เราซื้อนาฬิกามาใส่ได้ไม่ถึงเดือน นาฬิกาหยุดเดินคามือ เราก็โทรไปบอกคนขาย แล้วเขาก็บอกไห้ส่งกลับไปไห้เขาดูก่อน ว่าเสียจิงป่าว เราเริ่มใจเสียแระ..... เราก็ส่งกลับไป สรุปคือเสีย ซื้อแพงแล้วแต่ยังได้ของเสีย และเราบอกกับเขาว่าเราไม่ซ่อม ขอเงินคืนได้ไหม และเราก็บอกกับเขาเราไห้ค่าเสียเวลาและค่าเสียหายด้วยตอนนั้น แต่เขาบอกกับเราว่ารองซ่อมดูก่อน ถ้าซ่อมแล้วยังไม่หายและถ้าเป็นอาการเดิมอีก เขาจะคืนเงินไห้เราเลย 100%. ทันที อยู่ในช่วงประกัน3เดือน เราถึงยอมและตกลงไห้เขาซ่อม เขาบอกว่าขายของมานานไม่มีปัญหา และเขาซ่อมเสดก็เลยเอากลับมาไห้เราใส่อีกครั้งยังไม่ถึง3เดือน ก็เป็นอาการแบบเดิมอีก เราเลยโทรไปบอกเป็นอาการเดิมอีกแล้ว และอยู่ในช่วงประกัน 3เดือนด้วย แต่เขาบอกกับเราว่า ( พี่ครับ เด่วยังไงพี่ส่งมาให้ผม แล้วผมคงต้องให้ช่างดูก่อนนะครับ ว่าเป็นอะไร ) ? เราเลยบอกว่าเราไม่ซ่อมแล้ว เราขอเงินคืน.. ( แต่มาบอกเราว่าถ้าคืนหัก30% เพราะเป็นของที่ใช้งานแล้ว ) เราชื้อราคาขนาดนี้ชอบจิงๆถึงชื้อ ไม่ใช่เราเรื่องมาก เพราะเราชอบถึงชื้อ มันไม่มีเหตุผลที่ต้องคืนของ ถ้ามันไม่เสียจิง แต่นี้มันเสีย แล้วยังจะมาหัก30% แบบนีิ้ ทั้งที่มันเสียมาตั้งแต่อยู่กับเขาแล้ว และเขารู้ดีว่าเสียจากไร เพราะช่างเขาเป็นคนซ่อม แต่กลับมาถามหาหลักฐานที่เรา ทั้งที่ไม่ได้ไห้เราเลย เราเลยบอกว่าเอางี้สบายใจทั้ง2ฝ่าย ไปที่ 0 tag กันเลย จะได้้รู้ว่าใครผิดใครถูก และเราบอกกับเขาว่าเราออกค่าใช้จ่ายไห้เองรวมหมดและค่าเดินทางของเขาด้วย เขาจากระยองมากรุเทพ และเราจากอุดรไปกรุงเทพ เราเดินทาง600กว่าโล แต่เขาเดินทาง100กว่าโล ( แต่เขากลับบอกกับเราว่าเขาเสียเวลา และบอกเราว่าถ้าคุณมีหลักฐานรูปถ่ายก้อส่งมาให้ดูซิ ว่ามันไม่เกิน 3 เดือน และอีกอย่างการที่คุณมาว่าว่าเราโกง ไม่รับผิดชอบ เราฟ้องคุณฐานหมิ่นประมาทได้น่ะ่ ) ดูเขาพูดกับเราทั้งๆที่ไม่ได้บอกว่าโกงชักคำ แบบนี้แหละเรียกว่ากินปูร้อนท้อง และไม่มีความรับผิดชอบต่อคำพูดตัวเอง ไห้คนอื่นและเพื่อนๆตัดสินแระกันว่าชื้อราคานี้แต่ได้ของเสียจะรู้สึกยังไง พูดตรงๆเสียความรู้สึกมากจิงๆ ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ เพราะยังจำคำพูดที่เขาพูดกับเราได้ ตอนส่งนาฬิกากลับไปซ่อมครั้งแรก และตอนนั้นเรายินดียอมรับข้อเสนอเขาวว่าถ้านาฬิกาหยุกเดินคามืออีก และถ้าเกิดขึ้นอีกครั้งจะคืนเงินทันที