เห็นด้วยค่ะว่าปัญหามันเกิดจากการที่สินค้าผลิตไม่ได้จำนวนตามที่ตลาดต้องการ แต่เราไม่โทษทางเจ้าของแบรนด์นะคะเพราะธุรกิจเสื้อผ้ามันไม่เหมือนอุตสาหกรรมอย่างอื่นที่ใช้เครื่องจักรอะค่ะ มันมีข้อจำกัด การผลิตเสื้อผ้ามันต้องใช้ "ช่าง" นะคะไม่ใช่คนงานหรือสาวโรงงงาน ซึ่งการตัดเย็บของแบรนด์นี้เราทุกคนก็ทราบกันดีว่าการตัดเย็บของเค้าค่อนข้างดี ละเอียด การหาช่างเย็บเสื้อผ้าดี ๆ สักคนไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะปัจจุบันนี้ ช่างดี ๆ เก่ง ๆ ส่วนใหญ่เค้าจะเป็นช่างให้แบรนด์ใหญ่ ๆ สักพักเพื่อเรียนรู้การเขียนและการวัดแพทเทิร์น จากนั้นก็ออกไปเปิดร้านของตัวเองกันหมดค่ะเพราะนั่งเย็บให้แบรนด์ไปก็ได้แต่เงินเดือน หากเจ้าของแบรนด์ไปเร่งให้เค้าเย็บเร็ว ๆ งานออกมาก็ไม่สวยค่ะ นี่ยังไม่นับว่าต้องแบ่งช่างออกไปรับงานแก้อีกนะคะ ช่างจริง ๆ ของเค้าน่าจะมีอยู่ไม่กี่คนเอง

ส่วนผ้าก็เป็นลายออกแบบและสั่งทอเอง ดังนั้นตอนที่เค้าสั่งทอผ้าไป เค้าไม่ทราบหรอกค่ะว่าผ้ามันจะพอไหม ถึงตอนนี้เค้าทราบว่าเสื้อผ้าขายดีทุกชุด ทุกแบบ เค้าก็ไม่กล้าสั่งทอผ้าเพิ่มหรอกค่ะเพราะการสั่งทอต้องสั่งเป็นร้อย ๆ ม้วนเลย กว่าโรงงานจะให้คิวทอเสร็จ กว่าจะส่งมอบผ้ากันก็อาจจะปาเข้าไปครึ่งปีหลังแล้วซึ่งคอลเลคชั่นใหม่มันก็ออกแล้วอะค่ะ ธุรกิจเสื้อผ้ามันเสียตรงนี้อย่างเดียวว่า มาไว ไปไว ถ้าเสื้อผ้าตกรุ่น ตกคอลเลคชั่นปั๊บ ราคาตกทันที

เรื่องเสื้อผ้าไม่พอกับความต้องการเนี่ยจริง ๆ แล้วมันก็เป็นกันทุกแบรนด์แหละค่ะ เคยไหมคะที่เดิน ๆ อยู่ Jaspal หรือ Chaps เจอเสื้อที่สวยถูกใจแต่ไม่มีไซส์ โทรไปเช็คที่ไหนก็ไม่มี แต่เราก็จะรู้สึกแค่ว่า โอเค ไม่มีก็ไม่มี ดูตัวอื่นดีกว่า แต่กับ Sretsis หรือ Kloset เนี่ย เรากลับคิดว่ามันเกิดจากความรู้สึกด้านจิตวิทยามากกว่าคือเพื่อน ๆ ในเวบนี้เค้าร่ำลือกันว่าสวย เราก็เลยมีความรู้สึกว่าต้องซื้อ

จริง ๆ แล้วอยากแสดงความเห็นส่วนตัวนิดนึงว่าเสื้อผ้าของ 2 แบรนด์นี้มันไม่สามารถใส่ได้นานนักหรอกนะคะ ไม่เชื่อให้ลองไปค้นดูรูปจากคอลเลคชันเก่า ๆ ที่ผ่านมาของเค้าก็ได้ เราจะรู้เลยค่ะว่ายิ่งคอลเลคชั่นใหม่ออก คอลเลคชั่นเก่ายิ่งเชย ลองนึกดูดี ๆ นะคะว่ากระโปรงเอวสูงสุ่มพอง ๆ ฟู ๆ เดรสปักเลื่อมหนัก ๆ ซัก ๆ ไปเลื่อมค่อย ๆ หลุดหรือไม่ก็เลื่อมซีดทีละจุด ตอนนี้คุณอายุ 25 เวลาผ่านไป 5 ปีคุณยังจะใส่เสื้อผ้าแนวนี้ไหวหรือ

จะซื้อจะหาไม่ว่ากันค่ะเพราะ 69 เองก็ซื้อ แต่บางครั้งถ้ามันหาซื้อยากหรือรู้สึกว่าเสียความรู้สึกกับมัน อย่าซื้อดีกว่าค่ะเพราะราคาของไม่ใช่ถูก ๆ นะคะ เสื้อตัวละ 6,000 เดรสตัวละหมื่นกว่า คุณลองเอาแบงค์ 1,000 มาสัก 10 ใบนะคะ มองและลองตั้งใจนับดูค่ะ เงินไม่ใช่น้อยน้า น่าเสียดายเหมือนกันนะคะที่ต้องเอาแบงค์ 1,000 สิบใบไปแลกเดรสมาได้ตัวนึง (หลัง ๆ 69 คิดแบบนี้ค่ะ เป็นไรไม่รู้เสียดายเงิน สงสัยที่ผ่านมาช็อปมากไปหน่อย สติเริ่มกลับมาได้)

ใจเย็น ๆ กันหน่อยนะคะ ตั้งสติกันใหม่แล้วจะทราบว่า ไม่จะเป็นที่เราต้องวิ่งตามแบรนด์เลย รอให้กระแสซา ๆ ลงก่อน สภาพเศรษฐกิจบ้านเมืองเราเป็นแบบนี้ เก็บเงินไว้ก่อนก็ดีค่ะ