sweet_jasmine ขอชี้แจงค่ะ

กรณีฉ้อโกงต้องการเอกสารดำเนินคดีทางกฎหมายทำอย่างไร       การสร้าง สินค้าแฟชั่น สู่สินค้าแฟชั่นแบรนด์เนม ความรู้ที่ได้จากชุมชน SBN บทที่1       สมาชิกเก่า สมาชิกใหม่ อ่านหรือยัง สำคัญมากครับ <--"คลิ๊กที่นี่"             
Previous
Next
Downtown
กระทู้แนะนำล่าสุดจาก Downtown
กระทู้แนะนำล่าสุดจาก
กระทู้แนะนำล่าสุดจาก
Results 1 to 10 of 140

Threaded View

  1. #11
    มะลิ is offline Banned User Newbie Brandname

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Aug 2009
    Posts
    32

    Default ชี้แจง ฉบับที่2

    กรณีคุณCheryl มาเกี่ยวข้องเรื่องนี้ได้อย่างไร?

    โอเคค่ะ ลิจะช่วยคุณCheryl ทบทวนความทรงจำและการกระทำของเธอหน่อยนะคะ

    เรื่องนี้มันผ่านมานาน 1ปี1เดือน แล้วค่ะ ลิเองก็ให้อภัยคุณไปนานแล้ว และไม่ไปข้องแวะกับคุณอีก


    ลิไม่เคยตั้งsignature แขวะ กระแนะกระแหนคุณนะคะ
    ไม่ได้เอาเรื่องของคุณไปพูดให้เสื่อมเสีย
    ที่คุณบอกว่า เวลาคุณไปส่งกระเป๋าให้ลูกค้า มีลูกค้าออกมาพูด
    ว่าลิไปด่าคุณให้เค้าฟัง คุณลองพูดชื่อมาได้มั้ยคะว่าใคร
    ไม่เช่นนั้น ลิจะถือว่า คุณ กำลังกล่าวหาลิต่อสาธารณะอยู่ค่ะ
    และถ้าเรื่องนี้มี การฟ้องร้องกันเกิดขึ้น ขอเชิญท่านนั้นไปเป็นพยานในชั้นศาลด้วยนะคะ
    ไหนๆมาถึงขั้นนี้ ก็ขอเชิญมาเป็นพยานในศาลด้วยเลยนะคะ คดีจะยืดเยื้อเท่าไหร่ก็อยากให้พยานมาค่ะ
    ถ้าคุณมีเวลามาเวลาศาลนัดสืบพนายเรื่อยๆอ่ะนะคะ


    เรื่องกระเป๋าใบนี้ มันเริ่มขึ้นอย่างนี้ค่ะ ขอเล่าเป็นข้อๆค่ะ
    จะได้เข้าใจง่ายๆ

    1.แม่ค้าลงโชว์กระเป๋าในห้องอาหารตา ซึ่งตามคำพรรณนาในกระทู้นั้นแสดงให้เห็นว่า แม่ค้ารักกระเป๋าใบนี้มาก บลาๆๆๆ

    2.ลิไปเห็นแล้ว ก็อยากได้มากๆๆๆ เลยลองโทรศัพท์ไปติดต่อขอซื้อ

    3.ตอนที่โทรไปช่วงแรก แม่ค้าก็หัวเราะ อารมณ์ประมาณว่า
    ไมได้ลงขาย แต่ลงโชว์ จะซื้อมาใช้เอง
    ด้วยความที่ลิอยากได้มากๆ เลยพูดไปว่า จะขายให้ลิเท่ากับราคาที่ซื้อมาเลยก็ได้นะคะ
    ที่พูดไปแบบนี้ในตอนนั้น เพราะว่า อยากได้มาก และ กลัวแม่ค้าจะไม่ยอมขายให้
    แต่แม่ค้าบอกว่า ไม่ขายให้ราคาเต็มหรอก ยังไงมันก็คือของที่เค้าซื้อมาแล้ว ก็ลดให้อยู่แล้ว
    ขอสารภาพนะคะ ว่าตอนนั้น แอบรู้สึกประทับใจกับแม่ค้าคนนี้มากๆ ว่าเค้าเป็นคนแฟร์ดีนะ
    แล้วลิก็พูดไปว่า งั้นลดให้เยอะๆหน่อยนะคะ เพราะราคามันก็ค่อนข้างสูงอ่ะค่ะ เค้าก็บอกว่าได้ๆ แต่ขอคิดราคาก่อนว่าจะขายเท่าไหร่ดี
    เดี๋ยวเค้าจะโทรกลับมาบอก

