จะมีกะเป๋า Balenciaga (บาลองเซียกา) ซักกี่ใบสำหรับผู้ชายผู้ซึ่งมีรสนิยมและแอบหลงไหลได้ปลื้มกับแบรนด์นี้ สามารถถือเป็นกะเป๋า everyday bag และ weekend Bag ได้ ?(ได้โปรดอย่าเทียบกับ กะเป่าทรง messenger อันแสนจะดาษดื่น...)
เพราะ :
กะเป๋าบาลองที่เอ้ดดี้จัดหามาใบนี้ กับขนาด 20 นิ้ว! จึงเกิดมาเพื่อคุณผู้ชาย และคุณผู้หญิงเท่หๆ โดยเฉพาะ......
อย่าซื้อจนกว่าจะดูรูปเพิ่ม คลิ้กลิงค์ -- > http://siambrandname.com/forum/showt...post1065637138
(และคอนเซบเดิม... ผ่อนได้ตลอดไม่มีกำหนด ไม่มีกติกา.... 0%)
แล้วทำไมคุณไม่มารีบเป็นเจ้าของล่ะ?
จะมีกะเป๋า Balenciaga (บาลองเซียกา) ซักกี่ใบสำหรับผู้ชายผู้ซึ่งมีรสนิยมและแอบหลงไหลได้ปลื้มกับแบรนด์นี้ สามารถถือเป็นกะเป๋า everyday bag และ weekend Bag ได้ ?(ได้โปรดอย่าเทียบกับ กะเป่าทรง messenger อันแสนจะดาษดื่น...)
เพราะ :
-บางใบก็เล็กเกินไป ที่สร้างมาสำหรับผู้ผู้หญิงไปทำงาน -->เล้กไป >>เอ้ดดี้ไม่ปลื้ม
-บางใบฝากะเป๋าก้โค้งมนซะยังกะจะถือไปเล่นลิเก -->ถืิอไปดูลิเกน่าจะเหมาะ>> เอ้ดดี้ไม่ปลื้ม
-ไม่นับใบที่งานละเอียดทำปักฉลุ รู -รู -รู เพิ่มคุณค่าอันแสนแพงก็จิง แต่ผู้ชายก็ยังถือไม่ได้อยู่ดี! -->รูเยอะ ระบายอากาศมากไป>>เอ้ดดี้ไม่ปลื้ม
-นี่ยังมีประเภท หมุดใหญ่ และยังแถมทอง แถมยังบางใบยังมีทองสีชมพู เบ้อเริ่ม.... ยังกะถือให้เห็นเป็นหมุดไปตอกฝาโลง ยังไงยังงั้น -->ถือกะเป่านะ ไม่ใช่ใส่เพชร>>เอ้ดดี้ไม่ปลื้ม
-และตัวกะเป๋าก็แสนจะหนักถือไปไหล่พายจะหลุดเอา...-->ไม่ถูกหลัก ergonomic ตามวิชาปริญญาโท>> เอ้ดดี้ไม่ปลื้ม
-อีกทั้งซื้อมาแสนแพง แต่ถือไปทำงานได้อย่างเดียว... ครั้นจะเอาไปเดินวันหยุดเดินเจเจ ก็ ดู เว่อร์ หรือครั้นจะลองเอาไปเดินทางค้าง 1 คืน ... โถ่... ใส่ตลับแป้ง อันเดียว กะเป๋าก็ เต็มซะแล้ว.... -->กะเป่า 6-7 หมื่นถือได้แค่ 5 วันไม่คุ้มเลย>>เอ้ดดี้ไม่ปลื้ม
เพาะ ชะนั้น กะเป๋าบาลองที่เอ้ดดี้จัดหามาใบนี้ จึงเพื่อคุณผู้ชาย และคุณผู้หญิงเท่หๆ โดยเฉพาะ......
ทำไมน่ะเหรอ? เราจะค่อยๆปูพื้นกันไปทีละนิด เพื่อค่อยๆซึมซับความสง่างามของแบรนด์นี้....
-คุณ ลูกค้าต้องเข้าใจก่อนว่า... เจ้าของแบรนด์นี้ เป็นศิลปิน ชื่อ Cristóbal Balenciaga สเปนที่มาโด่งดังอย่างมากที่ ฝรั่งเศส... ซึ่งมี designer ไม่เยอะหรอกนะ ที่จะประสบความสำเร็จในดินแดนที่คนเจ๋งจิงๆเท่านั้นถึงจะเข้ามา และโด่งดังได้ขนาดนี้
-จำ ไว้ว่า Balenciaga มี concept แบรนด์มาจาก ความล้ำเหนือกาลเวลา Futuristic + ความ minimal ที่เรียกว่า น้อยแต่ครบ - minimal แบบน้อยแต่ครบ นี่ มันคิดยากมากกว่า ออกแบบปะโคมใส่ตู้มๆๆนะ
-กะเป๋าทุกใบของ Balenciaga ต้อง made in Italy เท่านั้น แม้ว่าจะเป็น brand ฝรั่งเศสก็ตาม อิตาลีประเทศที่มีช่างฝีมือระดับเทพ และดีที่สุดของโลก / ค่าแรงแพงที่สุด / เทคโนโลยีการทำกะเป๋าด้วยเทคนิคพิเศษ และล้ำที่สุด
-เอ้ดดี้ได้มีโอกาสพูดคุยกับคนอิตาลี ที่เป้นกูรู ของ Balenciaga เวลาเค้าอ่านชื่อแบรนด์ เอ้ดดี้ฟังแล้วจะอมยิ้ม แล้วคิดเสมอว่า ฟังแล้วมันดูสง่างาม อย่างไม่มีที่ติจริง ๆ 'บา-เลน-เซีย-กา' โดยเค้าจะเบาคำว่า 'เลน' แต่ไปเน้นคำว่า 'เซีย' ได้เพราะเสนาะหูมากๆ
-กะเป๋าทุกใบต้องมีกระจก
-เค้าเป็นต้นกำเนิดในคอนเซบที่ว่าซิบปิดเปิดต้องมีสายพู้ห้อยเพื่อให้หยิบจับได้สะดวก แค่ดึงสายพู่ ไม่ต้องจับหัวซิบ (ซึ่งLV รุ่นหนัง imprimt ที่ออกมาทีหลัง เอาแนวคิดนี้มาเลียนแบบ)
-กะเป๋า Balenciaga เริ่มต้นมาจากหนังแพะ
-ลาย กะเป๋าเกิดจากการนำหนังมาทุบๆๆ เพื่อให้ เกิดลาย ทำให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องระวังมาก เพาะมันขึ้นลายอยู่แล้ว... และจะต้องเป็นการทุบจากฝีมือมนุษย์เท่านั้น!
