บทเรียนราคาแพง..แพงจริงๆค่ะ หนูควรได้รับขนาดนี้หรือเปล่าคะ - Page 2

กรณีฉ้อโกงต้องการเอกสารดำเนินคดีทางกฎหมายทำอย่างไร       การสร้าง สินค้าแฟชั่น สู่สินค้าแฟชั่นแบรนด์เนม ความรู้ที่ได้จากชุมชน SBN บทที่1       สมาชิกเก่า สมาชิกใหม่ อ่านหรือยัง สำคัญมากครับ <--"คลิ๊กที่นี่"             
Previous
Next
Downtown
กระทู้แนะนำล่าสุดจาก Downtown
กระทู้แนะนำล่าสุดจาก
กระทู้แนะนำล่าสุดจาก
Page 2 of 12 FirstFirst 1234 ... LastLast
Results 11 to 20 of 119
  1. #11
    mindmelody is offline Trusted Member Master Brandname
    mindmelody's Bank Account
    • Bank Account 1: 042X0X9X2X
    • Bank Account 2: 539X0X6X7X
    • Bank Account 3: 226X4X0X9X

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
    เสียสละเพื่อชุมชน
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Dec 2008
    Location
    BangKoK
    Posts
    1,166
    Blog Entries
    5

    Default

    Quote Originally Posted by apretty View Post
    เห็นด้วยกับคุณ doctor_top

    ในประเด็นของคุณ Little Princess เราคิดว่า
    1. โอนไม่ตรงกำหนดนัดหมาย
    2. ไม่โทร / ไม่ PM แจ้งเหตุผลของการผิดนัด+เลื่อนโอน
    3. ต้นเดือน ก.ค.ให้คุณแม่โทรหาแม่ค้า 1-2-3 ครั้งหรือมากกว่านั้น

    เพราะสาเหตุเหล่านี้เป็นการแสดงออกถึงความไม่จริงใจในการซื้อของ
    และไม่ได้เป็นการยืนยันด้วยตัว คุณ Little Princess เองด้วย
    อาจจะทำให้แม่ค้าคิดว่า คุณคิดเบี้ยว หรืออาจจะ CC
    โดยขอคืนมัดจำรวมยอดเงินชำระไปแล้ว


    ส่วนประเด็นที่เราคิดว่า
    1. แม่ค้าขายให้ลูกค้าใหม่ โดยไม่แจ้งคุณ Little Princess ก่อน
    2. การคืนเงินบางส่วน โดยยึดมัดจำไว้ 5,000 บาท นั้น
    ทางแม่ค้าได้มีการระบุข้อมูลในกระทู้ หรือ
    ได้แจ้งคุณ Little Princess ทางใดทางหนึ่งหรือไม่

    เพราะการยึดเงิน ถ้าไม่ได้แจ้งรายละเอียดให้ลูกค้าทราบก็น่าจะเป็นปัญหา
    ส่วนการขายให้ลูกค้าใหม่ ไม่ขออกความคิดเห็น น่าจะเป็นวิจารณญาณของแม่ค้าเอง


    เราคิดว่า ถ้าเป็นไปได้ ก็ลองตกลงกันดูนะคะว่า รายละเอียดเหตุผลของใครเป็นไง
    ยอมรับ ยินยอมกันได้ระดับไหน ลองคุยดูค่ะ

    ป.ล. ไม่รู้จักกับทั้ง 2 ฝ่าย และไม่มีสวนได้ส่วนเสียกับใครทั้งนั้นจริงๆ ค่ะ เพียงแต่อยากให้ชี้แจงให้ชัดเจน

    เห็นด้วยนะคะกับ คุณapretty

    ลูกค้าผิดสัญญาถึง 2 ครั้ง แม่ค้าก็เสียโอกาสขายคนอื่น แต่ก้อน่าจะคุยกันก่อนนะคะว่าจะขายให้คนอื่นแล้ว(ขึ้นอยู่กับแม่ค้า) แต่ละคนมีเหตุผลของตัวเอง ที่อีกฝ่ายอาจจะไม่เข้าใจ หรือ ไม่ได้คิดถึงก็ได้ค่ะ

    เรื่องยึดมัดจำนั้น เห็นด้วยค่ะ แต่จะเป็นเท่าไหร่นั้น มีข้อตกลง หรือว่า แจ้งกันไว้ก่อนรึเปล่าคะ

    เป็นกำลังใจให้นะคะ



    (+++คำพูด ข้อตกลงในการซื้อขาย และ เวลา เป็นเรื่องสำคัญมากค่ะ ขอให้ทุกคน ในSBN คำนึงถึงเรื่องนี้ด้วยค่ะ เพื่อสังคมที่สงบสุข+++)

    -----------------------------
    Wishlist 2012:

    Togo Birkin 35 & Kelly 32 in Bouganville or Soleil or Orange or Sanguine or Iris

  2. #12
    looggade's Avatar
    looggade is offline Trusted Member SBN Exclusive Master Brandname
    looggade's Bank Account
    • Bank Account 1: 206X7X3X6X

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
    รับผิดชอบต่อชุมชน
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Jan 2009
    Location
    @ SBN ~ ★
    Posts
    14,442

    Default

    Quote Originally Posted by wasanath View Post
    อ่านแล้วเข้าใจว่าลูกค้าผิดสัญญาก่อนนะคะ คือตกลงกันไว้ว่าวางมัดจำ 10,000 บาท โอนไปเมื่อ 15พ.ค.ส่วนที่เหลืออีก 45,000 ให้ผ่อนชำระ 3 งวด โอนทุกวันที่ 15 ของเดือน คือ 15 มิ.ย., 15 ก.ค. และ 15 ส.ค.

