บทเรียนราคาแพง..แพงจริงๆค่ะ หนูควรได้รับขนาดนี้หรือเปล่าคะ

กรณีฉ้อโกงต้องการเอกสารดำเนินคดีทางกฎหมายทำอย่างไร       การสร้าง สินค้าแฟชั่น สู่สินค้าแฟชั่นแบรนด์เนม ความรู้ที่ได้จากชุมชน SBN บทที่1       สมาชิกเก่า สมาชิกใหม่ อ่านหรือยัง สำคัญมากครับ <--"คลิ๊กที่นี่"             
Previous
Next
Downtown
กระทู้แนะนำล่าสุดจาก Downtown
กระทู้แนะนำล่าสุดจาก
กระทู้แนะนำล่าสุดจาก
Results 1 to 10 of 119

Hybrid View

  1. #1
    poshy is offline Banned User Brandname Fan

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Feb 2008
    Posts
    503

    Default


    ถ้าเอาประเด็นว่าใครผิดใครถูก คุณLittle Princessเป็นฝ่ายผิดนัดชำระหนี้ก่อนนะคะ เพราะคุณLittle Princess มีหน้าที่ต้องชำระเงินค่ากระเป๋าที่เหลือตามสัญญากับคุณแม่ค้า
    แต่คุณLittle Princessผิดนัดชำระ ตามที่คุณแม่ค้าบอกว่าวันที่15 มิ.ย. ถ้าคู่สัญญาตกลงกันวันที่15 มิ.ย.แน่นอน แล้ววันที่15 มิ.ย.คุณLittle Princessไม่โอนเงินมา
    ก็ถือว่าคุณLittle Princessตกเป็นผู้ผิดนัดโดยที่ฝ่ายคุณแม่ค้าไม่จำเป็นต้องเตือนก่อน แต่ถ้าไม่ได้กำนหดวันที่แน่นอนตามปฏิทิน แต่เป็นการกำหนดคร่าวๆเช่น นัดชำระช่วงกลางเดือนมิ.ย.
    คุณแม่ค้าก็อาจจะเตือนคุณLittle Princessไปก่อน แต่ถ้าถึงวันกำหนดชำระ คุณLittle ยังไม่ชำระก็ถือว่าเป็นฝ่ายผิดนัดชำระหนี้(ผิดสัญญา)

    ส่วนประเด็นที่ว่า คุณแม่ค้าควรคืนเงินหรือริบเงิน? ก็ต้องพิจารณาว่า เงินที่ทางลูกค้าได้ให้ไว้กับแม่ค้าคือมัดจำ หรือ เงินที่เป็นการชำระราคาค่ากระเป๋าบางส่วน
    เพราะถ้าเงินก้อนนี้เป็นเงินมัดจำ ผู้ขายคือคุณแม่ค้าก็มีสิทธิที่จะริบเงิน เพราะคุณลูกค้าผิดสัญญา
    แต่ถ้าเงินก้อนนี้คือเงินดาวน์ หรือ เงินส่วนหนึ่งของราคากระเป๋าที่ลูกค้าชำระให้กับแม่ค้า แม่ค้าก็ไม่มีสิทธิที่จะริบเงินจำนวนนี้ได้ แม้ลูกค้าจะผิดสัญญา คุณแม่ค้าก็ต้องไปฟ้องร้องเอาทางแพ่ง


    แต่...ปัญหาก็คือว่า เงินที่ลูกค้าให้ไว้ เป็นมัดจำหรือเงินดาวน์? ก็ต้องมาพิจารณาถึงเจตนาของคู่สัญญาว่า กำหนดให้เป็นมัดจำหรือไม่?
    โดยมัดจำจะต้องมีลักษณะที่ให้ไว้เป็นประกันการปฏิบัติตามสัญญา และหากฝ่ายที่ให้มัดจำผิดสัญญา อีกฝ่ายสามารถริบเงินนั้นได้
    แต่หากไม่ได้ระบุไว้เช่นนั้น ก็ไม่ถือเป็นเงินมัดจำ แต่อย่าลืมว่าเงินดาวน์กับเงินมัดจำมักเกี่ยวพันกัน และบางครั้งเงินดาวน์ก็เป็นทั้งการชำระหนี้บางส่วนและเงินมัดจำ



