
Originally Posted by
Bright
ในส่วนของเหตุผลก็ได้พูดไปแล้วนะครับ
ต่อจากนี้ คงเป็นความรู้สึกในใจของผม และเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมดครับ ยาวมากนะครับ ถ้าเบื่อก็ผ่านไปได้เลยครับ ตอนแรกผมไม่ได้คิดจะเขียนยาวๆ อย่างนี้ เพราะคิดว่าไม่จำเป็น อาจจะพาลถูกมองว่ามาแก้ตัว และคิดว่าอาจทำให้ยิ่งถูกหมั่นไส้เข้าไปอีก แต่ตอนนี้ผมก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้วครับ ก็เลยมาระบายให้อ่านกันอย่างนี้ครับ
ผมมารู้จักเวป siambrandname เมื่อปี 2550 ตอนแรกผมเข้ามาเพื่อจะมาหาความรู้เรื่องกระเป๋า LV ที่ผมตั้งใจจะซื้อให้ตัวเองเป็นใบแรก และต่อมา ผมก็มาหาซื้อกระเป๋าให้แฟนผม
ผมเข้ามาในเวปนี้คนเดียว ไม่เคยรู้จักใครมาก่อน เมื่อเข้ามาเพื่อนสมาชิกได้ให้ข้อมูลอย่างละเอียด ด้วยความตั้งใจจริงๆ ผมได้เจอกับบรรยากาศที่เป็นกันเอง เป็นเหมือนพี่น้องกัน ทำให้ผมรู้สึกดีๆ กับเวปและเพื่อนในเวปมาก และยิ่งเมื่อได้ไปมีทติ้ง เจอเพื่อนๆ พี่ๆ ที่น่ารัก ผมก็ยิ่งสนิทใจ ผมรู้สึกได้ ว่าสมาชิกเวปนี้ มีความจริงใจให้แก่กัน ถึงแม้จะมีการค้าขาย ก็เป็นไปอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย เป็นเหมือนการแลกของกันใช้ระหว่างเพื่อน ไม่ได้เป็นการค้าขายเอากำไรมาก
ผมก็เลยให้ความไว้ใจ และความสนิทสนมกับเพื่อนในเวปนี้มากๆ จนถือว่าสังคมในเวปนี้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตผมเลยก็ว่าได้ เวลามีมีทติ้ง ผมก็ไปร่วมด้วยทั้ง 3 ครั้ง และก็ได้รับความรู้สึกดีๆ กลับมาทุกครั้ง
ผมคุยกับเพื่อนในนี้ทุกๆ คน เหมือนเป็นเพื่อนสนิท อย่างที่เพื่อนๆ คงจะเคยเห็นว่า ไม่ว่าผมจะมีอะไรเกิดขึ้นในชีวิต รู้สึกอย่างไร ผมก็มาโพสคุยกับเพื่อนๆ ในนี้ ไม่ว่าผมไปเที่ยวที่ไหนมา เลิกกับแฟน จีบสาว จะไปเรียน ไปดูคอนเสิร์ต ย้ายที่ทำงาน ไม่ว่าผมจะรู้สึกเศร้า เหงา หรือดีใจอะไร ผมก็มาโพสคุยกับเพื่อนที่นี่ ด้วยความเปิดเผย บริสุทธิ์ใจ และไว้วางใจและทุกครั้ง เมื่อโพสกระทู้ไปแล้ว ผมก็ได้รับทั้งคำแนะนำ ความคิดเห็นต่างๆ บางทีก็ได้กำลังใจ ซึ่งเป็นความรู้สึกดีๆ จากเพื่อนๆ ทุกๆ คน
จากการที่ผมเปิดเผยตัวเอง (อาจจะมากเกินไปด้วยซ้ำ) และบรรยากาศการโพส การคุยกันในเวปนี้ รวมทั้งความไว้ใจ ความสนิทใจของผมที่มีกับเวปนี้ ผมก็กลายเป็นหมอไบรท์ของเพื่อนๆ และน้องไบรท์ที่พี่ๆ เอ็นดู ซึ่งก็เป็นความรู้สึกที่อบอุ่น สนุก และมีความสุข ทุกครั้งที่มาโพสข้อความคุยกัน
จนมาถึงจุดนึง ที่เวป SBN เริ่มมีการค้าขายเอากำไรกันมากขึ้น ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีบรรยากาศของเงิน และผลกำไร เริ่มมีคนมาเอาเปรียบ มีคนไม่หวังดีเข้ามามากขึ้น บางคนก็เป็นสมาชิกที่เพื่อนในเวปไว้วางใจมานาน แต่ก็กลับมาโกงเพื่อนสมาชิกซะนี่ และจากนั้นสมาชิกทั้งหลาย ก็ไม่ได้ไว้ใจกันเหมือนเมื่อก่อน มีการพูดเรื่องการแบ่งกลุ่ม มีการแอบหมั่นไส้กัน มีอคติเกิดขึ้นมากมาย มีการ PM นินทากันลับหลัง (แต่ผมเป็นผู้ชาย ก็ไม่ได้โดนอะไรครับ)
ผมก็รู้สึกได้เหมือนกันว่าบรรยากาศเปลี่ยนไปแต่ยังไงผมก็ยังคงเป็นหมอไบรท์ผู้ร่าเริง ลั้ลลาของเพื่อนๆ พี่ๆ เหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนไปยังไงเลย...
