บทเรียนราคาแพง..แพงจริงๆค่ะ หนูควรได้รับขนาดนี้หรือเปล่าคะ - Page 11

กรณีฉ้อโกงต้องการเอกสารดำเนินคดีทางกฎหมายทำอย่างไร       การสร้าง สินค้าแฟชั่น สู่สินค้าแฟชั่นแบรนด์เนม ความรู้ที่ได้จากชุมชน SBN บทที่1       สมาชิกเก่า สมาชิกใหม่ อ่านหรือยัง สำคัญมากครับ <--"คลิ๊กที่นี่"             
Previous
Next
Downtown
กระทู้แนะนำล่าสุดจาก Downtown
กระทู้แนะนำล่าสุดจาก
กระทู้แนะนำล่าสุดจาก
Page 11 of 12 FirstFirst ... 9101112 LastLast
Results 101 to 110 of 119
  1. #101
    rycool's Avatar
    rycool is offline Trusted Member Master Brandname
    rycool's Bank Account
    • Bank Account 1: 044X4X0X8X

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Jun 2008
    Location
    bangkok
    Posts
    2,494

    Default

    นี่เป็นบทเรียนหนึ่งที่สอนไว้ว่า
    การผ่อนเป็นบ่อเกิดของปัญหาค่ะ
    หากคุณคิดว่าการผ่อนของคุณอาจมีปัญหา สะดุด
    อาจขัดข้องทางเทคนิค หรือคิดว่าการผ่อนนี้อาจผิดนัดชำระได้
    กรุณาอดใจ อดทน เก็บเงินให้ครบแล้วซื้อสดเลยจะดีกว่าค่ะ

  2. #102
    puengja's Avatar
    puengja is offline Trusted Member Brandname Fan
    puengja's Bank Account
    • Bank Account 1: 265X0X8X6X

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Jul 2008
    Posts
    301

    Default

    Quote Originally Posted by poshy View Post
    ขออกคห.อีกรอบค่ะ รอบแรก ยังอ่านไม่ละเอียด เลยเน้นไปที่ประเด็นเดียวว่า พี่มีสิทธิในการริบเงินน้องหรือเปล่า

    คราวนี้กลับไปอ่านให้ละเอียดแล้ว ขอออกคห.ตามที่เรารู้สึกนะคะ อาจจะไม่ถูกใจบางคนก็ขอโทษด้วย


    สรุปง่ายๆคือ กำหนดจ่ายมี3งวด คือทุกวันที่15 ของเดือน

    เริ่มงวดแรกคือ 15 มิ.ย. น้องเงียบไป ไม่มีการโอนเงินเกิดขึ้น และก็ไม่มีการติดต่อไปบอกทางพี่ด้วย
    ด้วยเหตุผลว่า งานยุ่งมากจนลืม >>>น้องผิดสัญญาครั้งที่1<<

    น้องอาจจะยุ่งจริงๆ เพราะลืมไป2วันเลย จนวันที่17 มิ.ย. พี่โทรไปถาม น้องบอกว่า ยุ่งมาก
    แต่จะโอนให้คืนนี้ แต่น้องก็ไม่ได้โอน >>>น้องผิดสัญญาครั้งที่2<<<

    จากนั้น มีการติดต่อระหว่างน้องกับพี่ ทางพี่ก็คงเริ่มไม่เชื่อใจในตัวน้องเท่าไหร่แล้ว เพราะผิดนัดมา2รอบ
    ประกอบกับมีคนติดต่อมาขอซื้อกระเป๋าใบนี้อีกหลายคน พี่เลยถามน้องว่าจะยังเอาอยู่มั้ย?
    (อย่าลืมนึกว่า กรณีลูกค้าเปลี่ยนใจไม่เอาแล้ว มีบ่อยกว่าแม่ค้าเปลี่ยนใจไม่ขายนะคะ และเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อย
    ที่ลูกค้า CFแล้วหาย หรือจ่ายไปบางส่วนแล้วไม่มีเงินจ่ายต่อ)
    ถึงตรงนี้ น้องคงอาจจะเริ่มรู้สึกกลัว ว่าพี่จะไม่ขายกระเป๋าให้แล้ว เลยบอกว่าจะจ่ายทั้งหมดในวันที่30 มิ.ย.
    ซึ่งตรงนี้น้องก็เป็นคนเสนอเอง พี่ไมได้บังคับ แต่น้องอบกว่าน้องรู้สึกเหมือนโดนพี่บีบ
    >>>ตรงนี้ น้องลองไปทบทวนอีกที ว่าน้องโดนพี่เค้าบีบ หรือ ว่าน้องทำตัวน้องเองให้อยู่ในสถานการณ์หมดความน่าเชื่อถือ หรือหมดเครดิต?<<<