-เค้าเป็นต้นกำเนิดในความคิดที่ว่า กะเป๋าทุกใบจะต้องมีแผ่นหนัง original แนบมาเป็นแผ่น สี่เหลี่ยมเล็ก เพื่อให้ผู้ใช้ ทราบว่า ตอนซื้อใหม่ๆหนังของมัน มีสีเป็นอย่างไร คนใช้จะได้ไม่โดนหลอก ว่ามือ 1 หรือ มือ 2 (แล้ว หลายแบรนด์ก้มาเลียนแบบ concept นี้ ของ Balenciaga ... บอกแล้วว่า เค้าล้ำ Futuristics)...
ลูกค้าที่เป็นแฟนพันธ์แท้ของ Balenciaga : the Queen of Spain, the Queen of Belgium, the Duchess of Windsor, Princess Grace of Monaco, all regularly recognized in the press as the best-dressed women in the world.
ในปี 1958 Balenciaga ได้เข้ารับเหรียญ อิสริยาภรณ์ (Ordre national de la Légion d'honneur) ที่ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดของฝรั่งเศส อันเป็นพิธีสืบต่อมาตั้งแต่สมัย จักรพรรดิ์ นโปเลียนผู้ยิ่งใหญ่ของฝรั่งเศส!
Balenciaga กล่าวไว้ว่า นักออกแบบชั้นสูง (Couturier) จะต้องเป็นทั้งสถาปนิกในการออกแบบ, ปฏิมากรสำหรับงานปั้น, จิตรกรสำหรับสี, นักดนตรีเพื่อความสามัคคีและนักปรัชญาสำหรับการควบคุมอารมณ์
(การควบคุมอารมณ์ไม่ได้ของ John Galliano แห่ง Dior ทำให้พิสูจน์ได้ว่า ข้อความนี้เป็นจริง... เก่งยังไง John Galliano ก้เป็นนักออกแบบชั้นสูง (Couturier) ไม่ได้)
Coco Chanel เคยกล่าวชื่นชม Balenciaga ว่า 'Balenciaga เป็นนักออกแบบชั้นสูง (couturier) เพียงคนเดียวในโลก'ที่ สามารถ ออกแบบ, ตัด, ประกอบและเย็บชุดด้วยกันทั้งหมดด้วยตัวเอง
แล้วกะเป๋า Balen by Eddyใบนี้มันเท่ห์เก๋ ยังไง?
1. กะเป๋าใบนี้ ใบใหญ่ ผู้ชายใช้ได้แน่นอน .. เพราะใบใหญ่ทีเดียว ** ตัวกะเป๋าไม่มีปักฉลุ **ฝากะเป๋าตั้งตรงเสมอกัน** หมุดเล็กดำทำแบบ vintage ไม่เว่อร์แบบรุ่นใหม่
2. ถือไปทำงาน ไปเดินเจเจ วันหยุด หรือ ไป เดินทางค้างซักคืนก็ยังไหว... ผู้ชาย ไม่เยอะอยู่แล้ว
3. กะเป๋าใบนี้เป็นตัวแทนต้นแบบ ของ Balenciaga โดยเนื้อแท้ เนื่องด้วย..... กะเป๋่าใบนี้ design แบบ minimal ตามคอนเซบแบรนด์ทุกประการ ไม่มีปักฉลุ ฝากะเป๋าตั้งตรง หมุดเล็กดำแบบไม่แวววาว
4. และที่เก่มากๆคือ กะเป๋าใบนี้ เบามาก เพราะมันเป็นกะเป๋าที่ใช้ design minimal ก็จริง
แต่.... เป็นการใช้ หนัง แกะ! ไม่ใช่หนังแพะ 'It is Lambskin'
เพื่อนๆ ต้องรู้ว่า หนังแกะ เป็นหนังที่ละเอียดอ่อน และแพงมาก....
--> ข้อดีของหนังแกะคือการมี นน.ที่เบา ถือแล้วไม่หนักเลย ทั้งสนนราคาและนน. หนังวัว และ หนัง แพะเทียบไม่ติด!!