ต่อมาก็เริ่มมีห้องบิวตี้ พี่นีน่า srichardson (ขอโทษนะครับที่ต้องเอ่ยชื่อ) ก็ลากเข้าไปร่วมแจมด้วย เพราะเห็นว่าผมชอบดูแลตัวเอง และชอบแบ่งปัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์การดูแลตัวเองอยู่แล้ว ตอนแรกก็รู้สึกแปลกๆ นิดหน่อย เพราะในห้องนั้นมีแต่ผู้หญิงไปซะ 90% แต่คุยๆ กันไปแล้วก็สนุกดี เหมือนแอบดูสาวๆ เค้าคุยกัน แล้วไปแอบแจมคุยด้วยบ้าง ในห้องนั้นก็คุยกันทุกเรื่องความงาม ทุกยี่ห้อ ทุกวิธี ใครใช้อะไรดี ใครไปทำอะไรมาดี ก็มาเล่าสู่กันฟัง ก็ยังเป็นความอบอุ่น น่ารักอยู่อย่างเดิม
วันนึง ประมาณปลายเดือนมกรา ปีนี้แหละครับ (วันที่ 28 มกราครับ ผมเข้าไปย้อนดูข้อความมาเมื่อกี้) เพื่อนๆ มีการคุยกันเรื่องกินวิตามินให้ผิวใสสวย มีออร่า ก็มีการแลกเปลี่ยนกันว่าอันนี้กินแล้วดี อันนี้กินแล้วเฉยๆ อะไรประมาณนั้น ผมก็เข้าไปแจมคุยด้วยมั่ง เล่าไปว่าของผมไม่ได้กินวิตามิน แต่ใช้ฉีดเอา เป็นกลูต้านี่แหละครับ เพราะตอนนั้นผมเพิ่งฉีดครบคอร์สไป แล้วมันได้ผลดี ก็เลยไปเล่ามั่ง
แล้วก็มีเพื่อนถามว่า ซื้อที่ไหนยังไง ผมก็บอกว่าผมฝากเพื่อนหมอสั่งซื้อมาใช้เอง แล้วยังเล่าให้เพื่อนๆ ฟังไปอย่างซื่อๆ ใสๆ เลยครับ ว่าผมเคยมาโพสขายในห้อง Etc ด้วยล่ะ แต่ไม่มีคนซื้อ แล้วผมก็ใช้เองครับ (อย่างที่อธิบายตอบคุณเมจิ ตอนที่คุณเมจิถามนั่นแหละครับ) แล้วก็มีเพื่อนบางคนโพสถามว่า ถ้าซื้อรวมๆ กันหลายๆ คน เค้าจะลดราคามั้ย? ผมก็ไปถามราคามาให้ (เพราะตอนนั้นผมใช้ของเดิมไปหมดแล้ว ถ้าเพื่อนๆ จะเอา ก็ต้องฝากเค้าซื้อมาใหม่) ก็มีเพื่อนคนนึงบอกว่า จะฝากซื้อด้วย ผมก็เลยสั่งเพิ่มจากที่ผมสั่งมาใช้เอง เพื่อให้เพื่อนคนเดียวคนนั้น ด้วยราคาเดียวกับที่ผมฝากซื้อมา เพราะผมไม่ได้ตั้งใจจะมาค้าขายอะไรครับ แล้วบอกว่าให้ไปฉีดตามนั้นตามนี้ ทุกอย่างผมก็โพสโปร่งใสไม่มีปิดบัง โพสในหน้ากระทู้ห้องบิวตี้นั่นแหละครับ เพราะผมไม่คิดว่าจะมีลับลมคมในอะไร (ที่พีเอ็มก็เป็นเบอร์โทรเท่านั้นครับ) เพื่อนๆ ที่อยู่ในห้องบิวตี้ก็คงเคยเห็นข้อความของผมที่คุยเรื่องฝากซื้อนี้นะครับ ก็เหมือนกับที่เพื่อนๆ คนอื่นๆ ฝากซื้อแป้ง ซื้อรองพื้นอะไรกันแบบนั้นครับ ตอนนั้นผมก็ยังไม่รู้ตัวเลย ว่าหายนะจะเกิดขึ้นกับผม
