น้องเมษ์ ผิดในแง่ที่จ่ายเงินช้า ไม่ตรงตามนัด

    คุณแม่ค้า ผิดในแง่ที่ มีการตั้งเงื่อนไขให้ผ่อนชำระ ได้ภายในสามเดือน แต่ว่าพอไม่ถึงเดือนก็บีบลูกค้าว่ามีลูกค้าสนใจ และต้องการขาย ดังนั้นจึงแจ้งให้ทราบที่หลัง

    ถ้ามองในแง่เสียเปรียบ ก็เสียเปรียบทั้งคู่

    น้องเมษ์ โดนหักไปถึงครึ่งหนึ่งของเงินมัดจำ โดยที่ไม่ได้ของอะไรเลย

    คุณแม่ค้า เสียเวลาในการค้าขาย แทนที่จะได้เงินมาหมุนเร็ว

    มองในแง่การได้เปรียบ

    น้องเมษ์ ไม่ได้เปรียบอะไรทั้งสิ้น เสียเวลาไม่พอ ก็เสียเงินฟรีๆไปห้าพันบาท

    คุณแม่ค้า ได้เงินมาห้าพันบาท โดยที่ของก็ยังไม่สึกหรอ แถมยังขายใบนั้นให้คนอื่นๆได้อีก

    เท่าที่อ่านดู เหมือนว่าทั้งสองฝ่าย คุยกันด้วยวาจา มิได้มีการร่างสัญญาซื้อขายใดๆทั้งสิ้น เป็นเพียงการพูดเพราะความไว้เนื้อเชื่อใจล้วนๆๆ

    เคสนี้ถือว่าเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจมาก เพราะต่อไปนี้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ควรทำข้อตกลงด้วยการเขียนบนสัญญาให้เป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว การที่แม่ค้าจะละเมิดขอขายของก่อนเวลา ก็ไม่มีเหตุผลอันควรที่จะริบมัดจำถึงครึ่งหนึ่งเช่นกัน

    และอีกประเด็นหนึ่งอยากทิ้งท้ายให้คิดในมุมมองกลับกัน ถ้าผู้ขายมีการลงขายของสักสามชิ้น แล้วให้มีการผ่อนชำระได้ ภายในสามเดือน แต่พอถึงเวลาจริงๆ กลับไม่เป็นไปตามที่กล่าว แต่ต้องการขายก่อนเวลา ทั้งที่มีเงินมัดจำของลูกค้าอยู่ แน่นอนว่าลูกค้าโดยมากต้องพยายามหาเงินมาให้ทัน แต่พอไม่ทันก็ริบเงินมัดจำนั้นอืม....ถ้าเป็นแบบนี้ สามใบคูณ5000บาท ก็หาเงินได้ง่ายๆถึง 15000บาท เชียวนะเนี้ย ของก็ไม่เสีย แถมไม่ได้โกง กำไรเห็นๆ น่าคิดจริงๆๆ

    คุณแม่ค้า ได้เงินมาห้าพันบาท โดยที่ของก็ยังไม่สึกหรอ แถมยังขายใบนั้นให้คนอื่นๆได้อีก (แต่มันก้เป็นไปตาม Condition ของการซื้อขายนะครับ ถ้าแม้ค้าจะคืนก็ขึ้นกับดุลยพินิจส่วนตัว ถ้าจะไม่คืนก็ไม่ผิดครับ ยกตัวอย่างเคส การชำระหนี้บัตรเครดิต การผ่อนรถ การ ผ่อน บ้าน ขึ้นอยู่กับใกล้ ไกล ตัวแค่ไหนเท่านั้นเองครับ)

    ....และอีกประเด็นหนึ่งอยากทิ้งท้ายให้คิดในมุมมองกลับกัน ถ้าผู้ขายมีการลงขายของสักสามชิ้น แล้วให้มีการผ่อนชำระได้ ภายในสามเดือน แต่พอถึงเวลาจริงๆ กลับไม่เป็นไปตามที่กล่าว แต่ต้องการขายก่อนเวลา ทั้งที่มีเงินมัดจำของลูกค้าอยู่ แน่นอนว่าลูกค้าโดยมากต้องพยายามหาเงินมาให้ทัน แต่พอไม่ทันก็ริบเงินมัดจำนั้น....