แต่ หนังแกะมีความน่ายำเกรงคือ การใช้งานยาก อันเนื่องมาจาก ความละเอียดอ่อนของมัน
แต่กะเป๋าใบนี้ ลบข้อบกพร่องของหนังแกะ โดยเอาหนังแกะมาทุบจนขึ้นลายแบบ original ทำให้ใช้งานได้ไม่ต้องกลัวเป็นรอยใดๆ
กะเป๋า balenciaga ใบนี้ จึงเป็นส่วนผสมของความหรูหรา และ การใช้งานได้จริง :
'หนังแกะเนื้อละเอียดอันแสนแพง + นน.ที่เบามาก + การใช้งานที่ง่ายกว่า ปะดุจหนังวัว หรือ แพะ'
5. และที่สำคัญอีกข้อนึงคือสี...สีของกะเป๋าใบนี้เป็นสีฮิตมากๆ ณ ตอนนี้ นะ บอกได้เลย หายากส์มาก
'เพาะกะเป๋าใบนี้เป็นส่วนผสม ของ สีดำ + สี navy blue+ สีเขียวน้อยๆ'
นั่นคือทำให้กะเป่าใบนี้เก๋ และลึกลับ อย่างบอกไม่ถูก...
กะเป๋าใบนี้จึงไม่ใช่สีดำล้วนที่ดู ดาษดื่น ธรรมด้า ธรรมดา ย้อมง่ายๆ และ ไม่ใช่สั น้ำเงิน กะลาสี เรือ ที่แสนจะกลืนไป กับสภาพแวดล้อม หรือไม่ได้ โดดเด้งเป็นสีเขียว ตองเหลือง ไร้รสนิยมดังนั้นการผสมสีของกะเป๋าใบนี้มันจึงสุดยอดมาก อีกทั้งการทำในอิตาลี คุณจะต้องหาสีจากวัสดุธรรมชาติที่ย่อยสลายได้เท่านั้น!! เพราะมันเป็นสนธิสัญญาในยุโรปที่ทุกแบรนด์ที่ผลิตในยุโรปต้องทำตาม!
เดินไปไหนคนต้องหันกลับมาดูซ้ำแล้วพึมในใจว่า กะเป๋าใบนี้มันสีอารายวะ?
เพาะ balenciagaต้องการทำให้กะเป๋าใบนี้ :
--> เท่ห์ เพื่อคุณผู้ชาย หรือ ผู้หญิงเท่ห์
--> ใช้งานเป็น everyday bag (ทำงาน + วันหยุด) + ไปค้างคืน 1 คืน แบบไม่เยอะ
--> นน.เบาใช้งานง่าย ไม่เสียสุขภาพ เพาะมันเป็นหนังแกะ
--> ซื้อใบเดียว จบเลย ชีวิตนี้... เพาะทั้งตัวแบรนดก็เก๋ของมันสุดๆอยู่แล้ว + ฟังก์ชั้นการใช้งาน ตอบได้ืุทุกโจทย์ ทุกวัน ด้วยกะเป๋าใบนี้ใบเดียว
(และคอนเซบเดิม... ผ่อนได้ตลอดไม่มีกำหนด ไม่มีกติกา.... 0%)
แล้วทำไมคุณไม่มารีบเป็นเจ้าของล่ะ?
--> เท่ห์ เพื่อคุณผู้ชาย หรือ ผู้หญิงเท่ห์กับขนาดกะเป๋า 20 นิ้ว!
กะเป๋าใบนี้เป็นตัวแทนต้นแบบ ของ Balenciaga โดยเนื้อแท้ เนื่องด้วย..... กะเป๋่าใบนี้ design แบบ minimal ตามคอนเซบแบรนด์ทุกประการ ไม่มีปักฉลุ ฝากะเป๋าตั้งตรง หมุดเล็กดำแบบไม่แวววาว
--> ซื้อใบเดียว จบเลย ชีวิตนี้... เพาะทั้งตัวแบรนดก็เก๋ของมันสุดๆอยู่แล้ว + ฟังก์ชั้นการใช้งาน ตอบได้ืุทุกโจทย์ ทุกวัน ด้วยกะเป๋าใบนี้ใบเดียว
--> ใช้งานเป็น everyday bag (ทำงาน + วันหยุด) + ไปค้างคืน 1 คืน แบบไม่เยอะ
--> กะเป๋าใบนี้ ใบใหญ่ ผู้ชายใช้ได้แน่นอน .. เพราะใบใหญ่ทีเดียว ** ตัวกะเป๋าไม่มีปักฉลุ **ฝากะเป๋าตั้งตรงเสมอกัน** หมุดเล็กดำทำแบบ vintage ไม่เว่อร์แบบรุ่นใหม่
ลวดลายหนังจากการทุบด้วยฝีมือมนุษย์เท่านั้น....
หมุดที่ไม่ลิเก... ไม่ได้ถือไปงานวัด
--> นน.เบาใช้งานง่าย ไม่เสียสุขภาพ เพาะมันเป็นหนังแกะ[COLOR=#336666][SIZE=4]
ลวดลายหูถักที่ปลอมยังไงก็ไม่มีวันเหมือน
ฝากะเป๋าตั้งตรงอย่างที่บอก
I Love you Cristóbal Balenciaga
ถือยังไง ก้ เท่ห์ + งาม
น่าเป็นเจ้าของเองซะนี่กระไร
ด้านข้าง สามเหลี่ยม เบอมิวด้า อยากจะบ้าตาย.... เหลี่ยมแบบนี้ผู้ชายจะถือไม่ได้ได้ไง...
