จะมีกะเป๋า Balenciaga (บาลองเซียกา) ซักกี่ใบสำหรับผู้ชายผู้ซึ่งมีรสนิยมและแอบหลงไหลได้ปลื้มกับแบรนด์นี้ สามารถถือเป็นกะเป๋า everyday bag และ weekend Bag ได้ ?(ได้โปรดอย่าเทียบกับ กะเป่าทรง messenger อันแสนจะดาษดื่น...)
เพราะ :
กะเป๋าบาลองที่เอ้ดดี้จัดหามาใบนี้ กับขนาด 21 นิ้ว! Weekender จึงเกิดมาเพื่อคุณผู้ชาย และคุณผู้หญิงเท่หๆ โดยเฉพา...
(และคอนเซบเดิม... ผ่อนได้ตลอดไม่มีกำหนด ไม่มีกติกา.... 0%)
แล้วทำไมคุณไม่มารีบเป็นเจ้าของล่ะ?
จะมีกะเป๋า Balenciaga (บาลองเซียกา) ซักกี่ใบสำหรับผู้ชายผู้ซึ่งมีรสนิยมและแอบหลงไหลได้ปลื้มกับแบรนด์นี้ สามารถถือเป็นกะเป๋า everyday bag และ weekend Bag ได้ ?(ได้โปรดอย่าเทียบกับ กะเป่าทรง messenger อันแสนจะดาษดื่น...)
เพราะ :
-ใบนี้จัดว่าเป็นรุ่น original แบบที่ไม่ผลิตอีกแล้ว! เพราะเป็นรุ่นสมัยที่ balenciaga ยังทำกะเป๋าที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ สรรหาหนังแกะที่ยอดเยี่ยมมาผ่านกรรมวิธี ฟอกย้อมแบบดั้งเดิม และเป็นกะเป๋า hand made มากที่สุดใบหนึ่ง เพาะขณะนั้น Balen ยังทุบหนังทำให้แตกลายโดยใช้แรงงานงานฝีมือมนุษย์ อันเป็นช่างฝีมืออิตาลีที่ราคาค่าแรงแพงอันดับ 1 ในโลก! ทำให้สมัยก่อนหนังของกะเป๋า Balenciaga จะดูมีน้ำมีนวล ขณะที่ Balenciaga ในยุคปัจจุบันหนังจะดูแห้ง ด้านและสาก
-บางใบก็เล็กเกินไป ที่สร้างมาสำหรับผู้ผู้หญิงไปทำงาน -->เล้กไป >>เอ้ดดี้ไม่ปลื้ม
-บางใบฝากะเป๋าก้โค้งมนซะยังกะจะถือไปเล่นลิเก -->ถืิอไปดูลิเกน่าจะเหมาะ>> เอ้ดดี้ไม่ปลื้ม
-ไม่นับใบที่งานละเอียดทำปักฉลุ รู -รู -รู เพิ่มคุณค่าอันแสนแพงก็จิง แต่ผู้ชายก็ยังถือไม่ได้อยู่ดี! -->รูเยอะ ระบายอากาศมากไป>>เอ้ดดี้ไม่ปลื้ม
-นี่ยังมีประเภท หมุดใหญ่ และยังแถมทอง แถมยังบางใบยังมีทองสีชมพู เบ้อเริ่ม.... ยังกะถือให้เห็นเป็นหมุดไปตอกฝาโลง ยังไงยังงั้น -->ถือกะเป่านะ ไม่ใช่ใส่เพชร>>เอ้ดดี้ไม่ปลื้ม
-และตัวกะเป๋าก็แสนจะหนักถือไปไหล่พายจะหลุดเอา...-->ไม่ถูกหลัก ergonomic ตามวิชาปริญญาโท>> เอ้ดดี้ไม่ปลื้ม
-อีกทั้งซื้อมาแสนแพง แต่ถือไปทำงานได้อย่างเดียว... ครั้นจะเอาไปเดินวันหยุดเดินเจเจ ก็ ดู เว่อร์ หรือครั้นจะลองเอาไปเดินทางค้าง 1 คืน ... โถ่... ใส่ตลับแป้ง อันเดียว กะเป๋าก็ เต็มซะแล้ว.... -->กะเป่า 6-7 หมื่นถือได้แค่ 5 วันไม่คุ้มเลย>>เอ้ดดี้ไม่ปลื้ม
เพาะ ชะนั้น กะเป๋าบาลองที่เอ้ดดี้จัดหามาใบนี้ จึงเพื่อคุณผู้ชาย และคุณผู้หญิงเท่หๆ โดยเฉพาะ......
ทำไมน่ะเหรอ? เราจะค่อยๆปูพื้นกันไปทีละนิด เพื่อค่อยๆซึมซับความสง่างามของแบรนด์นี้....