    พอถึงวันที่ 15 มิ.ย.ลูกค้าติดธุระ แต่คิดว่ามัดจำไปแล้วและตกลงกันไว้ว่าผ่อนชำระภายใน 3 เดือน เลยคิดว่าเดี๋ยวไปโอนทีเดียวเดือนหน้า 15 ก.ค.รวม 30,000 เลยก็ได้ แต่อันนี้เป็นการคิดไว้กับตัวเองคนเดียวว่าคงไม่เป็นไร (แม่ค้าไม่ได้คิดด้วย) เนื่องจากมัดจำไว้แล้ว และไม่ได้โทรไปทำการตกลงกับแม่ค้าด้วยเนื่องจากยุ่งจนลืม

    เมื่อคุณลูกค้าผิดสัญญาตามข้อตกลงแรก แม่ค้าไม่มั่นใจเลยบอกจะเก็บของไว้ให้จนถึง 25 มิ.ย.เท่านั้น ลูกค้าก็โทรไปทำการตกลงกันใหม่ ได้ข้อตกลงใหม่ว่าแม่ค้าจะเก็บกระเป๋าไว้ให้ แต่ลูกค้าต้องเคลี่ยร์เงินให้หมดภายในสิ้นเดือน คือ 30 มิ.ย.

    ปรากฎว่าเมื่อถึงวันที่ 30 มิ.ย.คุณลูกค้าติดธุระอีกไปโอนไม่ได้ พอวันที่ 1 ก.ค.คุณลูกค้าก็โทร บอกคุณแม่ค้าว่าธนาคารปิดหมด โอนผ่าน ATM ก็ทำไม่เป็นจริงๆ (ต้องหัดนะจ๊ะ) จะขอเลื่อนเป็น 2 ก.ค คุณลูกค้าผิดข้อตกลงครั้งที่ 2


    ลูกค้าผิดข้อตกลงถึง 2 ครั้ง แม่ค้าขายกระเป๋าให้คนอื่นไป คุณลูกค้าขอคืนเงินมัดจำ คุณแม่ค้าบอกว่าจะหักไว้ครึ่งนึง 5,000 บาท คุณลูกค้าบอกว่ามากไป แต่ถ้าถามแม่ค้า แม่ค้าก็ต้องบอกว่ามีสิทธิ์ยึดเงินมัดจำทั้งหมด 10,000 บาท เพราะลูกค้าผิดข้อตกลงก่อน

    แม่ค้าได้ขายกระเป๋าไปเป็นเงิน 52,000 บาท จากเดิมตั้งใจไว้ว่าจะขายได้ 55,000 บาท
    คุณลูกค้าต้องการต่อรองให้หักเงินมัดจำไว้ 3,000 บาท และคืนเงินให้ 7,000 บาท รึเปล่าคะ โทรคุยกับแม่ค้ารึยัง เรียนสถาบันเดียวกันน่าจะคุยกันได้นะคะ คุยเองดีกว่า อย่าให้คุณแม่คุยเลย รุ่นพี่-รุ่นน้องคุยกันง่ายกว่า

    ความเห็นส่วนตัว คุณลูกค้าผิดเต็มๆ แล้วหนูมาโพสที่นี่ คุณแม่ค้าเห็นเข้าจะไม่ยิ่งโมโหเหรอเนี่ย

    คุณแม่ค้า ถ้าเข้ามาอ่าน ก็เห็นใจน้องเค้าหน่อยนะคะ เพิ่งเรียนจบด้วย ถ้าช่วยน้องเค้าได้อีกนิดก็ช่วยไปเนาะ

    คุยกันดีดี นะค๊า




    ^
    |

    ^
    |
    ตามนี้เลยค่ะ


    ถ้าเป็นลูกค้า ซื้อเงินผ่อน ต่อให้งานยุ่งหรือมีปัญหาอื่นๆมากมายแค่ไหน ก็ไม่ควรจ่ายช้าค่ะ เพราะการผ่อนของนี้ ก็เป็นส่วนนึงที่ต้องรับผิดชอบเหมือนกัน ซื้อของราคาครึ่งแสน (ไม่ใช่น้อยๆ) ถ้าขัดข้อง จ่ายเงินตรงเวลาไม่ได้จริงๆ ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่อันดับแรก จะต้องแจ้งให้แม่ค้าได้รับรู้ไว้ก่อนอะค่ะ บอกถึงเหตุผลที่มีให้ชัดเจน ไม่ใช่เงียบ ให้แม่ค้ารอจนต้อง sms มาถาม พอตกลงกันได้แล้วว่าจะรวมจ่าย 2 งวดตอนสิ้นเดือนมิ.ย. แต่แล้วลูกค้ากลับผิดสัญญาอีก คือเรื่องเดิม ซ้ำ 2 ครั้งเลย อันนี้ต้องปรับปรุงในเรื่องของการตรงต่อเวลาอย่างแรงค่ะ อีกอย่างคุณจขกทก็เพิ่งเรียนจบ เพิ่งเริ่มทำงาน ยังต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะค่ะ ต่อไปทำงานนานๆ โตกว่านี้ อาจจะต้องมีการทำธุรกรรมอื่นๆ เช่น มีบัตรเครดิต ผ่อนสินค้า ผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ฯลฯ ซึ่งเรื่องการตรงต่อเวลา ก็เป็นอีกเรื่องนึงที่สำคัญค่ะ