    แต่ยังไงก็อยากให้เห็นใจแม่ค้าด้วย เพราะการที่คนซื้อวางเงินมัดจำหรือชำระเงินบางส่วน ไม่ได้แปลว่าคนซื้อมีอำนาจต่อรอง
    หรือมีสิทธิเหนือแม่ค้า บางคนอาจจะคิดว่า "ชั้นจะจ่ายงวดต่อไปไม่ตรงเวลาก็ได้ เพระชั้นจ่ายเงินไปส่วนหนึ่งแล้ว
    ของชิ้นนี้เป็นของชั้นแล้ว และแม่ค้าก็ต้องเก็บถนอมของสิ่งนั้นไว้ให้ชั้นเพียงผู้เดียว เพระแม่ค้าได้เงินชั้นไปแล้ว"
    ซึ่งคนซื้อที่เข้าใจแบบนี้ นอกจากจะเข้าใจผิดแล้ว เพราะกรรมสิทธิ์จะไปยังคนซื้อต่อเมื่อมีการชำระเงินครบงวด
    ยังถือว่าเป็นคนที่เห็นแก่ตัวและไร้ความรับผิดชอบมากๆด้วยเพราะการที่คนขายตกลงให้คุณผ่อนชำระได้ ก็ถือว่าเป็นประโยชน์แก่ทางฝ่ายคนซื้ออยู่แล้ว
    เพระตามปรกติคนขายย่อมอยากได้เงินก้อนมากกว่า และคนขายยังเสียประโยชน์ในการที่จะได้รับเงินก้อนจากคนซื้อรายอื่นๆ ที่เสนอซื้อมาในช่วงที่คุณผิดนัดชำระหนี้ หรือติดต่อไม่ได้

    คือถ้าเรื่องเงิน เป็นเรื่องใหญ่สำหรับตัวคนซื้อแล้ว ก็อยากจะบอกว่า เงินก็เป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนขายเช่นกัน ใจเขาใจเราค่ะ

  2. #2
    oohio's Avatar
    oohio is offline Registered Member Master Brandname

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Apr 2008
    Location
    Bannork
    Posts
    1,257

    Default

    เห็นด้วยค่ะที่ว่าลูกค้าผิดนัดชำระก่อน ในกรณีนั้น ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไร ก็น่าจะสื่อสารกับแม่ค้าให้ชัดเจน คุณจะมาคิดเอาเองว่า เอาไว้ให้พร้อมเดือนหน้าเป็นสองหมื่นทีเดียวก็ได้ แต่คุณคิดเอาเองคนเดียวไงคะ คุณไม่ได้บอกแม่ค้า ถ้าแม่ค้าจะยึดมัดจำตั้งแต่ตอนนั้นทั้งหมด ก็สามารถทำได้ (ในความเห็นเรา) ในเค้าใจเรานะคะ ลองคิดดูว่าถ้าคุณจขกท. เป็นแม่ค้าบ้าง แล้วเจอแบบนี้ จะทำยังไง

    ปล. อ่านเจอความเห็นนึงแล้วทำเอาคนบาปอย่างเราร้อนรุ่มเลย เห้อ

    ปล.1 สุดท้ายก็ขอให้เรื่องจบลงด้วยดีนะคะ
    แม่รักน้องครีมที่สุดในโลกเล้ยยย เป็นเด็กดี เติบโต แข็งแรงนะคะ

  3. #3
    rycool's Avatar
    rycool is offline Trusted Member Master Brandname
    rycool's Bank Account
    • Bank Account 1: 044X4X0X8X

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
    รับผิดชอบต่อชุมชน
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Jun 2008
    Location
    bangkok
    Posts
    2,494

    Default

    หลังจากเราฟังคำแม่ค้ามาเล่า
    เท่ากับฟังความทั้งสองฝ่ายแล้ว
    ดูจากเนื้อหาก็ไม่ได้ต่างกัน

    เลยสรุปได้ว่าแม่ค้าไม่ได้ใจร้ายที่หักมัดจำไปครึ่งนึง
    แม้ว่ากำหนดผ่อนจะหลายเดือน แต่มีการกำหนดไว้แล้วว่า
    งวดนี้จ่ายวันนี้ งวดนึงจ่ายวันนั้น ซึ่งน้องก็ต้องเห็นใจแม่ค้าด้วย
    เพราะว่าน้องลูกค้าผิดนัดโดยที่ไม่แจ้งแม่ค้าก่อน
    จริงๆแล้วในวันนั้นsmsไปก็ยังดีนะคะ เฉยไป แล้วต่อมาให้แม่โทรไปอีก
    ทั้งๆที่ถ้าไม่มีอะไร หนูน่าจะโทรไปเองมากกว่า

    ยกตัวอย่างกรณีพี่เปิดร้านขายของอยู่ ลูกค้าซื้อแหวนพี่วงนึง
    เป็นทองราคา7,500บาท ต้องทำไซส์เลยต้องรอ
    แต่ลูกค้าติดธุระรอไม่ได้ พี่เลยเก็บมัดจำไว้ก่อน1,000บาท
    เพื่อประกันไว้ว่าจะมาเอาจริงๆเนื่องจากลดขนาดแหวนแล้ว