    พอวันที่30 มิ.ย. ก็เหมือนเดิม ไม่มีการโอนเงิน และไม่มีการติดต่อมา
    >>>น้องผิดสัญญาครั้งที่3<<<

    พอวันที่1 ก.ค. น้องโทรไปบอกพี่ว่าจะโอนให้วันที่ 2ก.ค. เพราะวันที่1 ธนาคารปิด แต่พอวันที่2 ก.ค. กลับเป็นคุณแม่น้องโทรไปหาพี่
    บอกว่ายังไม่สะดวกโอน ขอผลัดออกไปก่อน >>>น้องผิดสัญญาครั้งที่4<<<

    เอาตรงจุดที่ให้คุณแม่โทร เรามองว่าน้องทำไม่เหมาะสมนักที่ผลักภาระเรื่องนี้ไปให้คุณแม่ ในเมื่อกระเป๋าใบนี้
    น้องบอกว่าน้องด้วยเงินของตัวเอง ไม่รบกวนทางบ้าน ซึ่งพี่เค้าก็ชื่นชมน้องในจุดนี้ด้วยแหละถึงให้น้องผ่อนจ่าย
    แต่พอมีเรื่องเข้าจริงๆ น้องกลับโยนความรับผิดชอบไปให้คุณแม่ ซึ่งท่านไม่เกี่ยวอะไรด้วย
    ในเมื่อน้องเป็นคนทำสัญญา น้องก็ควรจะรับผิดชอบกับการกระทำทั้งหมดด้วยตัวเองอย่าง "กล้าหาญ"

    แต่ เท่าที่เราอ่าน เราไม่เคยเห็นการแสดงความรับผิดชอบ ของน้องเลย
    ซึ่งถ้าหาก น้องมีการแสดงความกระตือรือล้นสักนิด และแสดงความรับผิดชอบอย่างจริงใจ เราเชื่อว่าเรื่องนี้จะจบลงสวย
    กว่านี้ เช่น น้องอาจจะได้ยืดเวลาผ่อนไปอีก2งวด หรือ พี่อาจจะไม่ขายให้น้องแล้วแต่ก็คืนเงินน้อง10,000เต็มจำนวน

    แต่ที่เป็นแบบนี้เพราะทางพี่ก็เสียความรู้สึกและเสียเวลา (ตั้งแต่วันที่15มิ.ย. ถึง2 ก.ค.) บางคนอาจจะมองว่าแค่
    2สัปดาห์เอง แต่เวลาของฝ่ายที่ถูกผิดนัด มันเดินช้ากว่าฝ่ายผิดนัด
    ลองนึกดูถ้าเราต้องคอยตามลูกค้าที่บอกจะโอน แต่ก็ไม่ยอมโอนสักที ทั้งที่เราก็ไมได้ตั้งใจจะขายผ่อนแต่แรก
    แถม เงินก็จมไปหลายหมื่น


    สำหรับเรา เราคิดว่า การที่คนขายให้เราผ่อนจ่าย เราควรจะต้องเกรงใจให้มากกว่าการซื้องวดเดียว
    เพราะการผ่อนจ่าย เพราะคนขายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ และเราได้เปรียบอยู่แล้ว (โดยเฉพาะกรณีเราขอผ่อนเอง)
    ดังนั้น จะมาผิดนัดอีกมันดูไม่รับผิดชอบ และไม่มีความเกรงใจเลย

    จริงอยู่ที่น้องบอกว่าน้องไม่โกง แต่การที่น้องผิดสัญญาถึง4รอบ มันก็ไมได้ดูดีไปกว่าการโกงมากนัก

