เห็นด้วยกับคุณ จขกท ทุกประการค่ะในประเด็นว่าแม่ค้าผิดสัญญาซื้อขายที่ตกลงกันไว้

แต่ขออนุญาตแสดงความเห็นเพิ่มเติมถึงคุณ จขกท นะคะ (เผอิญเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เลยอยากจะแนะนำนิดนึง อย่าโกรธเราน๊า)

เราคิดว่าที่คุณ จขกท โกรธมากเนื่องจากได้มีการนำกระเป๋าใบนี้ไปบอกขายต่อกับลูกค้าท่านอื่น (ซึ่งคุณ จขกท ไม่ผิดเพราะได้แจ้งกับแม่ค้าไว้แล้วว่าจะไปขายต่อนะ) แต่ทีนี้พอแม่ค้ามาขอขึ้นราคาทำให้คุณ จขกท นำไปขายต่อลูกค้าไม่ได้เพราะก็ได้ตกลงราคาไว้กับลูกค้าแล้วและลูกค้าก็โอนมัดจำมาให้แล้วด้วย

กรณีนี้เราเคยเจอค่ะ แต่ของเราเป็นซื้อขายรถยนต์มือสอง (รถยุโรป) คือไปจองไว้กับเจ้าของรถบ้านแล้วขอถ่ายรูปรถไว้ จากนั้นเอารถคันนี้ไปขายต่อลูกค้า ให้ลูกค้าวางมัดจำ พอจะกลับไปเอารถจากเจ้าของ เจ้าของขอขึ้นราคาซะงั้น เข้าใจว่าคงนำไปให้ศูนย์ตีราคาเพื่อจะเทิร์น... เราเองก็เลยต้องคืนมัดจำให้ลูกค้าไป ลูกค้าท่านนี้เป็นลูกค้าประจำที่อู่ เป็นนักการเมืองท้องถิ่นระดับสูงด้วยค่ะ เราเสียดายกำไรส่วนต่างมากและกลัวลูกค้าโกรธด้วย

ลูกค้าไม่โกรธหรือตำหนิอะไร แต่ความที่ท่านเป็นผู้ใหญ่พูดเพียงแค่ว่าท่านรู้ว่าเราไม่ได้มีทุนมากมายพอที่จะจับรถรุ่นนั้นมาวางขาย แต่การทำการค้าแบบ "จับเสือมือเปล่า" นั้นไม่ง่ายและเสี่ยงแก่การเสียชื่อเสียงมาก อย่าลืมว่า "ของที่เราขายไม่ได้อยู่ในมือเรา" การขายของที่เรายังไม่ได้เป็นเจ้าของจริง ๆ นั้นให้คิดว่าถูกต้องหรือไม่ เหมือนเอาความน่าเชื่อถือของเราไปฝากไว้กับเจ้าของของชิ้นนั้นซึ่งเราไม่รู้หรอกว่าเค้าจะเปลี่ยนใจตอนไหนเพราะ "คำพูด" ของคนแต่ละคนมีค่าไม่เท่ากัน