    ถ้าเราเป็นแม่ค้า ก็จะหักเงินเหมือนกันค่ะ แต่จะตกลงกับลูกค้าก่อน ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาติดต่อมาว่าอยากขอผ่อน คือต้องให้เคลียร์กันก่อนว่า หากมีปัญหาจ่ายช้า หรือผิดสัญญา ก็ขออนุญาตไม่คืนเงินงวดแรก ประมาณนี้อะค่ะ ถ้าลูกค้า ok ก็ถึงจะให้ผ่อนกันอ่ะค่ะ (เพราะถ้าเป็นไปได้ และของราคาไม่ได้แพงมากเกินไป คนขายทุกคน ก็อยากเลือกที่จะขายแบบจ่ายครั้งเดียวมากกว่าอยู่แล้วค่ะ) ... แต่ถ้าคุณจขกทคิดว่าหัก 5,000 บาทนี้เยอะไป ก็ลองเจรจากับแม่ค้าเขาดูอีกทีนะคะ



    ★ - ☆ - - ยังไงก็เอาใจช่วย ... ขอให้จบแบบ Happy Ending นะคะ ^^ - - ☆ - ★

  3. #13
    cocoa's Avatar
    cocoa is offline Registered Member Master Brandname

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Oct 2007
    Location
    SG
    Posts
    2,745

    Default

    อืมมม ถ้าเป็นผ่อนอะไรจริงๆ จังๆ ข้างนอก
    ผิดนัด 2 เดือน บางที่ริบมัดจำหมดเลยค่ะ

    เช่นผ่อนคอนโดเป็นต้น


    เป็นตัวอย่างค่ะ ว่าการทำธุรกรรม
    ต้องรักษาสัจจะ หากมีเหตุขัดข้อง
    ต้องแจ้งคู่ค้าในสัญญา มิฉะนั้นผู้ที่ผิดข้อตกลงก่อน
    จะไม่สามารถโต้แย้งได้เลยค่ะ หากถือวิสาสะเปลี่ยนแปลงเอง

    ตกลงกันดีๆ ละกันนะคะ
    บทเรียนราคาแพงเลยค่ะ โชคยังดีที่แค่หมื่นเดียว
    ถ้าเป็นคอนโดวางมัดจำสามแสนจะทำยังงัยคะเนี่ย...
    ----:: Brief Olive / Vert Fonce ... i'm !oving u ::----

  4. #14
    summer's Avatar
    summer is offline Trusted Member SBN Exclusive Master Brandname
    summer's Bank Account
    • Bank Account 1: 313X4X2X7X
    • Bank Account 2: 447X2X9X6X

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    May 2008
    Posts
    9,660
    Blog Entries
    2

    Cool ประมาณนี้รึเปล่า...ทำนองนี้รึเปล่า

    ขอตอบแบบตรงๆ อาจจะไม่ถูกใจนะครับ

    ผมคิดว่าเรื่องนี้คุณลูกค้าเป็นฝ่ายเริ่มผิดสัญญาก่อน

    และไม่โทรไปเจรจากับฝ่ายแม่ค้าก่อนในการผิดชำระเงินในงวดแรก

    คุณจะมาอ้างว่ายุ่งธุระอะไรไม่ได้ มันก็เป็นแค่คำแก้ตัวเฉยๆ

    ถ้าคุณโทรไปบอกเค้าว่าวันนี้ไม่ว่างไปโอนหรือว่าจะโอนอีกที่ทบยอดเดือนหน้าเลย

    เหตุการณ์ก็คงไม่เป็นแบบนี้ คุณมาคิดเองเออเองไม่ได้ แล้วที่คุณลูกค้าถามว่าเงียบ

    หายตรงไหน ผมว่ามันไม่เกี่ยวกับเงินโอนมัดจำครั้งแรกน่ะครับ ระยะเวลาจากที่คุณ

    โอนเงิน 10,000 มาเป็นเดือนแล้ว ถ้าเป็นผมๆก็ถือว่าเงียบนะครับ

    และที่คุณไปตกลงจะชำระเงินทั้งหมดภายในเดือนนี้ ผมไม่รู้ว่าคุณหรือแม่ค้าเสนอ

    เพราะว่าคุณมีสิทธิที่จะชำระยอดที่สองก่อน แล้วค่อยแบ่งชำระต่อตามตกลง ผมว่า

    ก็ไม่น่าจะผิดนะครับ หรือว่าแม่ค้าไม่ยอม แล้วคุณก็ยังมาผิดเวลาการชำระเงินอีก

    รอบ โดยให้เหตุผลกับตัวเองว่ายุ่ง หรือโอน ATM ไม่เป็นหรืออะไร ผมว่ามันก็

    เป็นการแก้ตัวอีกแล้วครับ ผมว่าเรื่องตรงต่อเวลา อาจจะเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคุณแม่

    ค้ามากๆก็ได้น่ะครับ แล้วยิ่งคุณทำผิดไปแล้วรอบหนึ่ง ยังมีรอบสองอีก คุณแม่ค้าก็

    คงเริ่มลังเลที่จะซื้อขายกับคุณแล้ว และยิ่งมีลูกค้าท่านอื่นสนใจพร้อมโอน ก็ยิ่งทำให้

