Quote Originally Posted by only_authentic View Post
เห็นด้วยค่ะ

ขออนุญาตออกความเห็นแบบเป็นกลางนะคะ (อีกคนแล้ว)

คุณลูกค้า ผิด ตรงที่ผิดนัดนะคะ การที่แม่ค้าให้ผ่อน ก็ถือว่าเค้าใจดีส่วนนึงแล้ว ดังนั้น เราจึงต้องมีความรับผิดชอบในตรงนี้

ในฐานะ เอ๋ก็เป็นคนขายของคนนึงในพื้นที่ดี ๆ แห่งนี้ ไม่อยากใช้คำว่าแม่ค้า เพราะไม่มีธุรกิจหน้าร้าน แค่ค้าขายเพื่อการโอนเงินมาเมืองไทย

เอ๋ขายระบบผ่อนมาเยอะมาก มากหลายสิบครั้ง ติดต่อกับลูกค้าด้วยใจที่เปิดกว้าง เข้าใจและให้โอกาส เอ๋โชคดีที่เจอแต่ลูกค้าน่ารัก ๆ มีบ้างที่จ่ายช้ากว่ากำหนด แต่ก็ไม่ว่ากัน เพราะเค้าไม่ได้หายหน้าหนีไป ถ้าเค้าช้า เอ๋เห็นเกินกำหนดอาทิตย์นึง (เค้าอาจติดธุระ) เอ๋จะพีเอ็มไป ว่ามีอะไรมั้ย เอ๋จะให้โอกาส เพราะยังงัย ของก็ยังอยู่กับเอ๋ ลูกค้าเสียอีกที่จ่ายเงินให้ใครก็ไม่รู้ โดยที่ยังไม่เห็นสินค้าตัวจริงด้วยซ้ำ อันนี้เอ๋ก็เกรงใจและเข้าใจลูกค้าส่วนนึง

สำหรับเอ๋ไม่ว่าผ่อนหรือซื้อสด เอ๋ให้ราคาเท่ากัน ไม่ได้บวกถ้าขอผ่อน อาจเป็นเพราะเอ๋ไม่ได้ร้อนเงิน (ไม่ใช่ร่ำรวยนะคะ ) แต่อย่างที่บอกว่าเอ๋ต้องการโอนเงินเท่านั้น ไม่ได้รีบใช้เงิน เอ๋จึงให้ผ่อนจนถึงกำหนดที่เอ๋จำเป็นต้องใช้เงิน ลูกค้าต้องเคลียร์ก่อนกำหนดที่เอ๋ต้องใช้เงิน เท่านั้นพอ

แต่ในกรณีนี้ เอ๋ไม่แน่ใจว่าคุณแม่ค้า ให้ผ่อนในราคา 55000 แต่บังเอิญลูกค้าผิดสัญญา (ปากเปล่า) แต่พอมาปล่อยขายอีกรอบ ก็ปล่อยที่ 52500 ซึ่งรอบหลัง อาจเป็นเพราะจ่ายเงินสด จึงปล่อยในราคาที่ถูกกว่า อันนี้เข้าใจถูกต้องรึเปล่าก็ไม่แน่ใจนะคะ

อันนี้ไม่รู้ว่า จากกำหนดเดิมที่ผ่อน 3 เดือน แล้วลดเหลือเดือนครึ่ง เป็นความคิดของแม่ค้าหรือลูกค้า ถ้าลูกค้าเสนอเอง ถ้าลูกค้าเสนอเอง ก็แปลว่าลูกค้าผิดเต็ม ๆ ที่ รับปากแล้ว แต่ทำไม่ได้ แต่ถ้าแม่ค้ามาบีบ เพราะเห็นว่าคนมาสนใจเยอะ อันนี้ก็ไม่น่ารักนะคะ

เอ๋เองเคยปล่อยของแบบผ่อน ให้คนนึงผ่อนไปแล้ว แถมลดราคาให้ ผ่านไปไม่นาน มีคนมาขอซื้อสด แถมไม่ต่อราคา เอ๋ก็ยังต้องยืนยันว่าปล่อยไปแล้ว เอ๋ไม่สามารถดึงกลับมาเพราะเห็นแก่เงินได้ เพราะมันไม่ถูกต้องค่ะ เสียชื่อเสียง เสียความรู้สึกค่ะ ได้น้อยกว่า แต่ไม่ขาดทุน ก้อน่าจะโอเคนะคะ

กล่าวซะยาว เรื่องของคนอื่น แต่ที่กล่าวมาทั้งหมด ก็เพื่ออยากให้แม่ค้าเห็นใจลูกค้านิดนึง การยึดมัดจำบ้าง ก็น่าจะโอเค แต่การยึด 5000 บาท เอ๋ว่าก้อน่ากลัวเกินไปนะคะ เพราะ มันเป็นเงินได้เปล่านะคะ อย่าคิดว่าขายคนนึงถูกกว่าแล้ว จะมาบวกหรือว่าหักจากอีกคนนึงอ่ะค่ะ เอ๋คิดว่ามันไม่แฟร์กับเค้าอ่ะค่ะ เพราะว่า การที่เราตั้งขายในราคาต่ำลง มันเป็นความสมัครใจของคนขาย คนซื้อไม่ได้บังคับให้เราตั้งราคาที่ถูกลง

ณ ตอนนี้ เอ๋คิดว่าคุณลูกค้าคงไม่หวังจะได้เงินกลับ แต่ถ้าคุณแม่ค้าจะใจดี เห็นใจน้องเค้า โอนกลับไปให้เค้าอีกหน่อย เก็บมัดจำไว้สัก 3000 (ค่าส่วนต่างที่ขายได้น้อยลง) ก็น่าจะแฮปปี้ทั้งสองฝ่ายเนอะ