    4.ไม่กี่อึดใจ เค้าก็โทรกลับมาค่ะ แต่คราวนี้ น้ำเสียงเปลี่ยนไปสิ้นเชิง จากเสียงหวานๆ กลายเป็นเสียงหยิ่งๆ ถือไพ่เหนือกว่า
    แม่ค้าบอกว่า จะขายเท่ากับที่ซื้อมา ไม่งั้นไม่ขาย!!

    ตอนนั้นยอมรับว่าตกใจและอึ้งมาก คือมันผ่านไปไม่น่าจะเกิน5นาที
    แล้วทำไมทั้งน้ำเสียง และ สิ่งที่ตกลงไว้มันเปลี่ยนไปแล้วล่ะ
    ลิเลยออดอ้อนว่าลดหน่อยน้าแม่ค้า บลาๆๆๆ แต่ก็ไม่เป็นผล
    เหมือนยิ่งลิเสียงออดอ้อน ขอร้องเท่าไหร่ เสียงอีกฝ่ายก็แข็งกร้าวเพิ่มขึ้น จนในที่สุดแม่ค้าบอกลด1พันเท่านั้นนะ ไม่ลดอีกแล้ว

    5.ลิเลยตกลงซื้อกระเป่าใบนั้นมาในราคา 126,000บาท
    จากราคาที่ช้อป 127,000บาท ทั้งๆที่ตอนแรกแม่ค้าบอกจะลดให้อยู่แล้ว

    6.จากนั้นแม่ค้าบอกว่า ลิอย่าบอกใครว่าซื้อกระเป๋าใบนี้จากเธอได้มั้ย
    เพราะเธอไมได้ตั้งใจลงขาย จะซื้อมาใช้เอง ลิก็โอเค แล้วแม่ค้าก็บอกว่า เค้าไม่ขอลงในฐานข้อมูลในเว็บขายกระเป๋าของเค้า ว่าเค้าขายกระเป่าใบนี้ไปนะ ลิก็ตกลง เค้าอ้างอะไรมาลิจำไม่ค่อยได้ คือมันไม่make senseเลยอ่ะค่ะ ลิก็ขี้เกียจสนใจด้วยในตอนนั้น
    จะลงหรือไม่ลงก็ช่างเค้า อย่าเอาของปลอมหรือของมีตำหนิมาย้อมแมวก็แล้วกัน แล้วแม่ค้าก็บอกว่า ให้ลิไปสมัครสมาชิกในเว็บของเธอ
    ซึ่งการสมัคร ถ้าจำไม่ผิด ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวเยอะมาก ทั้งชื่อจริง
    นามสกุลจริง ที่อยู่ เบอร์โทร. แต่แม่ค้าบอกว่า ที่ให้สมัครสมากเพราะว่า เธออยากรับผิดชอบกระเป่าทุกๆใบที่ได้ขายให้ลูกค้าไปแล้ว
    บอกตรงๆนะคะ ตอนนั้นเริ่มไม่เชื่อแล้ว รู้สึกว่าแม่ค้าคนนี้แปลกๆ
    แต่ก็นั่นแหล่ะค่ะ ไม่อยากเรื่องมากเดี๋ยวแม่ค้าเปลี่ยนใจไม่ขาย
    เลยไปสมัครให้เธอเรียบร้อย