    คุณแม่ค้าอยากตัดคุณออกจากระบบ แล้วยิ่งให้แม่มาคุยแล้วยิ่งทำให้คุณแม่ค้าคิดว่า

    คุณมีนิสัยเด็กๆ ไม่คุยกับเค้าตรงๆเอง



    มาที่ฝ่ายแม่ค้าบ้าง วันที่ 30 มิถุนายน คุณแม่ค้าให้deadlineกับคุณลูกค้า

    แต่คุณลูกค้าไม่โอนมา เลยขายไปเลย แล้วยึดเงินประกัน ห้าพันบาท ผมว่าคุณแม่

    ค้าก็โหดไปนิดน่ะครับ จริงๆคุณแม่ค้าน่าจะโทรไปเตือนคุณลูกค้าว่า ยังไม่โอนมา

    หรอ จะขายแล้วนะ ผมว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องยากสักเท่าไร แต่คุณแม่ค้าก็อาจจะคิดว่า

    ไม่ใช่เรื่องของเค้าที่ต้องมาโทรตาม เพราะเค้าก็มีลูกค้าท่านอื่นพร้อมซื้ออยู่ ถ้าไม่มี

    นี้อาจจะโทรไปตามก็ได้ครับ ในความคิดผม ผมว่าน่าจะหักสักสามพันตามที่รีข้าง

    บนแนะนำมาเพราะว่าต้องลดให้ลูกค้าท่านอื่นสามพัน ก็จะได้ยอดเท่าเดิมกับที่ตกลง

    กับคุณลูกค้าท่านแรกไว้ ผมว่าน่าจะช่วยๆกันไปน่ะครับ ยังไงก็แล้วแต่เป็นแค่ ความคิดเห็นส่วนตัวน่ะครับ และไม่ได้ต้องการเปิดประเด็นใหม่กับใครนะครับ

    จบ จบ จบ>>>>

  5. #15
    natraps's Avatar
    natraps is offline Citizen Member SBN Exclusive Master Brandname

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Dec 2007
    Location
    Where we can live with LOVE ^^
    Posts
    3,006

    Default

    ผิดตามที่สัญญา มีสิทธิ์ริบเงินมัดจำทั้งหมดนะค่ะ
    แล้วการที่เราคิดเองว่าจะไปทบเงินมัดจำในเดือนถัดมา ต้องแจ้งและตกลงกับแม่ค้าก่อนค่ะ
    ไม่ใช่คิดว่าทำได้ เพราะในทางปกติหรือด้านอื่นๆ ทำไม่ได้ค่ะ

    ขนาดผ่อนบ้านกับแบงก์คุณจ่ายช้าไปแค่วันเดียว ดอกเบี้ยคิดเพิ่มตามวันที่จ่ายช้านะค่ะ

    เป็นบทเรียนจริงๆ ค่ะ เดี๋ยวพอทำงานไปจริงๆ เรื่องคำมั่นสัญญาสำคัญค่ะ รับปากแล้วต้องทำได้น่ะค่ะ

    2014 - DO ALL THINGS with LOVE

  6. #16
    SweetHoney is offline Trusted Member Brandname Fan
    SweetHoney's Bank Account
    • Bank Account 1: 236X6X9X5X
    • Bank Account 2: 285X2X5X0X

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Dec 2008
    Posts
    369

    Default

    คุณ Little Princess จะโกรธมั้ยเนี่ย ถ้าเราจะบอกว่า เท่าที่อ่านนนะคะ เราคิดว่าแม่ค้ามีสิทธิหักทั้ง 10,000 บาทเลย หักได้ตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย. และขายกระเป๋าให้คนอื่นได้เลย ไม่จำเป็นต้อง SMS มาถามด้วยค่ะ (ถึงแม้ว่าถ้าเราเป็นแม่ค้า เราอาจจะไม่หัก หรือหักนิดหน่อยให้ลูกค้ารู้สึกว่า ผิดสัญญาก็ต้องมีภาระ มีบทลงโทษ จะได้ไม่ไปสัญญาอะไรกับใครแบบไม่รับผิดชอบ)

    เงินมัดจำคือเงินที่จ่ายเพื่อเป็นประกันในการทำตามสัญญานะคะ ถ้าลูกค้าผิดสัญญา แม่ค้าต้องคืนมัดจำ แล้วมัดจำคืออะไรคะ จะมัดจำทำไม

    ทีนี้ลองมองกลับในมุมแม่ค้านะคะ สมมติว่าคนตั้งกระทู้ก่อนไม่ใช่ลูกค้า แต่เป็นแม่ค้า.. จะเห็นว่าลูกค้าผิดนัดหลายรอบ ไม่มีทางทราบเลยค่ะว่าที่คุณสัญญา (อีกครั้ง) ว่าจะโอนวันที่ 1 หรือ 2 นั้น จะโอนจริงหรือไม่ แล้วถ้าโอน แต่โอนไม่ครบ แล้วบอกให้รออีก เท่ากับว่าแม่ค้าจะต้องมาเกรงใจว่าโอนมาก็ตั้งเยอะแล้ว ก็ต้องรอไปเรื่อยๆ