    ผู้ขายไม่มีสิทธิ์ขายก่อนนะครับ....และไม่มีสิทธิริบมัดจำถ้าขายก่อนวันสัญญาให้คนอื่นนะครับ อาจจะถึงต้องเสียดอกเบี้ยเงินมัดจำก้อนนั้นตามจริงให้ลูกค้าด้วยครับ

    อีกอย่างผมว่าคงไม่มีใครคิดจะมาหากินกับการกินเงินมัดจำหรอกครับ เพราะคนซื้อจะ CF จะเค้าก็ต้องคิด
    แล้วว่าเค้าจ่ายได้ตามงวดนะครับ ความเห็นส่วนตัวนะครับ
    Last edited by doctor_top; 04-07-09 at 12:52.

  10. #10
    oum_ja's Avatar
    oum_ja is offline Trusted Member SBN Exclusive Master Brandname
    oum_ja's Bank Account
    • Bank Account 1: 528X0X2X7X
    • Bank Account 2: 776X0X1X7X

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Sep 2008
    Location
    In my heart ^____^
    Posts
    3,875

    Default

    Quote Originally Posted by doctor_top View Post
    ....และอีกประเด็นหนึ่งอยากทิ้งท้ายให้คิดในมุมมองกลับกัน ถ้าผู้ขายมีการลงขายของสักสามชิ้น แล้วให้มีการผ่อนชำระได้ ภายในสามเดือน แต่พอถึงเวลาจริงๆ กลับไม่เป็นไปตามที่กล่าว แต่ต้องการขายก่อนเวลา ทั้งที่มีเงินมัดจำของลูกค้าอยู่ แน่นอนว่าลูกค้าโดยมากต้องพยายามหาเงินมาให้ทัน แต่พอไม่ทันก็ริบเงินมัดจำนั้น....

    ผู้ขายไม่มีสิทธิ์ขายก่อนนะครับ....และไม่มีสิทธิริบมัดจำถ้าขายก่อนวันสัญญาให้คนอื่นนะครับ อาจจะถึงต้องเสียดอกเบี้ยเงินมัดจำก้อนนั้นตามจริงให้ลูกค้าด้วยครับ

    อีกอย่างผมว่าคงไม่มีใครคิดจะมาหากินกับการกินเงินมัดจำหรอกครับ เพราะคนจะ CF จะเค้าก็ต้องคิด
    แล้วว่าเค้าจ่ายได้ตามงวดนะครับ ความเห็นส่วนตัวนะครับ
    เราเองก็เห็นด้วยกับคุณdoctor_topนะค่ะ เพราะลูกค้าส่วนมากที่ทำการขอผ่อน ส่วนมากมั่นใจว่าจะซื้อของชิ้นนั้นได้

    แต่บ้างครั้ง ก็มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเช่นกัน เช่น ตกงาน อุบัติเหตุ เสียชีวิต และอื่นๆ และนี้เองอาจทำลูกค้าต้องผิดนัดกับผู้ขายเช่นกันค่ะ และถ้าเป็นแบบนั้นจริงคนที่น่าเห็นใจคือทั้งสองฝ่ายค่ะ

    ดังนั้นการซื้อของชิ้นที่ราคาหลักหมื่นขึ้นไป ควรมีการทำสัญญาซื้อขายแบบผ่อนชำระอย่างชัดเจน เพื่อความเป็นธรรมของทั้งสองฝ่ายค่ะ
    Love is life.
    And if you miss love,
    you miss life.


    ความรักคือชีวิต
    ถ้าคุณพลาดโอกาสที่จะรัก ก็เท่ากับ
    คุณพลาดโอกาสที่จะใช้ชีวิต


    Leo Buscaglia


Page 1 of 6 123 ... LastLast