    เราคิดว่าเรื่องนี้ น่าจะเป็นข้อคิดของการไม่พร้อมจะทำการซื้อกระเป๋ามากกว่าจะมามองเรื่องแม่ค้าริบเงินค่ะ
    เพระเราไม่สามารถไปกำหนดคนขายได้ แต่เรากำหนดตัวเราเองให้ทำถูกต้องได้
    เหมือนเราจะป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้นกับเราได้อย่างไรเวลาขับรถน่ะค่ะ
    คือเราไม่รู้หรอกคนคันข้างหลังเราจะขับถูกกฎจราจรหรือไม่ แต่เราขับถูกกฎจราจรได้นี่คะ
    ก็คล้ายกัน แม่ค้าจะริบเงินเราหรือไม่ เราไม่รู้ แม่ค้าแต่ละคนก็มีบรรทัดฐานและความคิดแตกต่างกัน
    แต่ถ้าตัวราทำตามหน้าที่ของผุ้ซื้ออย่างถูกต้องแล้ว ปัญหาทั้งหมดก็จะไม่เกิดขึ้น
    เห็นด้วยกับคุณposhy มากๆค่ะ

    พี่เห็นใจผู้ขายนะคะ เพราะว่าน้องผิดนัดหลายครั้ง แล้วที่ผู้ขายหักเงิน 5000 พันบาทนั้นพี่ว่าผู้ขายก็ไม่ได้ทำเกินไปนะคะ

    การที่น้องจะผ่อนของกับใคร น้องควรจะมีความรับผิดชอบสูงมากกว่านี้นะคะ ถ้าวันที่ 15 น้องรู้ว่าน้องไม่สามารถไปโอนเงินได้ตามกำหนด น้องควรจะรีบโทรบอกผู้ขายทันทีว่าขอเลื่อนไปโอนเป็นวันพรุ่งนี้ หรือโอนไม่เกินวันที่เท่าไหร่ก็ว่าไป....

    แล้วอีกเรื่องตรงที่น้องบอกว่า ผู้ขายบอกน้องว่าให้เวลาโอนถึงวันที่ 25 มิ.ย. พี่ว่าผู้ขายเค้าหมายความว่าให้น้องโอนเงินงวดแรก 15000 บาทก่อนวันนั้น ไม่ใช่บีบให้น้องโอนเงินทั้งหมดภายในวันที่ 25 นะคะ...

  3. #103
    Airi's Avatar
    Airi is offline Trusted Member Brandname Fan
    Airi's Bank Account
    • Bank Account 1: 136X1X1X0X

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Aug 2008
    Posts
    696

    Default

    ความเห็นเรา...

    น้อง จขกท. ผิดนัดชำระก่อน....

    จะผัดผ่อนขอรวบยอดจ่ายงวดแรกพร้อมงวดที่ 2

    ได้แจ้งให้แม่ค้ารับทราบหรือยัง....ถ้านึกคิดเอาเอง....

    แม่ค้าเค้าก็คงไม่รู้เรื่องด้วยนะ....

    และการที่เค้าหักมัดจำ 5000 ก็สมเหตุสมผลนะ

    จริงๆ แล้วเค้ามีสิทธิ์ที่จะริบทั้งหมดด้วยซ้ำ.....

    ก็คงเป็นบทเรียนให้น้อง....ในการซื้อของเงินผ่อนพอสมควรน่ะค่ะ....

    ตรงจ่ายให้ตรง....ตามวันค่ะ....

  4. #104
    matty's Avatar
    matty is offline Trusted Member Master Brandname
    matty's Bank Account
    • Bank Account 1: 142X6X1X3X
    • Bank Account 2: 218X1X9X3X

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Sep 2007
    Posts
    1,468

    Default

    Quote Originally Posted by FH666 View Post
    ethics ของคุณแม่ค้าในที่นี้ ไม่ได้อยู่ที่คืนเงินที่ตนมีสิทธิได้โดยชอบ 5000 บาทให้แก่คุณลูกค้าเหรอคะ? อันนี้เตยไม่ได้อยากจะคะคานอะไรนะ เพียงแต่หลายความเห็นบอกว่าหักมากไป ควรคืนอีก ทั้งที่เขาก็ใช้สิทธิไม่เต็มสิทธิอยู่แล้ว เราเอาอะไรมาบอกเขาว่าหักมากหรือน้อยไปอย่างไร ในเมื่อเงินจำนวนนี้ควรเป็นความสมัครใจของคุณแม่ค้า