ตั้งซะตรงแหน่ว เพื่อคุณผู้ชายโดยเฉพาะ
-เค้าเป็นต้นกำเนิดในความคิดที่ว่า กะเป๋าทุกใบจะต้องมีแผ่นหนัง original แนบมาเป็น แผ่น สี่เหลี่ยมเล็ก เพื่อให้ผู้ใช้ ทราบว่า ตอนซื้อใหม่ๆหนังของมัน มีสีเป็นอย่างไร คนใช้จะได้ไม่โดนหลอก ว่ามือ 1 หรือ มือ 2 (แล้ว หลายแบรนด์ก้มาเลียนแบบ concept นี้ ของ Balenciaga ... บอกแล้วว่า เค้าล้ำ Futuristics)...
(และคอนเซบเดิม... ผ่อนได้ตลอดไม่มีกำหนด ไม่มีกติกา.... 0% มีเท่าไรก็มัดจำมาก่อน แล้วเป็นของคุณไปเลย)
แล้วทำไมคุณไม่มารีบเป็นเจ้าของล่ะ? 62,500 บาท
ขอบอก(ใบใหญ่กว่านี้ 2 นิ้ว - แบบเดินทาง ที่พารากอน ขาย 8 หมื่นแน่ะ!)
=========================================
อย่าให้อะไรมาเป็นอุปสรรค ชอบแบรนด์เนมจิงๆมาคุยกัน
ขอให้รักพวกเค้าจริงๆ ... ให้ผ่อนทุกอย่าง ไม่มีกติกา ไม่มีเงื่อนไขใดๆ
Fendi สร้างงานศิลปะ ไม่ใช่สร้างสินค้า และสร้างงานเพื่อคุณผู้ชายตั้งแต่ คศ.1989 ก่อนแบรนด์ดังๆอื่นมานานมาก ไม่ว่าจะเป็น LV, Prada หรือ Gucci
เลิศเลอ และ เย่อหยิ่ง กว่า Louis Vuitton ไม่ยอมเข้าไปกลืน แม้ว่าจะไปอยู่ใต้ปีกของ LVMH แล้วก็ตาม ได้ไปแต่ร่างกาย แต่หัวใจในการสร้างสรรค์งานยังไม่เปลี่ยนแปลง..
ขึ้นชือว่า สง่างามและเหนือ กว่า Hi-end ทุกแบรนด์ แบรนด์อิตาลีด้วยกันก็ยังเทียบไม่ติด
ขึ้นชื่อว่า...ถ้าไม่มีแบรนด์นี้ Chanel จะไม่มีวันดังมากอย่างในปัจจุบัน ผู้หญิงในโลกจะไม่มีวันได้ถือ Chanel Classic Flap ที่ดังมากๆ
แบรนด์นี้เหนือกว่า Chanel เพราะเป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อว่า ได้ดึงศักยภาพ และฝีมือ ของ Karl Lagerfeld (ตั้งแต่ยังเป็น Karl ยังเป็น designer no-name ที่แพ้แม้กระทั่ง YSL! ) ให้โลกประจักษ์เมื่อ 50 ปีที่แล้ว... แล้วกลายเป็น Creative Director มือ 1 แห่ง Chanel ของโลกปัจจุบัน!
Karl แสดงพลังผ่านการสร้างสรรค์ผ่านแบรนด์นี้ตั้งแต่ปีคศ.1965 (ก่อนเข้าไปอยู่ที่ Chanel 20 ปี!) จนโลกต้องตกตะลึง และยอมรับเค้าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา... แล้ว Chanel ก็ไปซื้อตัว Karl มาในปี คศ.1983
กะเป๋าของแบรนด์นี้ทุกใบ ผลิตด้วยช่างฝีมืออิตาลี และ ทำโดยฝีมือช่างอิตาลีอย่างเดียว 100%
เป็น Karl ที่ค้นคิด ลวดลาย FENDI signature Logo ที่เรียกว่า Zucca หรือ เรียกง่ายว่า ‘double FF’ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1965 (ลวดลายตามใบที่เอ้ดดี้นำมาเสนอ) และผ่านการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเทคโนโลยีในการทำหนังเพื่อผลิตกระเป๋า จนโด่งดังมากว่าครึ่งศตวรรษแล้ว
โด่ง ดังมาจาการสร้างเสื้อขนสัตว์ (Fur) ระดับ world class เพื่อให้คนชั้นสูงใช้ในหน้าหนาว winter ยิ่งมีกระแสต้านเสื้อขนสัตว์มากขนาดไหน เสื้อขนสัตว์ของเค้ายิ่งดังมาก ยิ่ง เจ้าแม่แฟชั่น Anna Wintour กับ Victoria Beckham เป็นแฟนตัวยงของ Fur เค้าด้วยแล้ว...