    7.จากนั้นวางโทร.ไป แม่ค้าก็โทร.กลับมาบอกว่า ให้ลิโอนมัดจำไปให้เธอในวันุร่งขึ้น ลิก็ถามว่าทำไมจะต้องโอนไปด้วย
    เธอให้เหตุผลที่ลิว่ามันช่างไร้สาระที่สุดคือ เธอตัดสินใจจะขายแล้ว ก็อยากจะได้มัดจำเธอจะได้สบายใจว่าเธอตัดสินใจถูกที่จะขาย
    คือ ลิจำคำพูดไม่ได้แน่ชัดนะคะ แต่คือประมาณนี้ คือเพื่อความมั่นใจให้กับเธอที่เธอจะยอมขายใบนี้อ่ะค่ะ
    ตอนหลัง ลิมาคิดอีกที ถ้ากลัวเราเบี้ยว ก็บอกตรงๆดีกว่า ไม่ต้องมาหาคำพูดสวยหรูมาบอกหรอกค่ะ
    ลิก็เลยรับปากแบบงงๆว่าพรุ่งนี้ลิจะไปโอนมัดจำให้ตามที่แม่ค้าบอก
    ที่งงเพราะ อีกแค่48ชม.ถัดไปก็นัดรับสินค้าแล้วอ่ะค่ะ
    ถ้าจำไม่ผิด ลิคุยกับแม่ค้าวันเสาร์ตอนกลางคืน และนัดรับจ่ายเงินกันวันจันทร์
    แต่แม่ค้าบอกว่าวันอาทิตย์ให้โอนเงินมัดจำไปให้

    8.หลังจากวางโทร.ไป ลิก็ไปอาบน้ำ พออาบเสร็จลิมาเปิดดูเว็บขายกระเป๋าของแม่ค้าอีกครั้ง ก็พบว่า กระเป๋าใบที่ตกลงจะขายให้กับลิ
    แม่ค้าขายให้คนอื่นไปแล้ว!!
    ลิเลยรีบโทรหาแม่ค้าด้วยความตกใจและงงสุดๆ ว่าทำไมขายให้คนอื่นไปแล้ว ทั้งที่ลิ ยอมทำตามเงื่อนไขของคุณทุกอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องราคา ที่คุณบอกจะลด แต่ก็ไม่ลด เรื่องสมัครสมาชิก เรื่องไม่ให้บอกใคร เรื่องมัดจำ
    แต่แม่ค้าก็ตอบกลับมาว่า ลิดูไม่มั่นใจ เค้าเลยขายให้คนอื่นไปแล้ว
    เพราะคนนั้นก็อยากได้ใบนี้เหมือนกัน

    ลิก็เลยโวยวายว่าทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง เราตกลงกันไว้แล้ว คุณต้องขายให้กับลิ แต่แม่ค้าบอกว่า
    เค้าขายให้คนนั้นไปแล้ว แต่จะลองไปพูดดูก่อน ว่าทางนั้นจะยอมมั้ย
    น้ำเสียงแม่ค้าตอนนั้น คือไม่ได้รู้สึกผิดหรือเกรงใจอะไรเลยค่ะ แถมทำเหมือนลิมาทีหลังด้วยซ้ำ


    9.ในที่สุด แม่ค้าก็โทรกลับมาบอกว่า เคลียร์กับทางนั้นให้แล้ว กว่าจะจะเคลียร์ได้แทบแย่
    น้ำเสียงเป็นบุญเป็นคุณมากมายค่ะ ลิก็รู้สึกแย่มากๆตอนนั้น แต่มันอยากได้อ่ะค่ะ ก็ยอม
    ถือว่าเราซื้อกระเป๋าเค้าเท่านั้น ก็จบ
    แต่มันไม่ใช่แค่นั้นซิคะ แม่ค้าบอกว่า ถ้าลิจะซื้อจริงๆ ให้ลิซื้อวันพรุ่งนี้เลย ลิยังจำได้ดีว่าลิต้อง
    ไปปลุกแม่ให้เอาเงินจากเซฟมาให้ลิตอนเช้า เพราะลิไม่มีเงินในatmด้วยค่ะ