    ซึ่งมัดจำก็คือ ทางร้านจะต้องเก็บสินค้าไว้ จะขายให้ใครอื่นไม่ได้แล้ว
    หากขายให้คนอื่น ก็ต้องรับผิดชอบกับลูกค้าคนแรก
    โดยคืนเงินเต็มจำนวน หรือถ้ามีลายลักษณ์อักษร
    แล้วทางนั้นต้องการเอาเรื่อง พี่อาจโดนฟ้องร้องก็ได้จริงมั้ยคะ
    แต่ถ้าถึงกำหนดแล้วเค้าไม่มาเอา พี่ก็มีสิทธิ์ขายคนอื่นได้ค่ะ รวมทั้งริบมัดจำทั้งหมดด้วย
    Last edited by rycool; 04-07-09 at 23:22.

  4. #4
    asiaticia's Avatar
    asiaticia is offline Trusted Member SBN Exclusive Master Brandname
    asiaticia's Bank Account
    • Bank Account 1: 111X5X8X7X

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Sep 2008
    Location
    บริษัทคานทองการเคหะ★ไม่จำกัดมหาชน
    Posts
    4,164

    Lightbulb

    Quote Originally Posted by poshy View Post
    ถ้าเอาประเด็นว่าใครผิดใครถูก คุณLittle Princessเป็นฝ่ายผิดนัดชำระหนี้ก่อนนะคะ เพราะคุณLittle Princess มีหน้าที่ต้องชำระเงินค่ากระเป๋าที่เหลือตามสัญญากับคุณแม่ค้า
    แต่คุณLittle Princessผิดนัดชำระ ตามที่คุณแม่ค้าบอกว่าวันที่15 มิ.ย. ถ้าคู่สัญญาตกลงกันวันที่15 มิ.ย.แน่นอน แล้ววันที่15 มิ.ย.คุณLittle Princessไม่โอนเงินมา
    ก็ถือว่าคุณLittle Princessตกเป็นผู้ผิดนัดโดยที่ฝ่ายคุณแม่ค้าไม่จำเป็นต้องเตือนก่อน แต่ถ้าไม่ได้กำนหดวันที่แน่นอนตามปฏิทิน แต่เป็นการกำหนดคร่าวๆเช่น นัดชำระช่วงกลางเดือนมิ.ย.
    คุณแม่ค้าก็อาจจะเตือนคุณLittle Princessไปก่อน แต่ถ้าถึงวันกำหนดชำระ คุณLittle ยังไม่ชำระก็ถือว่าเป็นฝ่ายผิดนัดชำระหนี้(ผิดสัญญา)

    ส่วนประเด็นที่ว่า คุณแม่ค้าควรคืนเงินหรือริบเงิน? ก็ต้องพิจารณาว่า เงินที่ทางลูกค้าได้ให้ไว้กับแม่ค้าคือมัดจำ หรือ เงินที่เป็นการชำระราคาค่ากระเป๋าบางส่วน
    เพราะถ้าเงินก้อนนี้เป็นเงินมัดจำ ผู้ขายคือคุณแม่ค้าก็มีสิทธิที่จะริบเงิน เพราะคุณลูกค้าผิดสัญญา
    แต่ถ้าเงินก้อนนี้คือเงินดาวน์ หรือ เงินส่วนหนึ่งของราคากระเป๋าที่ลูกค้าชำระให้กับแม่ค้า แม่ค้าก็ไม่มีสิทธิที่จะริบเงินจำนวนนี้ได้ แม้ลูกค้าจะผิดสัญญา คุณแม่ค้าก็ต้องไปฟ้องร้องเอาทางแพ่ง


    แต่...ปัญหาก็คือว่า เงินที่ลูกค้าให้ไว้ เป็นมัดจำหรือเงินดาวน์? ก็ต้องมาพิจารณาถึงเจตนาของคู่สัญญาว่า กำหนดให้เป็นมัดจำหรือไม่?
    โดยมัดจำจะต้องมีลักษณะที่ให้ไว้เป็นประกันการปฏิบัติตามสัญญา และหากฝ่ายที่ให้มัดจำผิดสัญญา อีกฝ่ายสามารถริบเงินนั้นได้
    แต่หากไม่ได้ระบุไว้เช่นนั้น ก็ไม่ถือเป็นเงินมัดจำ แต่อย่าลืมว่าเงินดาวน์กับเงินมัดจำมักเกี่ยวพันกัน และบางครั้งเงินดาวน์ก็เป็นทั้งการชำระหนี้บางส่วนและเงินมัดจำ