จากนั้นก็มีเพื่อนๆ ถามเรื่องกลูต้ามาอีกเรื่อยๆ บางคนก็ PM มา ด้วยความที่ผมเองก็ฉีด (ย้ำอีกทีว่าเป็นผู้รับการฉีด ไม่ใช่ผู้ขายครับ) ผมก็เลยไปหาข้อมูลมา จริงๆ ผมก็หาข้อมูลมาตั้งแต่ก่อนฉีดแล้วครับ เพราะผมก็ระวังตัวเหมือนกัน ยิ่งเป็นหมอ ผมก็ยิ่งกลัวล่ะครับ พอได้ข้อมูลเยอะๆ แล้วก็มีเพื่อนถามมาเยอะ ผมก็คิดว่า งั้นมาบอกเพื่อนๆ ในห้องใหญ่ด้วยดีกว่า ด้วยความรู้สึกดีๆ และความตั้งใจดี เหมือนๆ กับที่ผมเคยมาโพสกระทู้อื่นๆ ในเวปผมนับว่าเป็นเหมือนครอบครัว เพื่อนสนิทของผม
จากนั้นหายนะก็บังเกิดกับผมอย่างที่เพื่อนๆ เห็นครับ
เพียงกระทู้เดียว และอาจจะแค่เพียงไม่กี่คำที่พูดเล่นกัน ทำให้กระทู้ถูกโหวตลบ และจากหมอไบรท์ที่เคยคุยกับเพื่อนๆ สนุกสนาน กลายเป็นคนดังไปเลย ผมกลับถูกมองเป็นหมอหน้าเงิน ที่จ้องแต่จะขายของ และเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม...โดยที่ไม่ใช่ความตั้งใจของผมแม้แต่นิดเดียว
ตอนแรกที่เห็นว่ากระทู้ถูกลบ ผมเองก็ตกใจ เพราะไม่มีความตั้งใจที่จะขายของอะไรเลย การที่กระทู้ผมถูกโหวตลบ โดยถูกหาว่ามาขายของ และโดยที่ผมไม่ได้มีโอกาสอธิบาย ก็เป็นเรื่องที่กระทบจิตใจผมมากพอสมควร เพราะเหมือนผมถูกตีแรงๆ เหมือนผมถูกทำร้ายจากสังคม และเพื่อนๆที่ผมคิดว่าเป็นสังคมพี่น้องของผมมาตลอด
และที่ยิ่งเสียใจดับเบิ้ล ก็เป็นเพราะผมถูกกล่าวหา โดยที่มีจุดเริ่มต้นจากความตั้งใจดีของผมซะด้วยสิครับ ถ้าผมจะบอกว่า ผมเสียใจมาก ก็คงไม่ใช่คำพูดที่เกินความจริงครับ เรื่องนี้ ใครไม่โดนกับตัวเอง อ่านตรงนี้แล้วก็อาจจะหมั่นไส้ในความอ่อนไหวของผม
แต่ในความเป็นจริง ผมเสียใจมากครับ ผมเป็นผู้ชายก็ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกนั้นของผมยังไง เอาเป็นว่า ผมรู้สึกเหมือนคนอกหักครับ สังคมที่ผมเคยรักและไว้ใจ กลับมาเข้าใจผมผิด และแสดงความไม่ไว้ใจผมอย่างออกหน้าออกตา โดยที่ไม่ได้ถามอะไรให้เข้าใจกันก่อนเลย
และนอกจากไม่ถามแล้ว ยังมีการ PM มาหลอกถามด้วยครับ ทั้งหลอกถามผม และหลอกถามเพื่อนรอบๆ ตัวของผมอีกด้วย เรียกว่ากะว่าไอ้หมอไบรท์นี่มันชั่วร้ายจริงๆ ต้องหาหลักฐานจับมันเข้าคุกให้ได้ ประมาณนั้นน่ะครับ
เมื่อเรื่องเกิดขึ้นตอนแรก ผมได้รับคำปลอบว่า ไม่เป็นไรหรอก นี่มันแค่สังคมในอินเตอร์เนตเอง เดี๋ยวเค้าก็ลืมกัน เราทำดี เดี๋ยวความดีก็ปรากฏเอง แต่สำหรับความรู้สึกผม มันไม่ใช่อย่างนั้นน่ะสิครับ สังคม SBN นี้เป็นมากกว่าสังคมอินเตอร์เนต ผมให้ใจกับสังคมนี้มาก และอาจจะมากเกินไปครับ...