-คุณ ลูกค้าต้องเข้าใจก่อนว่า... เจ้าของแบรนด์นี้ เป็นศิลปิน ชื่อ Cristóbal Balenciaga สเปนที่มาโด่งดังอย่างมากที่ ฝรั่งเศส... ซึ่งมี designer ไม่เยอะหรอกนะ ที่จะประสบความสำเร็จในดินแดนที่คนเจ๋งจิงๆเท่านั้นถึงจะเข้ามา และโด่งดังได้ขนาดนี้
-จำ ไว้ว่า Balenciaga มี concept แบรนด์มาจาก ความล้ำเหนือกาลเวลา Futuristic + ความ minimal ที่เรียกว่า น้อยแต่ครบ - minimal แบบน้อยแต่ครบ นี่ มันคิดยากมากกว่า ออกแบบปะโคมใส่ตู้มๆๆนะ
-กะเป๋าทุกใบของ Balenciaga ต้อง made in Italy เท่านั้น แม้ว่าจะเป็น brand ฝรั่งเศสก็ตาม อิตาลีประเทศที่มีช่างฝีมือระดับเทพ และดีที่สุดของโลก / ค่าแรงแพงที่สุด / เทคโนโลยีการทำกะเป๋าด้วยเทคนิคพิเศษ และล้ำที่สุด
-เอ้ดดี้ได้มีโอกาสพูดคุยกับคนอิตาลี ที่เป้นกูรู ของ Balenciaga เวลาเค้าอ่านชื่อแบรนด์ เอ้ดดี้ฟังแล้วจะอมยิ้ม แล้วคิดเสมอว่า ฟังแล้วมันดูสง่างาม อย่างไม่มีที่ติจริง ๆ 'บา-เลน-เซีย-กา' โดยเค้าจะเบาคำว่า 'เลน' แต่ไปเน้นคำว่า 'เซีย' ได้เพราะเสนาะหูมากๆ
-กะเป๋าทุกใบต้องมีกระจก
-เค้าเป็นต้นกำเนิดในคอนเซบที่ว่าซิบปิดเปิดต้องมีสายพู้ห้อยเพื่อให้หยิบจับได้สะดวก แค่ดึงสายพู่ ไม่ต้องจับหัวซิบ (ซึ่งLV รุ่นหนัง imprimt ที่ออกมาทีหลัง เอาแนวคิดนี้มาเลียนแบบ)
-กะเป๋า Balenciaga เริ่มต้นมาจากหนังแพะ
-ลาย กะเป๋าเกิดจากการนำหนังมาทุบๆๆ เพื่อให้ เกิดลาย ทำให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องระวังมาก เพาะมันขึ้นลายอยู่แล้ว... และจะต้องเป็นการทุบจากฝีมือมนุษย์เท่านั้น!
-เค้าเป็นต้นกำเนิดในความคิดที่ว่า กะเป๋าทุกใบจะต้องมีแผ่นหนัง original แนบมาเป็น แผ่น สี่เหลี่ยมเล็ก เพื่อให้ผู้ใช้ ทราบว่า ตอนซื้อใหม่ๆหนังของมัน มีสีเป็นอย่างไร คนใช้จะได้ไม่โดนหลอก ว่ามือ 1 หรือ มือ 2 (แล้ว หลายแบรนด์ก้มาเลียนแบบ concept นี้ ของ Balenciaga ... บอกแล้วว่า เค้าล้ำ Futuristics)...
ลูกค้าที่เป็นแฟนพันธ์แท้ของ Balenciaga : the Queen of Spain, the Queen of Belgium, the Duchess of Windsor, Princess Grace of Monaco, all regularly recognized in the press as the best-dressed women in the world.
ในปี 1958 Balenciaga ได้เข้ารับเหรียญ อิสริยาภรณ์ (Ordre national de la Légion d'honneur) ที่ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดของฝรั่งเศส อันเป็นพิธีสืบต่อมาตั้งแต่สมัย จักรพรรดิ์ นโปเลียนผู้ยิ่งใหญ่ของฝรั่งเศส!
Balenciaga กล่าวไว้ว่า นักออกแบบชั้นสูง (Couturier) จะต้องเป็นทั้งสถาปนิกในการออกแบบ, ปฏิมากรสำหรับงานปั้น, จิตรกรสำหรับสี, นักดนตรีเพื่อความสามัคคีและนักปรัชญาสำหรับการควบคุมอารมณ์
(การควบคุมอารมณ์ไม่ได้ของ John Galliano แห่ง Dior ทำให้พิสูจน์ได้ว่า ข้อความนี้เป็นจริง... เก่งยังไง John Galliano ก้เป็นนักออกแบบชั้นสูง (Couturier) ไม่ได้)
Coco Chanel เคยกล่าวชื่นชม Balenciaga ว่า 'Balenciaga เป็นนักออกแบบชั้นสูง (couturier) เพียงคนเดียวในโลก'ที่ สามารถ ออกแบบ, ตัด, ประกอบและเย็บชุดด้วยกันทั้งหมดด้วยตัวเอง
Citizen Member /
Trusted Member
เพื่ออ่านคู่มือ ของเครื่องมือใดๆ ที่มีเครื่องหมายนี้ 
Previous
Downtown
Eddy

Reply With Quote