    10. เรานัดรับกันตอนเช้า ที่ปั๊มน้ำมันหน้าปากซอย ก่อนรับของลิถามย้ำอีกทีว่า มีอุปกรณ์ให้ครบทุกอย่างเลยใช่มั้ยคะ
    แม่ค้าบอกใช่ มีแม้กระทั่งถุงกระดาษCHANEL ประหนึ่งว่าเหมือนถอยออกมาขากช้อปCHANELก้มิปาน จริงๆลิก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องถุงกระดาศมากมายหรอกค่ะ แต่ถ้าแม่ค้ามีมาให้ด้วยก็ดี
    แต่..เอาเข้าจริง กลับใส่มาในถุงอะไรไม่รู้ ลิเลยถามน้องสาวแม่ค้าที่เป็นคนส่งของว่า ทำไมไม่มีถุงกระดาษCHANELมาด้วย น้องสาวแม่ค้าบอกว่า พี่เลี้ยงทำขาดหรือทำเปียก ไม่แน่ใจ
    ลิก็คิดว่าอืม ทุกอย่างที่แม่ค้าบอกมี ก็ม่มี ที่แม่ค้าบอกจะให้ ก็ไม่ให้
    แต่ตอนนั้น อารมณ์อยากได้ของค่ะ ก็รับของมา ไมได้สำรวจอะไรมากมาย ตอนนั้นก็สะลึมสะลือด้วยเพราะปรกติตื่นเที่ยงไปแล้ว
    เลยจ่ายตังค์ ระหว่างที่รอน้องสาวแม่ค้านับเงิน ก็ตรวจดูกระเป๋า ก็โอเค ขับรถกลับบ้าน ถึงบ้านก็นอนต่อ พอตื่นมาอีกที เอากระเป่ามาดูชื่นชม ปรากฎว่ามันมีร่องรอยเหมือนการใช้งานมาแล้ว คือไม่ใช่มื่อหนึ่ง
    อย่างที่แม่ค้าบอกแต่แรก ตอนนั้นก็ใจเสียแล้ว เพราะก็รู้ว่าเรานัดรับของ และเราควรมีหน้าที่ในการตรวจตราสินค้าให้ดี แต่มันพลาดค่ะ ลิสับเพร่าเอง อันนี้ก็ถือว่าเป็นความผิดลิด้วยครึ่งหนึ่งค่ะ

    11.ลิตัดสินใจโทรไปหาแม่ค้า บอกกับแม่ค้าว่ากระเป๋ามันเหมือนใช้งานมาแล้วนะ แจ่แม่ค้าก็ยืนยันว่าของใหม่แน่นอน ลิก็เลยวางโทร.ไป
    แล้วก็เอากระเป่ามาดูอีก แล้วก็คิดๆๆๆ เอายังไงดี มันไม่ใช่มือหนึ่งอย่างที่คิดอ่า ลิเลยตัดสินใจโทรไปหาแม่ค้าอีกครั้ง บอกว่า
    ขอคืนกระเป๋า จะหักเงินค้าเสียเวลาตรงนี้ก็ได้
    แต่แม่ค้าไม่ยอมให้คืนของ

    จากนั้นมา ก็เถียงกันใหญ่โต ในที่สุดเรื่องก็จบลงโดยต่างคนต่างอยู่ไปในSBN
    ตอนนั้นลิก็รู้สึกแย่มากๆและไม่อยากได้กระเป๋าใบนี้แล้ว แต่ก็รู้ว่า
    ลิเองก็ผิดที่ไม่ดูให้ดีเสียก่อน อันนี้ก็เป็นบทเรียนจริงๆค่ะ ว่ากระเป่าที่คนขายบอกมือหนึ่งไม่เคยใช้ ก็วางใจไมได้ เราต้องตรวจดูให้ละเอียดอยู่ดี