    ในความรู้สึกเตย ถ้าจะเปรียบก็คงเหมือนว่า ทำบุญ 100 บาท แล้วคนว่าทำไมไม่ทำ 200 ล่ะมั้งคะ

    เมื่อมีความขัดแย้งด้านนิติกรรมสัญญา เตยก็ยังมีความเห็นว่าควรใช้หลักกฎหมายเข้ามาจัดบรรทัดฐาน เพราะความเห็นและมุมมองของคนเราไม่เหมือนกัน ไม่เท่ากัน เปลี่ยนไปมาได้เสมอ ไม่เที่ยงแท้ ส่วนว่าเมื่อได้คำวินิจฉัยตามผลแห่งกฎหมายแล้ว ใครจะลดหย่อนสิทธิฺของตนด้วยความสมัครใจอย่างไร ก็ควรเป็นสิทธิส่วนตัวของคนนั้นและข้อตกลงกับคู่กรณีมากกว่าค่ะ


    ขอเพิ่มเติมเรื่องหักเงินโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า อันนั้นใช้เฉพาะสัญญาไม่มีกำหนดเวลาเท่านั้นค่ะ บอกกล่าวนี้ก็คือบอกกล่าวให้ชำระหนี้นะคะ ไม่ใช่บอกว่าจะริบมัดจำ เรื่องริบไม่ต้องบอกเพราะกฎหมายบัญญัติไว้อยู่แล้วที่ ม. 378 (ถ้าจะไม่ริบ หรือจะริบครึ่งเดียวสิคะ ต้องมีการบอกกันก่อนตั้งแต่ตกลงผ่อนชำระกัน) กรณีนี้เป็นสัญญามีกำหนดเวลา คุณลูกค้าก็ทราบอยู่แล้วว่าตนผิดนัด คุณแม่ค้าไม่มีหน้าที่ต้องเตือนค่ะ
    เป็นคำตอบที่เราว่าตรงประเด็นมากๆค่ะ เพราะจิงๆแล้ว เรือ่งมาจากผู้ซื้อผิดสัญญา และเงินที่ให้ก้อเป็นเงินมัดจำที่จองเอาไว้และแม่ค้ามีสิทธิ์ตามกม ในการเก็บส่วนนี้ไปถ้าอีกฝ่ายผิดสัญญา (ที่ได้มีการตกลงกันไว้แล้วไม่ว่าจะเป็นจำนวนเงินทั้งหมด จำนวนเงินต่องวด จำนวนเงินมัดจำ และจำนวนงวดไว้ชัดเจน)

    ส่วนที่ว่าแม่ค้าควรหักไปเท่าไหร่ ส่วนตัว เราว่าลำบากที่เราจะใช้ความรู้สึกของเรา(ที่เป็นคนนอก)มาตัดสินว่าควรจะหักเท่าไหร่ เพราะคนที่อยู่ในเหตุการ์ณไม่ใช่เรา เราไม่รู้หรอกว่าเค้ารู้สึกอย่างไร ลำบาก อึดอัดใจแค่ไหน ถึงได้เห็นด้วยว่าเอาตามกม เป็นหลักและดูว่าใครถูกผิดเป็นหลักดีกว่าและชัดเจนมากกว่าค่ะ

  5. #105
    mattidk's Avatar
    mattidk is offline Registered Member Brandname Fan

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Jan 2009
    Location
    CPH, DK
    Posts
    230

    Default

    หลังจากดูเห็นผลแม่ค้าแล้ว เงิน 5000 บาทก็ถือเป็นบทเรียนแล้วกัน น้อยกว่านี้เดี๋ยวไม่เข็ด
    เรื่องเงินๆทองๆ พูดยากจัง เป็นเราไม่ซื้อเงินผ่อนเด็ดขาด...
    บทเรียนของแม่ค้าก็คือ ต้องระบุแน่นอนว่าถ้่าผิดสัญญาแล้วโดนปรับยังไงแค่ไหน ดีที่สุดคับ