การกระทำใดที่เราได้ประโยชน์ บนความลำบากของคนอื่น ไม่ได้ทำให้เรารวยขึ้น แต่สร้างความขัดสนให้คนอื่น สงสารเค้าเถอะค่ะ

คำพระว่านะคะ ยิ่งให้ยิ่งรวยค่ะ

ปล อย่าโกรธกันนะคะ หมายถึงอย่าโกรธเอ๋ด้วยนะคะ แค่มาร่วมออกความคิดเห็นในเว็บที่ใจดี ค้าขายกันแบบพี่น้อง เว็บนี้ใจดีมากนะคะ เจ้าของเว็บน่ารัก ให้มีการปล่อยของโดยไม่ได้ค่าใช้จ่ายใด ๆ จากเรา ขอให้เรื่องจบลงด้วยดีนะคะ


Quote Originally Posted by oum_ja View Post
ถ้ามีคุณแม่ค้าที่ไม่คิดแต่เรื่องการค้าอย่างเดียว แต่มองเรื่อง ETHICS สำคัญด้วยเช่นกัน

คงไม่มีเคสแปลกๆเกิดขึ้นบนเวปนี้อย่างแน่นอนค่ะ


Quote Originally Posted by Little Princess View Post
ขอบคุณสำหรับทุกๆความคิดเห็นนะคะที่เข้ามาตอบกระทู้

ขอชี้แจงดังนี้ค่ะ

ตรงที่พี่บอกว่าหนูไม่รู้จักประมาณตนนั้น ถ้าเป็นภายใน 3 เดือน หนูหาได้ทันตามกำหนดแน่นอนค่ะ เราตกลงกันไว้ว่าจะจ่ายวันที่ 15 แต่หนูก็เคยพูดกันไว้ก่อนตั้งแต่ครั้งแรกแล้วว่าถ้ามีเลทบ้างพี่ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ยังไงจ่ายครบภายใน 3 เดือนแน่นอน

แต่สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปหลังจากที่พี่ส่ง sms มาบอกว่ามีลูกค้าอยากได้มากๆแล้วหนูยังสนใจหรือเปล่า ถ้าโอเคจะเก็บของไว้ให้ถึง 25 มิ.ย. ซึ่งตรงนี้ก็นึกแปลกใจนะคะว่าจากที่เคยตกลงเวลาไว้ 3 เดือน ทำไมมันเหลือแค่นี้คะ ในช่วง 3 เดือนแรกบอกว่าให้ผ่อนชำระภายใน 3 เดือนได้ แต่แล้วก็เปลี่ยนคำพูดบอกว่ามีลูกค้าสนใจมาก เราเองเลยตอบตกลงไปว่าจะเคลียร์ให้ภายในสิ้นเดือน มิ.ย.เพราะ
1.ด้วยความอยากได้กระเป๋า
2.เกรงใจพี่เค้ามาก

ที่พูดมาทั้งหมดไม่ได้มาแก้ตัวว่าตัวหนูเองเป็นฝ่ายถูกทุกเรื่อง ส่วนที่หนูผิดหนูก็ยอมรับ แต่คนที่ผิดสัญญาเช่นกันก็คือพี่ด้วยไม่ใช่หรอคะ ก็โอเคไม่ได้คิดหวังแล้วว่าจะได้เงินคืน แต่จะจำไว้เป็นบทเรียนราคาแพงว่าการซื้อขายทุกอย่างจะต้องทำสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน ไม่ใช่เพียงแค่ตกลงกันด้วยคำพูดเท่านั้น เพราะเมื่อก่อนบวกกับประสบการณ์ที่เคยมีหนูคิดว่าแค่เพียงคำพูดก็เชื่อถือได้แล้ว

ขอชี้แจงเท่านี้ค่ะและหวังว่าประสบการณ์ของหนูคงเป็นอุทธาหรณ์ที่ดีได้ให้กับใครหลายๆคน

ขอบคุณค่ะ



เห็นด้วยกับคุณ only_authentic แล้วก็คุณ oum_ja นะคะ


"แล้วก็อยากให้ทุกคนอ่าน ที่น้องเค้าโพสมา แล้วเรา underline กันซักหน่อยนึงค่ะ"


สุดท้ายก็เข้าใจดีนะคะ ว่าการค้าขายแบบธุรกิจย่อมแตกต่างจากการค้าขายแบบพี่แบบน้องอยู่แล้ว


แต่จะให้ "เลิก" เอาคำว่า "แบบพี่ แบบน้อง" มาพูด เห็นจะเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ


เพราะจุดประสงค์ของคุณเจ้าของเวปตั้งแต่แรกเริ่ม เธอก็ตั้งใจอยากให้เป็นเช่นนั้นไม่ใช่เหรอคะ


แล้วถ้าคุณลองมาเป็นหัวอกลูกค้าดูล่ะคะ ใจเค้าใจเรา หัก 3,000 เราว่าสมเหตุ สมผลที่สุดค่ะ


เพราะคุณแม่ค้าก็ออกมาบอกเองว่า เงินเย็นไม่ได้ร้อนเงิน เพียงแค่ต้องการให้บทเรียนกับน้องเค้า


สำหรับคนทำงานหาเงินเอง ในช่วงเริ่มแรกของการทำงาน 3,000 ก็ถือว่าเยอะแล้วค่ะ


ส่วนเรื่องการประมาณตน เราว่าน้องเค้าน่าจะรู้ดีที่สุดนะคะ ว่าเค้าจะไหวหรือไม่ไหว


เพียงแต่กระเป๋าใบนี้ น้องเค้าไม่อยากรบกวนทางครอบครัวมากกว่านะคะ




แล้วที่เราโพสไป ถ้าทำให้ใครหลายๆคนไม่พอใจ ก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ^_^