    อืม.. แต่ตามที่ตกลงกันตอนแรก ให้ 3 เดือน แต่เอ๊ เดือนแรกก็ผิดนัด อ่ะเลื่อนนัดให้ อ่าว ยังผิดนัดอีก แล้วถ้าเลื่อนให้อีก จะผิดนัดอีกรึป่าว แล้วยิ่งกว่านั้น จะผิดนัด ยังไม่บอกอีกต่างหาก ต้องให้ถามเอง

    เข้าใจค่ะ ว่ามองในมุมของลูกค้า (อีกที) ว่า เราก็ไม่ได้จะเบี้ยวหนิ แค่ไม่ว่าง แล้วก็โอนผ่าน ATM ไม่เป็นเท่านั้นเอง แต่อย่าลืมนะคะ แม่ค้าไม่ได้ทราบเจตนาของคุณเลย

    ปกติไม่ค่อยตอบกระทู้นะคะ แต่อ่านแล้วงงเลย.. ตั้งทำไมหว่า
    อาจจะดูรุนแรงไปสำหรับเรื่องที่คุณอาจจะเห็นว่า เรื่องแค่นี้เอง.. ทำไมต้องว่าว่าไม่รับผิดชอบ แต่มันสื่อให้เห็นถึงปัญหาในสังคมนะคะ เท่าที่อ่าน คุณ Little Princess ยังเด็ก ควรจะสร้างความรู้สึกรับผิดชอบขึ้นนะคะ จำไว้ว่า เราไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาล ที่ทุกคนจะต้องมาคอยเข้าใจและให้อภัยเวลาเราไม่ทำตามข้อตกลง เพราะเรามีเหตุผลของเรา และเหตุผลของเราถูกต้องเสมอ ความคิดนี้ใช้ได้กับแฟนเท่านั้นค่ะ

  7. #17
    Meesook's Avatar
    Meesook is offline Trusted Member SBN Exclusive Master Brandname
    Meesook's Bank Account
    • Bank Account 1: 003X3X2X7X
    • Bank Account 2: 096X2X4X7X

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
    รับผิดชอบต่อชุมชน
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Sep 2007
    Location
    Bangkok, Thailand
    Posts
    4,545

    Default

    น้อง Little Princess จ๋า หนูอาจจะยังไม่เข้าใจการซื้อของเงินผ่อน อาจจะเป็นการซื้อของเงินผ่อนครั้งแรกของหนูหรือเปล่าจ้ะ? แต่ยังไง หนูก็ต้องจำเรื่องนี้ไว้เป็นบทเรียนนะจ๊ะ ที่สำคัญที่สุด สัญญาต้องเป็นสัญญา แต่ถ้ามีการติดขัด ก็ต้อง "ทำความเข้าใจกันให้ชัดเจน" ค่ะ อย่าปล่อยไว้ โดยคิดเอาเองว่าอีกฝ่ายเข้าใจเหมือนเรา

    ขอโทษก่อนถ้าตอบไม่ถูกใจหนู เพื่อตอบคำถามหัวข้อกระทู้ "หนูควรได้รับขนาดนี้หรือเปล่า" พี่ Meesook ก็ขอตอบว่า "ควร" จ้ะ จริงๆ แล้วถ้าถูกยึดมัดจำไปทั้งหมด ก็ไม่น่าแปลกใจจ้ะ

    เรื่องซื้อของเงินผ่อนนี้ไม่เหมือนกับการยืมเงินเพื่อน หรือยืมพ่อแม่ แล้วค่อยๆ คืนค่ะ หนูอาจจะคิดว่า "ขอจ่ายช้าไปนิดเดียวเองแค่นี้ก็ไม่ได้เหรอ หน่อยก็ไม่ได้" ในโลกแห่งความเป็นจริงจ่ายช้าไม่ได้หรอกค่ะ และที่สำคัญที่สุด สัญญา ก็ต้องเป็นสัญญาค่ะ ขอผ่อนผันได้ แต่ต้องกำหนดว่าจะจ่ายวันไหน และอย่าผิดสัญญาอีกครั้ง

    ยกตัวอย่างให้ดูเพื่อความเข้าใจนะคะ สมมติว่าเจ้าหนี้เอง ก็อาจจะมีแผนที่จะใช้เงินเหมือนกัน เช่น เมื่อหนูสัญญาว่าจะจ่ายวันที่ 15 คนขายก็เชื่อใจหนู และเค้าเองก็อาจจะมีสัญญาที่จะต้องจ่ายเงินให้กับเจ้าหนี้ของเค้าเองในวันที่ 16 ก็ได้นะคะ (คือกะว่าเอาเงินที่ได้จากหนู ไปจ่ายหนี้ของตัวเอง)เพราะฉะนั้น การผิดนัดของลูกหนี้ อย่างนี้เป็นการทำให้เจ้าหนี้เดือดร้อนเป็นลูกโซ่ค่ะ เพราะเจ้าหนี้เองก็ไม่ได้รับเงินเพื่อไปจ่ายเจ้าหนี้ของตัวเองอีกทอดนึง - นี่ก็เป็นแค่ตัวอย่างนึง ที่ทำให้ "จ่ายเงินช้า ไม่ได้"