  6. #106
    cooldear's Avatar
    cooldear is offline Citizen Member Brandname Fan

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Sep 2007
    Posts
    359

    Default

    Quote Originally Posted by bestofME View Post
    กว่าจาอ่านจบ -__-'

    pointคืออยากได้แต่เงินไม่พอเลยขอผ่อน แต่พอผ่อนดันไม่มีไปจ่ายตามกำหนด เลยโดนยึดมัดจำครึ่งนึง

    เฮ่อ...ถ้าต้องเหนื่อยขนาดนี้ก็อย่าไปถือมันเลยใบละครึ่งแสนเนี่ย
    โดนใจมากครับ

  7. #107
    artcheer32's Avatar
    artcheer32 is offline Trusted Member Brandname Fan
    artcheer32's Bank Account
    • Bank Account 1: 026X0X2X2X

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Feb 2009
    Location
    Bangkok
    Posts
    720

    Talking เอ่อไม่กล้าออกความเห็น

    ไม่กล้าออกความเห็นครับบอกตรงๆ กระทู้เดือดดดดดดมาก บอกตรงๆครับ กลัว T_T อิอิอิอิอิ แต่ก็แอบเห็นด้วยกับหลายๆความคิดและไม่เห็นด้วยกับหลายๆความคิด

  8. #108
    nangfah's Avatar
    nangfah is offline Registered Member Brandname Fan

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Sep 2007
    Location
    == In Your Heart ==
    Posts
    913

    Default

    เอาเป็นว่างานนี้ ทำให้สะท้อนความเห็นของหลายๆคน เคสของน้อง ทำให้พี่รู้สึกได้อย่างนึงรู้ไหม๊ค่ะ

    ถ้าวันนึงไปเจอของที่ถุกใจ และมีคนปล่อยขายมากกว่า 1 คน พี่รู้แล้วล่ะว่า ควรจะซื้อขายกะใคร เหอๆๆ

    บางทีมันก็เป็นเรื่องของ '' ใจ '' เหมือนกัน

  9. #109
    rita-1's Avatar
    rita-1 is offline Trusted Member Brandname Fan
    rita-1's Bank Account
    • Bank Account 1: 056X3X3X3X

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Dec 2008
    Location
    Sathon
    Posts
    748

    Default

    ต่อไปคงต้องมีหนังสือสัญญาซื้อขายกันเลยมั้งเนี่ย

  10. #110
    pakka's Avatar
    pakka is offline Trusted Member Brandname Fan
    pakka's Bank Account
    • Bank Account 1: 046X8X1X6X

    มีส่วนร่วมต่อความมั่นคงของชุมชน
    (เครื่องมือ อยู่ระหว่างทดลองใช้ ดูรายละเอียดที่นี่):
     
      View Positive Feedback  
      View Negative Feedback  
    Join Date
    Apr 2009
    Location
    ฺBKK
    Posts
    499

    Default

    เรื่องนี้ให้ จขกท. คิดเป็นกรณีง่ายๆใกล้ๆตัวค่ะ
    เช่น ลงทะเบียนของมหาลัยก็ยังมีช่วงวันและเวลากำหนด ถ้าไม่ทันก็อดหรือ sec เต็มใช่มั้ยคะ
    จ่ายค่ามือถือไม่ทันกำหนด แม้เค้าจะยังยืดเวลาออกไปให้อีกแต่หากเรายังนิ่งเฉยไม่ไปจ่ายสุดท้ายก็โดนตัดสัญญาณ จะต่อใหม่ก็ต้องเสียค่าต่อสัญญาณ

    ที่ยกตัวอย่างขึ้นมาเป็นเรื่องที่เดาว่าน้องต้องคุ้นเคยอยู่แล้ว... หากเปลี่ยนจากการผ่อนกระเป๋า เป็น บ้าน รถ หรือ ชำระค่าบัตรเครดิตล่ะ

    ให้น้องลองเก็บไปคิดดูค่ะ

Page 11 of 12 FirstFirst ... 9101112 LastLast