ใช่แล้ว แบรนด์นี้ คือ 'FENDI' (อ่านว่า เฟน-ดิ)
เจ้าแม่แฟชั่น Anna Wintour บก. Vogue อเมริกาผู้มีอิทธิพลมากที่สุดในโลก ชี้เป็น-ชี้ตายได้กับทุกแบรนด์ ก็ ยังใส่ เฟอร์ ของ FENDI
การ์ตูน Anna in Fendi
ดูเจ๊วิก (Victoria Beckham)สิ ขึ้นชื่อว่ากว่าเจ๊จะใช้แต่ละแบรนด์นะ คัดแล้วคัดอีก.. เจ๊ก็ยังเืลือกใส่ เฟอร์ ของ FENDI
จากรูปจะเห้นว่า แม้ว่าจะถือ Birkin Fur ของ FENDI ยังสวยโดดเด้งกว่า ไม่มีทีติจิงๆ
เฟอร์ของ FENDI ขึ่้นชื่อมากๆใน เรื่องคุุณภาพ ความหนานุ่ม และความสง่างาม luxury และยังมีเล่นสีอื่นๆ แทรก ให้ดูมีระดับ ลูกเล่นด้วย เลิสมากจิงๆ
![]()
![]()
กำเนิดมาตั้งแต่คศ. 1925 (ก่อนสถาบันเพื่องานชั้นสูงของฝรั่งเศสที่มักจะได้ยินว่า โอว์ กูตรู-Haute Couture จะเกิดขึ้นซะอีก ) ดังมาจากการผลิตเสื้อเฟอร์ขนสัตว์ และดังอย่างมากในชนชั้นสูงของอิตาลีอย่างที่บอก และ 5 ดรุณี แห่งตระกูล FENDI พี่น้องหญิงล้วน จำเป็นต้องผนึกพลังรวมกันเพื่อสานต่อกิจการครอบครัวเพื่อเทียบขั้น ระดับเสื้อผ้าชั้นสูง Haute Couture ของ Italy และกลายมาดังอย่างมากในระดับโลก world class จนถึงปัจจุบัน
มีแบรนด์ไม่กี่แบรนด์หรอกนะทีี่นามสกุลประจำตระกูลจะกลายเป็นชื่อแบรนด์ ระดับโลกต่อเนื่องยาวนานนับเป็น 100 ปีอย่างนี้ ... และแน่นอน FENDI คือ 1 ในนั้น
-->ความสัมพันธ์ของ FENDI กับแบรนด์ 'Prada' ระดับโลกคืออะไร?
แม้แต่ Prada แบรนด์อัจฉริยะของโลกในปัจจุบัน ยังเล็งคุณค่า และพยายามซื้อ FENDI เพราะเล็งเห็นคุณค่าของแบรนด์
FENDI อย่างมาก และสามารถนำการ design และ เทนนิคขั้นเทพของ FENDI ไปต่อยอดการผลิตของตัวเอง... แต่นั่นแหละ... Prada ก็ต้องถอดใจในความสง่างามของ FENDI ไปในที่สุด
-->FENDI 'Made in Italy' เท่านั้น สำคัญอย่างไร?
ด้วยความมุ่งมั่นในการสรรสร้างงานคุณภาพ ระดับ 'Made in Italy' เท่านั้น สินค้าของ FENDI จึงผลิตมาได้ไม่มากนัก จึง ต้องการให้สินค้าของตนไม่มีข้อกังขาเรื่องคุณภาพ โดยไม่คิดเคลื่อนย้ายงานสร้างสรรของตนไปสู่ประเทศที่มีค่าแรงถูก ลูกค้าของ FENDI จึงมั่นใจว่าส่วนประกอบทุกทุกอย่างของ FENDI เกิดที่อิตาลีเท่านั้น 'Only Made in Italy' สินค้าของ FENDI จึงผลิตออกมาไม่เยอะ ไม่มีขายทางเวบออนไลน์ของ FENDI แต่รับปะกันได้ว่าทุกใบทุกจุดทุกอย่างเป๊ะ...
-->ทำไม 'Made in Italy' ถึงเชื่อมั่นได้ในทุกอย่าง? และเหนือกว่าทุกประเทศในโลก แม้แต่ 'Made in France'?
-Made in Italy หมายถึงแรงงานฝีมือขั้นเทพอันดับ 1 ของโลก ที่อัตราค่าแรงต่อชม.แพงระยับ งานยากส์ของแบรนด์ ฝรั่งเศส เช่น Louis Vuitton หรือ YSL ก็ยังต้องมาทำืั้ที่ Italy
-Made in Italy หมายถึง การไม่ใช้แรงงานเด็กโดยเด็ดขาดเพราะ เป็นสนธิสัญญาของประเทศที่เจริญแล้วที่ทำกับประชาคมโลก
-Made in Italy ยังมีสนธิสัญญากับประชาคมโลกว่าการย้อมสีต้องมาจากวัสดุธรรมชาติเท่านั้น (++ซึ่งทำยากมากนะ เพราะ มันต้องใช้วัสดุสีที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติเท่านั้น เช่นใบไม้.. ใบไม้ เปลือกไม้ แล้วจะต้องเด็ดมาทั้งต้นมั้งกว่าจะย้อมได้ใบนึง แล้วใบไม้แต่ละใบ เปลือกไม้แต่ละเปลือกต้องให้สีที่เท่ากัน เพื่อให่กะเป๋าใบ มีที่สม่ำเสมอ++ และ ยังต้องมั่นใจว่า น้ำจากการย้อมจะถูกทำลายด้วยด้วยวิทีทางชีววิทยา ชะนั้นย้อม จนถึงทำลาย ต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทั้งกระบวนการ) ทำให้กะเป๋าในปัจจุบันต้องไปทำนอกอิตาลี เพราะอยากจะลี้ภัยจากสนธิสัญญาอันนี้... พอต้นทุนสูงขึ้น hi-end แบรนไหนๆ ต่างก็ต้องลดค่าใช้จ่ายตัวเอง
เก็บ Made in Italyคำนี้ไว้ หากใช้ไป ขายต่อราคาก็ไม่ตกเพราะเดี๋ยวนี้เค้าไม่ Made in Italy กันแล้ว!