    แต่ยังไงก็อยากให้เห็นใจแม่ค้าด้วย เพราะการที่คนซื้อวางเงินมัดจำหรือชำระเงินบางส่วน ไม่ได้แปลว่าคนซื้อมีอำนาจต่อรอง
    หรือมีสิทธิเหนือแม่ค้า บางคนอาจจะคิดว่า "ชั้นจะจ่ายงวดต่อไปไม่ตรงเวลาก็ได้ เพระชั้นจ่ายเงินไปส่วนหนึ่งแล้ว
    ของชิ้นนี้เป็นของชั้นแล้ว และแม่ค้าก็ต้องเก็บถนอมของสิ่งนั้นไว้ให้ชั้นเพียงผู้เดียว เพระแม่ค้าได้เงินชั้นไปแล้ว"
    ซึ่งคนซื้อที่เข้าใจแบบนี้ นอกจากจะเข้าใจผิดแล้ว เพราะกรรมสิทธิ์จะไปยังคนซื้อต่อเมื่อมีการชำระเงินครบงวด
    ยังถือว่าเป็นคนที่เห็นแก่ตัวและไร้ความรับผิดชอบมากๆด้วยเพราะการที่คนขายตกลงให้คุณผ่อนชำระได้ ก็ถือว่าเป็นประโยชน์แก่ทางฝ่ายคนซื้ออยู่แล้ว
    เพระตามปรกติคนขายย่อมอยากได้เงินก้อนมากกว่า และคนขายยังเสียประโยชน์ในการที่จะได้รับเงินก้อนจากคนซื้อรายอื่นๆ ที่เสนอซื้อมาในช่วงที่คุณผิดนัดชำระหนี้ หรือติดต่อไม่ได้

    คือถ้าเรื่องเงิน เป็นเรื่องใหญ่สำหรับตัวคนซื้อแล้ว ก็อยากจะบอกว่า เงินก็เป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนขายเช่นกัน ใจเขาใจเราค่ะ
    หลังฟังเรื่องทั้ง 2 ข้างแล้ว เราเห็นด้วยกับคุณ Poshy นะ ยังไงเสียหักเงินน้องเค้าเอาซัก 3,000 บาทดีไหมคะ ได้สอนให้เด็กมันได้บทเรียนและได้ราคาที่คุณแม่ค้าตั้งใจขายตอนแรกไปด้วย

    ส่วนน้องหนูคนผ่อนต้องระลึกไว้เสมอว่าคนขายของในนี้เค้าขายได้เงินก้อนดีกว่าได้เงินงวดเป็นไหนๆ เราเองตัดโอกาสเขา อย่าบอกว่าก็แม่ค้ายอมเอง เราก็ขอร้องเขาไม่ใช่หรือว่าผ่อนได้หรือเปล่า เราต้องสำนึกและเป็นคนมีความรับผิดชอบ ไม่สะดวกยังไงต้องบอกแม่ค้าให้รู้ล่วงหน้า อย่าเพิกเฉยละเลยถือว่าชั้นจ่ายแล้วงวดหนึ่งทีนี้จะยังไงก็ได้ไม่ถูกธรรมเนียม พี่ว่าแม่ค้าเขาก็ไม่ผิดที่หักเงินไป แต่เห็นว่าไม่อยากให้ในนี้เป็นธุรกิจเกินไปนักเลยแนะนำว่าแม่ค้าน่าจะเน้นนะคะว่าน่าจะยึดไว้ที่ส่วนต่าง อันนี้ยังไม่ได้บวกค่าเสียโอกาส ค่าเสียจริต ค่าเวลาที่เสียไปของแม่ค้า ถ้าบวกหมื่นหนึ่งก็ไม่อยู่
    "อย่าแตะต้องอดีตมาริยงของพ่อ ให้สายน้ำดำเนินต่อไป

    มาริยงจะสมรักแต่แผ่นดินจะสูญสิ้น มาริยงจะสูญเสียแต่แผ่นดินจะสมดุล

    ไปกับอนาคตได้แต่ต้องไม่ลืมอดีต... อดีตต้องเป็นมิตรกับปัจจุบัน... ปัจจุบันต้องเป็นฉันท์มิตรกับอนาคต

    หากเรารู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร จะไปอย่างไร จะจบอย่างไร แล้วชีวิตเราจะมีความหมายอะไร"
    _____________________________________________________________________
    บทภาพยนตร์ทวิภพ ฉบับสุรพงษ์ พินิจค้า พ.ศ.๒๕๔๗