    จากนั้นมาเรื่องพิพาทระหว่างลิกับแม่ค้าก็ดูเหมือนจะเลือนหายไปเรื่อยๆ อาจจะมีแขวะกันบ้างในนี้ตอนเรื่องเพิ่งจบใหม่ๆ แต่ลิว่าหลังจากนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว ลิก็ไม่ได้เคีดแค้นอะไรแล้ว และลิคิดว่าแม่ค้าก็คงไม่เคียดแค้นแล้วเช่นกัน

    จริงๆแล้ว เรื่องกระเป๋า ลิไม่ได้จะว่าอะไรถ้าไม่ขอรับคืนนะคะ
    แต่ ช่วยพูดจากับลูกค้าดีๆได้มั้ยคะ ทำไมต้องใช้อารมณ์ขนาดนั้น ลิว่าลิขี้โมโหแล้วนะ เจอแม่ค้าคนนี้ยอมแพ้เลยจริงๆ

    แล้วถ้าคุณคิดว่าลิหาเรื่องว่ากระเป่ามีตำหนิเพื่อหาเรื่องขอคืน
    หรือขอส่วนลดตามที่คุณกล่าวงหาลินะคะ

    ลิ อยากบอกให้ทราบโดยทั่วกันนะคะ ว่าลิได้ขายกระเป๋าที่ซื้อจากคุณไปนานมากๆแล้ว
    และลิได้เสาะแสวงหากระเป๋ารุ่นนี้ และซื้อมันมา
    ในครอบครอง นานแล้วเช่นกันค่ะ

    สรุปคือ ลิขายขาดทุนไป 6,000บาท
    และซื้อใหม่ในราคา 127,000บาท
    สิริรวมราคา 133,000บาท
    มันคุ้มกันตรงไหนคะ


    ส่วนสาเหตที่ลิหมดความอดทนคือ

    แม่ค้าเริ่มมีการเขียนลายเซ็นต์
    ในลักษณะแอบกัดจิกลิ แต่ลิก็ยังไม่อะไร
    จนล่าสุดเลยคือ แม่ค้าเอาเรื่องที่ลิไปซื้อกระเป๋ากับเค้าไปว่ากับคนอื่นๆ
    อันนี้ลิก็มีหลักฐานที่คนเอามาเล่าให้ฟังนะคะ ซึ่งลิคิดว่า

    จริงๆแล้ว..แม่ค้าคนนี้เคียดแค้นลิมาตลอดใช่มั้ย
    และแอบตามติดพฤติกรรมลิมาตลอดในloginอื่นๆ
    และได้นำข้อมูลนี้ไปบอกต่อกับสมาชิกบางคนนี้
    และแม่ค้ากับสมาชิกอีกคนก็ตั้งลายเซ็นต์กระแนะกระแหนลิ

    จนลิรู้สึกหมดความอดทน ลิไม่ได้โกรธที่ใครรายงานเรื่องใช้หลายLoginไปหรอกค่ะ เพราะลิเองทำผิดกฎจริงๆ