ด้วยความกดดัน และความรู้สึกที่ว่า ถูกกล่าวหา โดยไม่ยุติธรรมจากสังคมที่เคยรู้สึกอบอุ่นใจด้วย ก็ทำให้ผมเปลี่ยนไปภายในวันเดียว จากที่เคยลั้นลา หยอกเล่นสนุกๆ กับเพื่อนๆ ผมก็กลายเป็นคนก้าวร้าว (จนมีเพื่อนหลายคน PM มาถามว่าทำไมเปลี่ยนไป ซึ่งผมก็ไม่รู้จะตอบยังไง นอกจากว่า ความผิดหวังในสังคม และความกดดันที่ผมได้รับ ทำให้ผมสติหลุด และเปลี่ยนไปครับ) และจากนั้น ไม่ว่าจะโพสอะไร ก็ดูเหมือนจะผิดไปหมด เพราะเหมือนผมถูกตัดสินไปแล้ว (จากการลบกระทู้) เพื่อนๆ หลายๆ คนก็เข้าใจว่าผมหลอกลวง บางคนคิดว่าเป็นพ่อค้าหน้าเงินไปเลย... เท่านั้นยังไม่พอ กระแสแรงไปถึงขั้นที่ว่า เพื่อนๆ ที่สนิทกับผม ก็พลอยโดนหางเลขไปด้วย กลายเป็นการแบ่งแยกกลุ่มกันไปเลย เอาเรื่องโน้นมาโยงกับเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่ความจริงไม่มีเรื่องอะไรเลย ยิ่งเจออย่างนี้ ผมก็ยิ่งกดดัน และก้าวร้าวมากขึ้น จนมีผู้หวังดี แจ้งเวปมาสเตอร์ และทำให้เวปมาสเตอร์รู้สึกว่าถูกยั่วยุ และไม่พอใจ จนต้องออกมาต่อว่าผมอย่างที่เห็นแหละครับ ซึ่งผมก็ได้ขอโทษเวปมาสเตอร์ไปในตอนต้นแล้ว
ที่ผมโพสมานี้ ผมไม่ได้มาขอความเห็นใจ หรือความเข้าใจใดๆ ครับ เป็นความรู้สึกล้วนๆ ของผม ที่ผมไม่เคยบอกให้ใครได้รู้ และผมก็พลาดที่ดันไปแสดงความเสียใจของตัวเอง ออกมาเป็นความก้าวร้าวแทนซึ่งผมก็ต้องขอโทษที่ทำให้ชาวเวปต้องมาขุ่นใจกับเรื่องนี้ของผม และที่สำคัญผมต้องขอโทษเพื่อนๆ หลายๆ คนที่พลอยโดนหางเลขไปด้วย
แต่ก็ขอบคุณทุกอย่าง และทุกคนนะครับ ผมเองก็ได้เรียนรู้หลายๆ อย่าง และก็ขอให้กรณีของผม เป็นกรณีศึกษาต่อไปนะครับ
ส่วนผมเอง ก็ต้องบอกตรงๆ ไม่สร้างภาพ ถึงแม้ผมจะเข้าใจเรื่องราวแล้ว แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีอารมณ์ที่จะเรียกความรู้สึกดีๆ กลับคืนมาครับ ผมคงจะอินกับสังคมใน SBN นี้มากเกินไป ซึ่งมันก็คงต้องใช้เวลาบ้าง เพราะว่าผมเจ็บจริงๆ อย่างที่บอก (แล้วก็เบื่อด้วยครับ SBN เปลี่ยนไปเยอะครับ) ผมคงจะอยุ่เงียบๆ ต่อไปครับ
ขอบคุณที่อ่านกันครับ