FENDI จึงยังเลือกที่จะคง คอนเซบ 'Made in Italy' เท่านั้นกำไรน้อยไม่เป็นไร โลกต้องการขนาดไหน FENDI ก็ผลิตได้เท่านี้จิงๆ และ FENDI ไม่ขายผ่านเวปตัวเองออนไลน์ด้วย
เกิดมาเกือบ 100 ปี จาการผลิตเฟอร์จนโด่งดังไปทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน และเริ่มขยับมาผลิตไลน์เครื่องหนัง ก็นั่นอีกน่ะแหล่ะ ที่ FENDI ยังคงรักษาคุณภาพของแบรนด์ตัวเองไว้ไม่เสื่อมคลายโดย :
-->เป็น FENDI ที่เลือกเฟ้นหนังคุณภาพที่ดีที่สุดในโลกมาทำกะเป๋า
-->เป็น FENDI อีกที่ ริเริ่มใน การฉีกกฏเกณฑ์การทำกะเป๋าแบบเดิมที่เป็นโครงสร้างแข็งๆ มาเป็นกะเป๋าแบบไร้โครงสร้าง แต่อาศัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆเปลี่ยน หนังกะเป๋าให้มีความ soft และดูน่าดึงดูด ไร้โครงสร้าง จนกะเป๋า Hi-end แบรนด์ต่างๆต่างมาทำตาม
-->เป็น FENDI นี่แหละที่เป็นผู้เริ่มเล็งเห็นในความสามารถ สร้างสรรค์ของ ปู่ Karl Lagerfeld (creative Director มือ 1 ของ Chanel และของโลก ตอนนี้) ซึ่ง FENDI เล็ง เห็นว่า ปู่ Karl จะโด่งดังมากๆในอนาคต (และก็เป็นจริงซะด้วย!) จึงจับมือเป็นพันธมิตรกับปู่ Karl บรรจงสรรคสร้าง line กะเป๋าของ FENDI แล้วทำให้ FENDI โด่งดังเป็นพลุ
ว่ากันว่าเป็น FENDI นี่ เลยที่เป็นคนดึงความเป็นเทพของ ปู่ Karl (แห่ง Chanel) จาก designer ไร้ชื่อ no-name ออกมาให้ชาวโลกเห็น ผ่านการสร้างสรรของกะเป๋า FENDI ในยุคนั้น และนับเป็นจุดเริ่มต้นทีทำให้ Chanel by ปู่ Karl โด่งดังมากจนกู่ไม่กลับแล้วตอนนี้!
โดยคอนเซบกะเป๋าขอ FENDI จะเน้นหลักๆคือ :
1.FENDI เลือกใช้แต่หนังคุณภาพระดับเทพเท่านั้น ซึ่งไม่ได้มีแค่หนังวัวเท่านั้น แต่มีหนังแกะ หนังงู แม้กระทั่งงูน้ำทแสนจะประหลาดหายาก FENDI ก็ยังไปเสาะแสวงหามาทำกะเป๋า! และรวมถึงหนัง exotic ต่างๆ หายากๆราคาแพงๆ FENDI ก็ยังเอามาทำอย่างมีความชำนาญ รวมอยู่ด้วย บอกได้เลยว่า Hermes เอาหนังไรมาทำ FENDI ทำได้ตั้งแต่ก่อน Hermes อีก!
2.FENDI จะชอบแสดงแสนยานุภาพแบบงาน detail เยอะๆ ลวดลายวิจิตรบรรจงโดยช่างฝีฝืออิตาลีที่ จัดว่าเป็นช่างฝีมืออันดับ 1 ของโลก มิแปลกใจว่าทำไมกะเป๋า ไลน์ detail เยอะๆของ Louis Vuitton หรือ YSL ต้องมาทำที่อิตาลีแม้ว่าตัวเองจะเป็นแบรนด์ ฝรั่งเศสก็ตาม!
-->ความสัมพันธ์ของ FENDI กับ แบรนด์ Chanel แบรนด์ระดับโลกคืออะไรเหรอ?
เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า Chanel เป็นแบรนด์อันดับ 1 ของโลก ภายใต้กำมือของ ปู่ Karl Lagerfeld ซึ่งถือ Creative Director เป็น อันดับ 1 ของ โลก!
--> ย้อนไปประมาณ 50 ปีที่แล้ว สมัย ทีี ปู่ Karl Lagerfeld ยังวัยกระเตาะ เป็น designer ไม่มีชื่อ no-name
ผมหางม้าของปู่ยังไม่ยาว (ซึ่ง ปู่ Karl Lagerfeld เคยให้สัมภาษณ์ว่าไม่กล้าตัดเพราะกัวตัดแล้วผมไม่ขึ้น... เรื่องจริงนะครับ ไปเช็คได้เลย) สมัยนั้นแหล่ะ เป็น FENDI ที่ริเริ่มเล็งเห็นความสามารถในตัวของ ปู่ Karl และเป็นคนที่ให้โอกาส และดึงศักยภาพของ ปู่จนโลกต้องตะลึง...
