ส่วนตัวแนนนะค่ะ ถ้าซื้อของราคาแพงหรือเป็นมือ 2 แบบนี้ ต้องนัดรับของเท่านั้นค่ะ ถ้าไม่เห็น ถึงจะชอบก็ตัดใจค่ะ ไม่ซื้อ เพราะเกิดเรื่องมาแล้ว แก้ยาก

และถ้าเป็นลุกค้าเอง ก่อนซื้อต้องถามย้ำและให้ถ่ายรูปตำหนิให้ดุอย่างละเอียดเลย ถ้ามีตำหนิ จะรับคืนไหม โดยส่วนตัว จะเปิดไปเจอคนขายที่บอกว่า ไม่รับคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น ปกติแนนจะไม่ดูต่อเลยค่ะ เพราะถ้าของมีปัญหาคืนลำบาก แสดงว่าแม่ค้าค่อนข้างคืนของยาก


ส่วนตัวที่เป็นแม่ค้าเอง ของขาย ใจเขาใจเราค่ะ ถ้ามีตำหนิก็บอกก่อน ถ้าตำหนิมาก จนแบบตัวเองก็ไม่อยากใช้ ขนาดนั้นคนอื่นก็คงไม่อยากได้เหมือนกันค่ะ ก็ไม่เอามาขาย ถ่ายรูปให้เสียเวลาเลยจ้ะ สำหรับแม่ค้า ตำหนิมากน้อยต้องบอกก่อน ด้ายโผล่าเส้นเดียว บางคนก้เป็นปัญหาใหญ่ค่ะ แล้วแต่คนมอง

และกรณีลูกค้าเอาไปและเจอตำหนิ แนนก็จะรับผิดชอบไปเลยค่ะ เพราะ

1 ถือว่าให้เครดิตลูกค้า ไว้ก่อน แนนเคยเจอชุดที่ขายไป พอถึงมือลูกค้าบอกว่าซิบหัก ซึ่งตรงนี้แนนไม่ได้เช็คก่อน เลยไม่รู้จริงๆเป็นไง แต่ก็มั่นใจว่าลูกค้าก็ไม่น่าโกหกอะไรหรอก ก็ตกลงว่าจะเปลี่ยน จะให้ชดเชยกันยังไงดีกว่าค่ะ อีกกรณีคือส่งเสื้อไปนานเป็นเดือนแล้ว เจอกันอีกทีบอกว่าพอซักแล้วเสื้อรุ่ย เหมือนผ้าเก่ามาก แนนก็ตกลงส่งของอย่างอื่นไปแทนให้เหมือนกัน

ทำแบบนี้ ลูกค้าจะได้มั่นใจในตัวเราด้วย และเป็นคนซื้อคนขายกันไปนานๆ

2 อีกอย่างเรารับคืน เราก้ไม่ได้เสียอะไรมาก อย่างมากแค่เสียเวลา เสียค่าส่ง แนนว่า เรื่องเงินไม่ใช่เรื่องหลักแต่มิตรภาพสำคัญกว่า

3 ถ้าโชคไม่ดี เจอลุกค้าแกล้งจริงๆ เอาของเราไปทำเสียแล้วมาบอก อืม อันนี้ก็ถือว่าฟาดเคราะห์ไปแล้วกัน อย่าคิดมาก แต่ส่วนตัว แนนไม่คิดว่ามีใครอยากซื้อของเอาไปแล้วเปลี่ยนหรอกนะค่ะ มันเสียเวลามั๊กๆๆ คิดซะว่า "ใครทำกรรมใดไว้ ตนจักต้องเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น" ถ้าเราโดนเค้าโกง ก็แสดงว่าเราคงเคยโกงเค้ามาก่อนในอดีต ส่วนคนที่มาโกงเราก็สร้างกรรมใหม่ไป เราได้ชดใช้กรรมแล้วอะจ้า สบายใจ

ยังไงลองตกลงกันดีๆนะค่ะ ใจเย็นๆค่ะ ทั้งคุณลูกค้าและแม่ค้านะค่ะ