เข้ามารอฟังความจากแม่ค้าอีกฝ่ายเช่นกันค่ะ

นี่แหล่ะ ถึงไม่เห็นด้วยกับการคุยตกลงกันทางโทรศัพท์ คำพูดพอออกจากปากแล้วอะไรก็ลืมหรือบิดเบือนไปได้ทุกอย่าง ถึงจะฟังความแล้วทั้งสองฝ่าย แต่ก็ยังไม่สามารถปักใจเชื่อได้อยู่ดีว่าฝ่ายไหนพูดจริง ฝ่ายไหนโกหก คนที่ไม่โกหก ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ขี้ลืมว่าพูดอะไรออกไปอีก เราว่าเวลาตกลงอะไรสำคัญๆอย่างนี้ ควรทำเป็นลายลักษณ์อักษรดีกว่า เห็นด้วยกับคุณอุ้มค่ะ

ในใจเราอยากฟังแม่ค้าด้วย เพราะยังคิดว่า อาจจะไม่ได้เจตนาที่จะเข้ามาหากินด้วยวิธีนี้หรือเปล่า?
เพราะเราเองช่วงหลัง กระเป๋าราคาสูงก็ลงขายแบบให้แบ่งจ่ายได้เหมือนกัน เนื่องจากว่ามีลูกค้าหลายท่านเสนอมาเองก่อนหน้านั้น โดยที่เราไม่เคยคิดที่จะให้แบ่งจ่ายมาก่อน แต่เห็นว่าเราก็ไม่ได้เดือดร้อนรีบใช้เงิน เลยตกลงไป ลูกค้าบางท่านออกตัวก่อนด้วยว่าถ้าชำระเงินไม่ตรงเวลาให้ยึดเงินมัดจำไปได้ ซึ่งพอถึงกำหนดงวดสุดท้ายจ่ายเลทไปบ้างสามวัน เราก็ถือว่าไม่หนักหนาอะไร แค่นี้เอง เพราะคุณลูกค้าเสนอมาจะชำระให้หมดภายในเดือนครึ่ง บางคนนี่เสนอมา 5 เดือน แถมต่อราคาอีกแน่ะ เราไม่ไหวก็บอกไปเลย ว่าไม่ไหว

เราว่าคุณแม่ค้าเองก็น่าจะเห็นใจน้องเขากับคุณแม่เขาหน่อยนะคะ กระเป๋าก็ขายออกไปได้แล้ว ถ้าขายไม่ได้เลยก็ว่าไปอย่าง แล้วน้องเขาก็ยังถือว่าอยู่ในสัญญาสามเดือนอยู่นิ
แต่คุณน้องก็ผิด ตรงที่จ่ายเลทแล้วไม่แจ้งแม่ค้านะคะ และก็คิดเองไม่ได้นะคะ ว่าจ่ายทบกับงวดต่อไปก็ได้ ไม่ถูกค่ะ ตกลงกันแลัวว่าจะกี่งวด ก็ต้องเป็นไปตามที่ตกลงนิดนึง เพราะนั่นคุณแม่ค้าเขาอาจจะใช้เป็นปัจจัยในการพิจารณารับข้อตกลงตั้งแต่แรกก็ได้

ว่าแต่คุณแม่ค้าหายไปไหนแว้วเนี่ยะ จะมารอฟังเป็นเคสตัวอย่างซักหน่อย