เรียกได้ว่า : ''ถ้า FENDI ไม่เลือก Karl Lagerfeld , Chanel ก็ไม่มีวันเล็งเห็นศักยภาพคุณ แล้วเลือกคุณมาเป็น ครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์ จนทำให้คุณดังมากขนาดนีหร้อก''
จำไว้นะ ว่า เรา FENDI เป็น คนเล็งเห็นคุณก่อน Chanel! และคนทั้งโลกก้จะไม่มีวันได้ถือ กะเป๋า Chanel ที่ดังมากๆในเวลานี้ได้เลยยย
--> แล้วกะเป๋าใบนี้มันเกี่ยวกับ designer มือ 1 ของโลกอย่างปู่ Karl ยังไงเหรอ?
การเล็งเห็นการณ์ไกลว่า ปู่ Karl จะดังมากในอนาคต จึงจับมือเป็นพันธมิตรกับปู่ แล้วเริ่ม การสรรค์สร้าง
FENDI signature Logo ที่เรียกว่า Zucca หรือ เรียกง่ายว่า ‘double FF’ ในปี 1965 และกลายเป็นความอมตะ เหมือนต้องมนต์ที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย ดังนั้นกระเป๋าทุกใบ ทุกรุ่นของ FENDI ไม่ว่าจะออกแบบทรงไหนมา จะต้องมีอักขระ ‘double FF’ หรือ Zucca (จะใช้ FENDI ก็อ่านให้ถูกนะ) ในทุกใบสอดแทรกอยู่ ถ้าเป็นกะเป๋าหนังทั้งใบ ‘double FF’ ก็จะอยู่ในส่วนที่เป็นโลหะ หรือถ้าเป็น กะเป๋า jacquard แคนวาสถักทอ ผ้า jacquard ก็จะทอ ด้วย ‘double FF’ ทั้งใบ ให้รู้กันไปเลย
อย่างที่บอกว่า กะเป๋า FENDI นอกจากราคาจะแพงมากๆแล้ว การเสาะแสวงหากะเป๋าก็ยากไม่แพ้กัน.. กะเป๋าผู้หญิงของ FENDI เนี่ยเรียกว่าขั้นเทพทุกใบ เพาะเค้า made in Italy อย่างเดียวเลย และ detail ระดับงาน ของ ปู่ Karl Lagerfeld แห่ง Chanel เลยนะ
ใบแต่ละใบเค้าจึงแพงมาก เพราะ designer คือ Karl Lagerfeld ระดับเทพ world class
ดังนั้น ตัวอักษร ‘double FF’ หรือ Zucca ก็มาจากเค้านี่แหละ
============================
FENDI Messenger Bag : '
Elegance and Arrogance'
ผู้ชายแบบ FENDI หมายถึง ผู้ชายจิงๆ ผู้ชายที่ปกป้องผู้หญิงอันเป็นที่รัก ผู้ชายที่มีรสนิยมอันเลิศวิไล FENDI ออกแบบ งานของผู้ชาย ชัดเจน ไม่ก้ำกึ่ง
Fendi สร้างงานศิลปะ ไม่ใช่สร้างสินค้า และสร้างงานเพื่อคุณผู้ชายตั้งแต่ คศ.1989 ก่อนแบรนด์ดังๆอื่นมานานมาก ไม่ว่าจะเป็น LV, Prada หรือ Gucci
สรรสร้างโดย Creative Director มือ 1 ของโลก Karl Lagerfeld แ่ห่ง Chanel อันโด่งดัง
FENDI signature Logo ที่เรียกว่า Zucca หรือ เรียกง่ายว่า ‘double FF’ (โดย Creative Director มือ 1 ของโลก Karl Lagerfeld แ่ห่ง Chanel อันโด่งดัง) ในปี 1965 และกลายเป็นความอมตะ เหมือนต้องมนต์ที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย ดังนั้นกระเป๋าทุกใบ ทุกรุ่นของ FENDI ไม่ว่าจะออกแบบทรงไหนมา จะต้องมีอักขระ ‘double FF’ หรือ Zucca (จะใช้ FENDI ก็อ่านให้ถูกนะ) ในทุกใบสอดแทรกอยู่ ถ้าเป็นกะเป๋าหนังทั้งใบ ‘double FF’ ก็จะอยู่ในส่วนที่เป็นโลหะ หรือถ้าเป็น กะเป๋า jacquard แคนวาสถักทอ ผ้า jacquard ก็จะทอ ด้วย ‘double FF’ ทั้งใบ ให้รู้กันไปเลย
โทนสีเบจ เข้ากันได้กับทุกชุด สะพายกับชุดไหนก้เจ๋ง
โอ้ยงาม.... หลายยย ด้วยหนังแท้ขลิบโดยรอบ...
มุมขวามีแผ้นหนังวัวแท้บ่งบอกความเป็น FENDI และแน่นอน only 'Made in Italy'
->FENDI 'Made in Italy' เท่านั้น สำคัญอย่างไร?