    การซื้อของเงินผ่อนเนี่ย ตามปรกติ จะมีการคิดดอกเบี้ยด้วยนะคะ คือถือว่าคนขายเสียโอกาสที่จะได้เงินจำนวนเต็มนั้น ไปทำการลงทุนต่อไป เช่น คนขายสามารถนำเงิน 35000 ไปซื้อกองทุน ทำกำไรได้ 15% ใน 3 เดือน (อันนี้ยกตัวอย่างเฉยๆ นะคะ ตัวเลขสมมติทั้งหมด)แต่เมื่อลูกค้าขอผ่อน คนขายก็เสียโอกาสที่จะได้กำไร 15% นั้นไป เพราะฉะนั้น ในธุรกิจจริงๆ การซื้อเงินผ่อน ก็จะต้องจ่ายดอกเบี้ยให้กับเจ้าหนี้ เพื่อเป็นการชดเชยการเสียโอกาสในการนำเงินไปลงทุนให้งอกเงิน ในกรณีของหนู แม่ค้าให้ผ่อนโดยไม่คิดดอกเบี้ย ก็ถือว่าใจดีแล้วค่ะ

    ส่วนเรื่องเงินมัดจำ จริงๆ ก็เป็นการรับประกันว่าลูกค้าซื้อแน่ๆ ให้แม่ค้าเก็บไว้ให้ด้วย แต่ในกรณีของหนู มีสัญญากันเพิ่มเติมว่า ลูกค้าจะขอจ่ายผ่อน เป็นจำนวน x บาท จ่ายทุกวันที่ y จนครบ k เดือน

    ในกรณีนี้ หนูเป็นฝ่ายผิดสัญญานะคะ และแถมยังดูเหมือนหนูไม่ได้แสดงอาการเอาใจใส่ ว่าจะจ่ายเงินตามสัญญา อย่างเช่น หนูไม่ได้ใส่ใจที่จะโทรไปผ่อนผันหนี้กับแม่ค้า แต่กลับลืม ทิ้งไว้ จนแม่ค้าต้องโทรมาตามเอง และพอหนูสัญญาว่าจะจ่ายวันที่ 30 หนูก็ไม่ได้จ่ายอีก... จากการกระทำของหนู แม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจจะทำไม่ดี แต่มันทำให้เห็นว่า หนูไม่ได้ใส่ใจที่จะจ่ายหนี้ก้อนนี้

    พี่ Meesook คิดว่า ถ้าหนู Little Princess ติดขัดเรื่องการจ่ายเงินงวดที่สอง หนูก็ควรจะใส่ใจ เป็นฝ่ายกระตือรือร้น ติดต่อขอผ่อนผันกับแม่ค้าให้ชัดเจน ก่อนจะถึงวันนัดจ่ายเงิน เพื่อทำความเข้าใจกับแม่ค้า และแสดงความมั่นใจให้แม่ค้า ว่าหนูไม่หนีไปไหนแน่นอน ถ้าหากหนูมีการติดต่อ และมีความชัดเจนให้แม่ค้า ให้เหตุผลที่มีน้ำหนัก พี่คิดว่า ก็อาจจะตกลงกันได้ แม่ค้าอาจจะเก็บของไว้ให้หนู หรือถ้าเค้าจำเป็นต้องขายไปก่อน เค้าก็อาจจะไม่ยึดตังค์หนู ก็ได้ แล้วแต่จะตกลงกัน

    การที่หนูคิดเอาเอง ว่า "เดี๋ยวก็ไปจ่ายให้น่ะ ไม่หนีไปไหนหรอก เดี๋ยวจ่ายรวมให้หมดเลยด้วย" นั้น แม่ค้าเค้าไม่สามารถมั่นใจอย่างนั้นได้เลยนี่คะ ยิ่งหนูผิดนัดจ่ายตังค์ตั้ง 2 ครั้ง โดยไม่มีการติดต่อบอกแม่ค้าก่อนด้วย ก็ยิ่งทำให้ไว้ใจได้ยากหน่อยค่ะ

    และอย่างนี้ เมื่อแม่ค้าเค้าไม่มั่นใจ เค้าก็ต้องหาทางป้องกันให้ความสูญเสียของเค้าน้อยที่สุด และในเมื่อสัญญาที่หนูทำกับแม่ค้า ไม่ได้เป็นไปตามสัญญาแล้ว เพราะหนูผิดสัญญาเอง แม่ค้า ก็มีสิทธิคิดค่าเสียเวลา เสียโอกาสด้วยค่ะ จริงๆ จะยึดมัดจำทั้งหมดก็ได้ค่ะ

    อย่างเช่น ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ เมื่อไม่จ่ายตามสัญญา เค้าก็คิดดอกเบี้ย และถ้ายังไม่จ่ายค่างวดไปอีกซักพัก เค้าก็มายึดบ้าน ยึดรถไปเลย โดยไม่สนใจว่าคุณจ่ายค่าบ้าน ค่ารถไปเท่าไหร่แล้ว

    พี่ Meesook เข้าใจว่าหนูไม่ได้ตั้งใจจะโกงอะไรหรอก เพียงแต่หนูไม่ได้คิดว่า สัญญานั้น ต้องเป็นสัญญา ซึ่งหนูก็ต้องเรียนรู้จากเรื่องนี้ค่ะ ต่อไปจะได้ไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก

    เรื่องนี้ก็เอาไว้เป็นบทเรียนนะคะ พี่ Meesook เป็นกำลังใจให้หนูนะคะ (ในฐานะรุ่นน้องโรงเรียนเดียวกันด้วย) ขอให้ยังมีโอกาสตกลงกันได้นะคะ
    Last edited by Meesook; 04-07-09 at 15:33. Reason: เปลี่ยนสีตัวอักษร
    วิธีตั้งกระทู้ตรวจสอบที่ได้ผล เพื่อคำตอบที่รวดเร็ว และมั่นใจ


  8. #18
    -=Jfk=-'s Avatar
    -=Jfk=- is offline Trusted Member Newbie Brandname
    -=Jfk=-'s Bank Account
    • Bank Account 1: 236X0X7X9X

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Jun 2009
    Location
    Thailand
    Posts
    74

    Default

    เห็นใจทั้งสองฝ่าย

    งานนี้ คุณคนซื้อผิด ตรงที่ ไม่ทำตามสัญญา คือไม่โอนให้เค้าตามที่ตกลงกัน

    และ เมื่อไม่โอนแล้ว ยังไม่ติดต่อโทรบอก เค้าด้วยคิดเอง ว่าจะโอนรวบด้วยกัน ในงวดต่อไป ซึ่งจริงๆแล้วไม่เหมาะสม

    การจะให้คนเชื่อถือ ควรตรงตามนัด ถ้าจำเป็นผิดพลาดต้องแจ้งให้เค้าทราบก่อน(ไม่ใช่ทราบหลัง) นี่ คุณปล่อยให้เลย แล้ว ยังนิ่งเฉย คนขายย่อมต้อง เริ่มไม่พอใจ

    และ เมื่อ โทรติดต่อกันแล้ว เค้าก็ยังใจดี ให้โอกาศคุณอีกครั้ง ให้โอนสิ้นเดือน แต่คุณก็ยัง ปล่อยให้มันผ่านไปอีก แล้ว ค่อยติดต่อเค้าไปหลังเกินกำหนด

    ซึ่ง ต้องบอกวา เป็นบทเรียน ของการผิดสัญญา และ ไม่ติดตาม ไม่รับผิดชอบต่อเวลา

    ที่คนขาย บอกคุณแม่คุณภายหลัง เมื่อวันที่ 2 ว่าไม่ต้องโอนมาแล้ว ขายไปตั้งแต่วันที่ 30 แล้วนั้น อาจจะขายไปจริง หรือ บอกปัด แบบว่า ไม่อยากคุย ไม่อยากติดต่อขายให้คุณอีกแล้ว เพราะว่าผิดนัดติดๆกันขาดความน่าเชื่อถือ

    อันนี้ คงเป็นบทเรียน (จะแพงหรือ ไม่ อยู่ที่คุณตัดสินใจ)

    ส่วนเรื่องแม่ค้าหัก 5000 ดูๆ ก็โหดเหมือนกัน แต่จริงๆแล้ว เค้ามีสิทธิ์หักทั้งหมดด้วยซ้ำ ถ้าอีกฝ่ายผิดสัญญา

    แต่ ถ้าเอาเรื่องความเป็นเพื่อนๆ กัน การหักระดับนั้นก็ถือว่าเยอะมากเกินไป

    อยู่ที่น้ำใจ ที่จะมีให้กัน

    คนเราเปลี่ยนคนอื่นได้ยาก ต้องเปลี่ยนที่ตัวเราเองก่อน ดีกว่า
    ตะลุยมาหลายเว็บทั่วไทย แต่มาตกม้าตายโดนตัดแต้มที่ SBN
    http://siambrandname.com/forum/image.php?type=sigpic&userid=36731&dateline=1246286316

  9. #19
    oum_ja's Avatar
    oum_ja is offline Trusted Member SBN Exclusive Master Brandname
    oum_ja's Bank Account
    • Bank Account 1: 528X0X2X7X
    • Bank Account 2: 776X0X1X7X

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Sep 2008
    Location
    In my heart ^____^
    Posts
    3,875

    Default

    ขอออกความเห็นแบบกลางๆเลยนะค่ะ

    เราว่าเคสนี้ผิดทั้งคู่ค่ะ อยากให้มองที่ละประเด็น

    น้องเมษ์ ผิดในแง่ที่จ่ายเงินช้า ไม่ตรงตามนัด

    คุณแม่ค้า ผิดในแง่ที่ มีการตั้งเงื่อนไขให้ผ่อนชำระ ได้ภายในสามเดือน แต่ว่าพอไม่ถึงเดือนก็บีบลูกค้าว่ามีลูกค้าสนใจ และต้องการขาย ดังนั้นจึงแจ้งให้ทราบที่หลัง

    ถ้ามองในแง่เสียเปรียบ ก็เสียเปรียบทั้งคู่

    น้องเมษ์ โดนหักไปถึงครึ่งหนึ่งของเงินมัดจำ โดยที่ไม่ได้ของอะไรเลย

    คุณแม่ค้า เสียเวลาในการค้าขาย แทนที่จะได้เงินมาหมุนเร็ว

    มองในแง่การได้เปรียบ

    น้องเมษ์ ไม่ได้เปรียบอะไรทั้งสิ้น เสียเวลาไม่พอ ก็เสียเงินฟรีๆไปห้าพันบาท

    คุณแม่ค้า ได้เงินมาห้าพันบาท โดยที่ของก็ยังไม่สึกหรอ แถมยังขายใบนั้นให้คนอื่นๆได้อีก