    แต่ลิแค่รู้สึกว่า
    1.ทำไม ต้องตั้งลายเซ็นต์แอบด่า แอบกัด
    ถ้าอยากจะแฉ ก็ตั้งกระทู้เลยซิ
    ทำแบบนี้ มันก็ไมได้ดุดีกว่าใช้loginเดียว
    แล้วใช้ลายเซ้นต์มาแอบด่าคนอื่นหรอกนะ
    หรือ พวกวิธีลับหลัง เช่นการใช้pmส่งต่อ อะไรพวกนี้ด้วย
    2.ถ้าจริงใจในการช่วยเหลือสังคมSBNอย่างแท้จริง
    ทำไมไม่ตั้งกระทู้ที่ห้องร้องเรียนเลยล่ะคะ
    เว็บเราก็มีห้องนี้เพื่อรองรับเรื่องพวกนี้ไว้อยู่แล้ว
    3.ข้อสุดท้าย สงสัยมากๆคือ ทำไม ในเมือคุณแจ้งไปกับทางเว็บ และทางเว็บก็รับรู้เรื่องหลายLoginแล้ว และ ลิก็ยอมรับแล้ว ทำไมไม่ยอมเลิกราไปล่ะ
    4.ทำไมต้องรีบกดโหวตทันที ที่พวกคุณออกมาแฉเรื่องของลิเสร็จ ถ้าคุณคิดว่าคุณเป็นคนยุติธรรม เป็นคนที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ทำไมไม่ให้โอกาสลิใช้loginของลิ ออกมาชี้แจง
    คุณก็ทนรอจะเห็นลิโดนแบนไม่ไหวแล้วใช่มั้ยคะ




    เอาล่ะค่ะ ถ้าคุณคิดว่าการที่ลิไม่ยอมจบ โดยที่ลิมาโพสข้อความกระทบกระทั่งคุณ นั่นคือลิหมดความอดทนแล้วค่ะ
    เพราะคุณรู้ว่าลิยอมรับแล้ว แต่คุณยังมาตั้งลายเซ็นต์กันอีก มันเพื่ออะไรล่ะคะ






    ลิคิดว่า คุณอย่าเอาเรื่องส่วนตัว มาปะปนกับเรื่องส่วนรวมเลยค่ะ
    เพระการแสดงออกของคุณ มันไม่ใช่การทำเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริงค่ะ


    ถ้าคุณคิดว่าSweet Jasmine มีหลายlogin แล้วแปลว่า
    ไม่จริงใจ เสแสร้ง เป็นคนไม่ดี
    แล้วคุณล่ะ คุณคิดว่า พวกคุณกำลังสร้างภาพเป็นคนดี รักความถูกต้องอยู่หรือเปล่าคะ?

    ถ้าสิ่งที่ทุกคนต้องการ และมองว่าเป็นสิ่งที่ควรกระทำ คือ การออกมายืดอก ยอมรับ
    ลิอยากบอกว่าลิทำไปแล้ว และทำมานานแล้ว พวกคุณรู้ดีอยู่แก่ใจ
    แล้วทำไมลิพวกคุณกลับไม่ยอมหยุด อยากจะเหยียบให้จมดินหรอคะ

    จริงๆแล้ว การกระทำของพวกคุณ ก็ไมได้ดุดีกว่าการมีหลายชื่อในนี้หรอกนะคะ
    1ชื่อ ก็ใช่ว่าจะสร้างภาพเป็นคนดีไมได้ ของแบบนี้
    ไม่ต้องมาพูดมากหรอกค่ะ ลิเชื่อว่าทุกคนในนี้ก็คงมองออก
    ยังไงก็แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละคนละกันค่ะ
    ลิเองถึงจะถูกเปิดโปงว่ามีหลายlogin แต่ก็ยังจะเล่นเว็บนี้ต่อไปค่ะ
    แต่คนที่มาเปิดโปงลิ ลิว่าคนกลุ่มนั้น ก็เปิดโปงตัวเองไปในตัวเหมือนกันแหล่ะค่ะ เรื่องนี้ก็ทำให้เห็นว่าใคร เป็นยังไง มีจิตใจยังไงเช่นกัน


    สุดท้าย อยากบอกว่า...



    กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนาจริงๆค่ะ

    และ

    เรื่อง พรรคพวกยังมีอยู่จริงๆ
    หวังว่าทางเว็บ จะกำจัดเรื่องนี้ออกไปได้สักวันหนึ่ง
    Last edited by มะลิ; 19-08-09 at 04:47.