ด้วยความมุ่งมั่นในการสรรสร้างงานคุณภาพ ระดับ 'Made in Italy' เท่านั้น สินค้าของ FENDI จึงผลิตมาได้ไม่มากนัก จึง ต้องการให้สินค้าของตนไม่มีข้อกังขาเรื่องคุณภาพ โดยไม่คิดเคลื่อนย้ายงานสร้างสรรของตนไปสู่ประเทศที่มีค่าแรงถูก ลูกค้าของ FENDI จึงมั่นใจว่าส่วนประกอบทุกทุกอย่างของ FENDI เกิดที่อิตาลีเท่านั้น 'Only Made in Italy' สินค้าของ FENDI จึงผลิตออกมาไม่เยอะ ไม่มีขายทางเวบออนไลน์ของ FENDI แต่รับปะกันได้ว่าทุกใบทุกจุดทุกอย่างเป๊ะ...
-->ทำไม 'Made in Italy' ถึงเชื่อมั่นได้ในทุกอย่าง? และเหนือกว่าทุกประเทศในโลก แม้แต่ 'Made in France'?
-Made in Italy หมายถึงแรงงานฝีมือขั้นเทพอันดับ 1 ของโลก ที่อัตราค่าแรงต่อชม.แพงระยับ งานยากส์ของแบรนด์ ฝรั่งเศส เช่น Louis Vuitton หรือ YSL ก็ยังต้องมาทำืั้ที่ Italy
-Made in Italy หมายถึง การไม่ใช้แรงงานเด็กโดยเด็ดขาดเพราะ เป็นสนธิสัญญาของประเทศที่เจริญแล้วที่ทำกับประชาคมโลก
-Made in Italy ยังมีสนธิสัญญากับประชาคมโลกว่าการย้อมสีต้องมาจากวัสดุธรรมชาติเท่านั้น (++ซึ่งทำยากมากนะ เพราะ มันต้องใช้วัสดุสีที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติเท่านั้น เช่นใบไม้.. ใบไม้ เปลือกไม้ แล้วจะต้องเด็ดมาทั้งต้นมั้งกว่าจะย้อมได้ใบนึง แล้วใบไม้แต่ละใบ เปลือกไม้แต่ละเปลือกต้องให้สีที่เท่ากัน เพื่อให่กะเป๋าใบ มีที่สม่ำเสมอ++ และ ยังต้องมั่นใจว่า น้ำจากการย้อมจะถูกทำลายด้วยด้วยวิทีทางชีววิทยา ชะนั้นย้อม จนถึงทำลาย ต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทั้งกระบวนการ) ทำให้กะเป๋าในปัจจุบันต้องไปทำนอกอิตาลี เพราะอยากจะลี้ภัยจากสนธิสัญญาอันนี้... พอต้นทุนสูงขึ้น hi-end แบรนไหนๆ ต่างก็ต้องลดค่าใช้จ่ายตัวเอง
เก็บ Made in Italyคำนี้ไว้ หากใช้ไป ขายต่อราคาก็ไม่ตกเพราะเดี๋ยวนี้เค้าไม่ Made in Italy กันแล้ว!
FENDI จึงยังเลือกที่จะคง คอนเซบ 'Made in Italy' เท่านั้นกำไรน้อยไม่เป็นไร โลกต้องการขนาดไหน FENDI ก็ผลิตได้เท่านี้จิงๆ และ FENDI ไม่ขายผ่านเวปตัวเองออนไลน์ด้วย
ตอนสะพายสวยมากๆ
มีประกายออร่า ออกจากะเป๋า ยามต้องแสงไฟ
ถ่ายมุมไหนก็สวย
และมันกลายเป้นกะเป๋า HoBo ได้ด้วย (style ที่กะลังฮิตมากๆ ตอนนี้ ถือแล้ว ตรงกลางจะตกๆแบบนี้)
โทนสีเบจ เข้ากันได้กับทุกชุด สะพายกับชุดไหนก้เจ๋ง
เมื่อสะพายเป็น messenger ก็งาม เตรียมไปนั่งมอไซรับจ้าง หรือ รอรถเมล์ ตาม lift style คนเมือง
เห็นความออร่าไหม?
สายอีลาสติกเล่นระดับโทนสี น้ำตาล เก๋มากๆๆ
สลักคำว่า FENDI ในทุกจดสำคัญ
แอบทำสายสั้น เผื่อผู้หญิงอาจเอากะเป่าเก๋ใบนี้ไปประยุกต์ใช้ อิ อิ อิ เพราะคราวนี้เป็นทีของคุณผู้ชายย
แสงน้อยไปนิด ยังสวยขนาดนี้
ฉีกกฎการ design โดยให้ดนนึกว่า เปิด-ปิด จากด้านหน้า แต่จิงๆ มีซิบทองอร่ามติดอยู่ด้านบน
Design นายเก๋มากๆนะ FENDI เนี่ย
เห็นไหม Logo double FF อะไหล่ทอง signature เก๋มากๆ
ข้างในไม่มีทีติ..
Made in Italy --> ไม่มีวันตาย / ราคาไม่มีตก / ไม่มีถูก
ถ่ายให้เห็น code เลย เพาะมั่นใจว่า คุณหาที่ไหนไม่ได้แน่ๆ
TAG ป้ายเงิน โชว์ Authenticity guarantee
กับราคา 21,500 บาท กับแบรนด์ hi-end เหนือกว่า Louis Vuitton มากๆขนาดนี้ (ถา้เข้าไทยเกือบ 3หมื่นแน่ๆ)
Citizen Member /
Trusted Member
เพื่ออ่านคู่มือ ของเครื่องมือใดๆ ที่มีเครื่องหมายนี้ 
Previous
Downtown
Eddy

Reply With Quote