    เท่าที่อ่านดู เหมือนว่าทั้งสองฝ่าย คุยกันด้วยวาจา มิได้มีการร่างสัญญาซื้อขายใดๆทั้งสิ้น เป็นเพียงการพูดเพราะความไว้เนื้อเชื่อใจล้วนๆๆ

    เคสนี้ถือว่าเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจมาก เพราะต่อไปนี้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ควรทำข้อตกลงด้วยการเขียนบนสัญญาให้เป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว การที่แม่ค้าจะละเมิดขอขายของก่อนเวลา ก็ไม่มีเหตุผลอันควรที่จะริบมัดจำถึงครึ่งหนึ่งเช่นกัน

    และอีกประเด็นหนึ่งอยากทิ้งท้ายให้คิดในมุมมองกลับกัน ถ้าผู้ขายมีการลงขายของสักสามชิ้น แล้วให้มีการผ่อนชำระได้ ภายในสามเดือน แต่พอถึงเวลาจริงๆ กลับไม่เป็นไปตามที่กล่าว แต่ต้องการขายก่อนเวลา ทั้งที่มีเงินมัดจำของลูกค้าอยู่ แน่นอนว่าลูกค้าโดยมากต้องพยายามหาเงินมาให้ทัน แต่พอไม่ทันก็ริบเงินมัดจำนั้น

    อืม....ถ้าเป็นแบบนี้ สามใบคูณ5000บาท ก็หาเงินได้ง่ายๆถึง 15000บาท เชียวนะเนี้ย ของก็ไม่เสีย แถมไม่ได้โกง กำไรเห็นๆ น่าคิดจริงๆๆ
    Love is life.
    And if you miss love,
    you miss life.


    ความรักคือชีวิต
    ถ้าคุณพลาดโอกาสที่จะรัก ก็เท่ากับ
    คุณพลาดโอกาสที่จะใช้ชีวิต


    Leo Buscaglia


  10. #20
    ladylunar is offline Registered Member Newbie Brandname

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    May 2009
    Posts
    66

    Default

    Quote Originally Posted by oum_ja View Post
    ขอออกความเห็นแบบกลางๆเลยนะค่ะ

    เราว่าเคสนี้ผิดทั้งคู่ค่ะ อยากให้มองที่ละประเด็น

    น้องเมษ์ ผิดในแง่ที่จ่ายเงินช้า ไม่ตรงตามนัด

    คุณแม่ค้า ผิดในแง่ที่ มีการตั้งเงื่อนไขให้ผ่อนชำระ ได้ภายในสามเดือน แต่ว่าพอไม่ถึงเดือนก็บีบลูกค้าว่ามีลูกค้าสนใจ และต้องการขาย ดังนั้นจึงแจ้งให้ทราบที่หลัง

    ถ้ามองในแง่เสียเปรียบ ก็เสียเปรียบทั้งคู่

    น้องเมษ์ โดนหักไปถึงครึ่งหนึ่งของเงินมัดจำ โดยที่ไม่ได้ของอะไรเลย

    คุณแม่ค้า เสียเวลาในการค้าขาย แทนที่จะได้เงินมาหมุนเร็ว

    มองในแง่การได้เปรียบ

    น้องเมษ์ ไม่ได้เปรียบอะไรทั้งสิ้น เสียเวลาไม่พอ ก็เสียเงินฟรีๆไปห้าพันบาท

    คุณแม่ค้า ได้เงินมาห้าพันบาท โดยที่ของก็ยังไม่สึกหรอ แถมยังขายใบนั้นให้คนอื่นๆได้อีก

    เท่าที่อ่านดู เหมือนว่าทั้งสองฝ่าย คุยกันด้วยวาจา มิได้มีการร่างสัญญาซื้อขายใดๆทั้งสิ้น เป็นเพียงการพูดเพราะความไว้เนื้อเชื่อใจล้วนๆๆ

    เคสนี้ถือว่าเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจมาก เพราะต่อไปนี้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ควรทำข้อตกลงด้วยการเขียนบนสัญญาให้เป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว การที่แม่ค้าจะละเมิดขอขายของก่อนเวลา ก็ไม่มีเหตุผลอันควรที่จะริบมัดจำถึงครึ่งหนึ่งเช่นกัน

    และอีกประเด็นหนึ่งอยากทิ้งท้ายให้คิดในมุมมองกลับกัน ถ้าผู้ขายมีการลงขายของสักสามชิ้น แล้วให้มีการผ่อนชำระได้ ภายในสามเดือน แต่พอถึงเวลาจริงๆ กลับไม่เป็นไปตามที่กล่าว แต่ต้องการขายก่อนเวลา ทั้งที่มีเงินมัดจำของลูกค้าอยู่ แน่นอนว่าลูกค้าโดยมากต้องพยายามหาเงินมาให้ทัน แต่พอไม่ทันก็ริบเงินมัดจำนั้น

    อืม....ถ้าเป็นแบบนี้ สามใบคูณ5000บาท ก็หาเงินได้ง่ายๆถึง 15000บาท เชียวนะเนี้ย ของก็ไม่เสีย แถมไม่ได้โกง กำไรเห็นๆ น่าคิดจริงๆๆ

    ตั้งแต่อ่านมา เห็นด้วยกับความคิดเห็นนี้ที่สุดค่ะ
    รู้สึกว่า "เป็นกลาง" อย่างแท้จริง

Page 2 of 12 FirstFirst 1234 ... LastLast